ประกันรถจักรยานยนต์ หรือประกันรถมอเตอร์ไซค์มีกี่ประเภท

ประกันรถจักรยานยนต์ หรือประกันรถมอเตอร์ไซค์มีกี่ประเภท

ประกันรถจักรยานยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซค์ จะมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ประกันรถจักรยานยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งประกันรถจักรยานยนต์ 2 ประเภทนี้ จะแตกต่างกันอย่างไร และทำประกันแบบไหนลองมาดูกันครับ

ประกันรถจักรยานยนต์ภาคบังคับ

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. เป็นประกันภัยที่รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องมี หากรถจักรยานยนต์คันใดไม่มี พ.ร.บ. หรือปล่อยให้ พ.ร.บ. หมดอายุถือว่าผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

  • เจ้าของรถ ผู้เช่าซื้อรถ หรือเจ้าของรถที่นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ที่ไม่จัดให้มีการประกันภัยตาม พ.ร.บ.นี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • ผู้ใดนำรถที่ไม่ได้จัดให้มีการประกันภัยตาม พ.ร.บ.นี้มาใช้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2536)

โดยประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จะคุ้มครองค่าเสียหาย ในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเท่านั้น โดยราคาเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์ (c.c.)

ประกันรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจ

ก็ตามชื่อเลยครับ ว่าเราจะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ทำประกันภาคสมัครใจ เพราะต้องการความคุ้มครองที่ครบถ้วน และวงเงินคุ้มครองที่ครอบคลุมค่าเสียหาย โดยประกันรถจักรยานยนต์จะมี 4 ประเภท ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 1, ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 2 พลัส (2+), ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 3 พลัส (3+) และประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 3 โดยประกันแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร ลองไปดูกันครับ

ประกันรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจ มีกี่ประเภท คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 1

เป็นประกันที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้ใช้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ Big Bike และรถจักรยานยนต์ราคาแพง เพราะเป็นประกันที่คุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี และยังสามารถชดเชยค่าเสียหายให้กับอุปกรณ์ราคาแพงและหายากได้อีกด้วย ซึ่งประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 1 จะมีความคุ้มครอง อื่นๆ ดังนี้

  • รถจักรยานยนต์สูญหาย
  • รถจักรยานยนต์ไฟไหม้
  • รถจักรยานยนต์ถูกน้ำท่วม
  • คุ้มครองค่าเสียหายรถจักรยานยนต์
  • คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • วงเงินประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญา
  • คุ้มครองชีวิตคู่กรณี
  • ค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
  • คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณี

หมายเหตุ* ก่อนทำประกันรถจักรยานยนต์ควรศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์อย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจซื้อประกันภัย เพราะประกันแต่ละบริษัทอาจมีเงื่อนไข ในการทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ให้ความคุ้มครองครอบคลุมไม่เหมือนกัน

ประกันรถจักรยานยนต์ หรือประกันรถมอเตอร์ไซค์มีกี่ประเภท-2
ประกันรถจักรยานยนต์

ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 2 พลัส (2+)

ถือเป็นประกันรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะความคุ้มครองส่วนใหญ่ไม่แตกต่างจากประกันชั้น 1 มากนักแต่ในด้านราคาถูกกว่ากันเยอะ โดยข้อแตกต่างหลักๆ ของประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 1 กับประกันรถ 2 พลัส (2+) คงจะเป็นเรื่องการเคลมที่ต้องเป็นอุบัติเหตุบนท้องถนน และต้องมีคู่กรณี เท่านั้น แต่ความคุ้มครองอื่นๆ ล่ะมีอะไรบ้างลองดูกันครับ

  • รถจักรยานยนต์สูญหาย
  • รถจักรยานยนต์ไฟไหม้
  • คุ้มครองค่าเสียหายรถจักรยานยนต์ (ต้องมีคู่กรณีเท่านั้น)
  • คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • วงเงินประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญา
  • คุ้มครองชีวิตคู่กรณี
  • ค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
  • คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณี

ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 3 พลัส (3+)

หากใครสนใจจะทำประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 2+ อยู่แล้ว แต่ไม่ได้ต้องการความคุ้มครอง รถหาย ไฟไหม้ หรือต้องการประหยัดค่าเบี้ย ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 3 พลัส (3+) ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะความคุ้มครองอย่างอื่นก็ครอบคุมเท่าๆ กับประกันรถจักรยานยนต์ ชั้น 2 พลัส (2+) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • คุ้มครองค่าเสียหายรถจักรยานยนต์ (ต้องมีคู่กรณีเท่านั้น)
  • คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • วงเงินประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญา
  • คุ้มครองชีวิตคู่กรณี
  • ค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
  • คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณี

ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 3

สำหรับประกันรถจักรยานยนต์ ชั้น 3 ถือเป็นประเภทประกันภัยรถจักรยานยนต์ราคาถูกและประหยัดที่สุด แต่ต้องแลกมาด้วยความคุ้มครองที่น้อยลงเช่นกัน ถ้าไม่ได้ซื้อความคุ้มครองอื่นๆ เพิ่มเติม โดยจะให้ความคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น

  • คุ้มครองชีวิตคู่กรณี
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
  • คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณี

สรุป

ก่อนตัดสินใจจะทำประกันรถจักรยานยนต์ TPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส ขอแนะนำว่า ให้สำรวจการใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวันว่ามากหรือน้อยแค่ไหน ถ้าใช้เป็นประจำทุกวันอย่างน้อย ควรทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ ชั้น 2 พลัส (2+) หรือ ประกันภัยรถจักรยานยนต์ ชั้น 3 พลัส (3+)

เผื่อกรณีเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดถูกรถเฉี่ยวชนกันขึ้นมา และถ้ารถจักรยานยนต์มีราคาแพง หรือจำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนหายากในการซ่อมแซม ประกันรถจักรยานยนต์ชั้น 1 จะช่วยได้มากกว่า เพราะมีความคุ้มครองครอบคลุมทุกอย่าง ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น หากเกิดอุบัติเหตุหรือรถจักรยานยนต์เสียต้องซ่อม จะได้สบายใจหายห่วง เพราะค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ราคาสูงๆ บางคันอาจจะราคาเหมือนซื้อรถยนต์ใหม่เลย

หากคุณมีรถยนต์อยู่แล้วต้องการเช็คเบี้ยประกันภัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ ที่นี่คลิก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลของท่าน รับทราบนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save