รวมสาเหตุ รถยนต์กินน้ำมัน พร้อมวิธีแก้ไข

หนึ่งในปัญหาของคนขับรถสันดาปด้วยน้ำมัน เมื่อรถเริ่มมีอายุจะประสบปัญหารถกินน้ำมัน เจ้าของรถควรต้องดูแลเอาใจใส่ในการบำรุงรักษาเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนที่รถออกใหม่ และเรายิ่งควรใส่ใจมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ทั่วโลกประสบกับปัญหาน้ำมันแพงจากภัยสงคราม .. คุณรู้หรือไม่ว่ามีวิธีการแก้ไขและบำรุงรักษารถยนต์ไม่ให้กินน้ำมันมากกว่าปกติได้ ซึ่งเราจะนำมาแชร์ในบทความนี้ มาดูกันว่ามีวิธีการใดที่ช่วยลดอัตราการกินน้ำมันในรถยนต์ และพฤติกรรมขับขี่ใดบ้างควรหลีกเลี่ยงหากต้องการประหยัดน้ำมัน
รวมสาเหตุ รถยนต์กินน้ำมัน
1. พฤติกรรมของผู้ขับขี่เอง
การขับรถด้วยความเร็วสูงและเบรกแรง ๆ การออกตัวแบบกระชากเพื่อพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยพฤติกรรมเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้รถเก่า รถก็กินน้ำมันมากได้
2. ลมยางอ่อนกว่าปกติ
รถยนต์ที่มีแรงดันลมยางที่อ่อนกว่าปกติ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง การเติมลมยางให้มีแรงดันที่ปกติและเหมาะสมกับรถก็จะช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ต้องใช้กำลังมาก อีกทั้งยังปลอดภัยช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น หากยางลมอ่อนเมื่อใช้ความเร็วสูงอาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นยางระเบิดได้ ในขณะที่ยางที่เติมลมแข็งเกินไปก็อาจทำให้การยึดเกาะถนนมีปัญหา

3. บรรทุกสัมภาระเกินความจำเป็น
รถยนต์ยิ่งมีน้ำหนักมาก เครื่องยนต์ก็จะทำงานหนักมากด้วยเช่นกัน เมื่อเครื่องยนต์ทำงานหนักก็จะส่งผลต่ออัตราการกินน้ำมันของรถ หากจำเป็นต้องบรรทุกสิ่งของหรือสัมภาระ จะต้องจัดวางให้สมดุลกัน ไม่ให้น้ำหนักถ่ายเทไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป และควรใช้ความเร็วไม่เกิน 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อช่วยรถประหยัดน้ำมัน
4. ไม่ดับเครื่องเมื่อต้องจอดรถนาน ๆ
มีใครรู้บ้างว่าการสตาร์ทรถจอดไว้นาน ๆ ก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้ด้วยเช่นกัน โดยการสตาร์ทรถทิ้งไว้ 5 นาที จะสูญเสียน้ำมันได้มากถึง 100 cc. เลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อลงไปธุระที่คาดว่าจะใช้เวลา 5-10 นาที ควรดับเพลิงเครื่องยนต์เพื่อประหยัดน้ำมันและช่วยลดมลพิษในอากาศได้
5. เปิดแอร์ที่อุณหภูมิไม่เหมาะสม
การเปิดแอร์ที่เย็นกว่าปกติ ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักและกินแรงเครื่องยนต์ ควรเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ควรหมั่นตรวจสอบล้างแอร์อยู่เป็นประจำด้วย
6. เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงเกินระยะที่กำหนด
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่เคยเปลี่ยนหรือเปลี่ยนเกินระยะที่กำหนด มักเจอปัญหาไส้กรองอุดตัน น้ำมันส่งไปถึงห้องเผาไหม้ไม่เต็มที่ ทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์ทำงานหนักทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงแต่ช่วยดักจับฝุ่นละออง รวมถึงสิ่งเจือปนในน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังช่วยประหยัดน้ำมันจากการป้องกันการจ่ายน้ำมันที่ผิดปกติที่เกิดจากการอุดตัน ทำให้การเผาไหม้ในห้องเครื่องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
7. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่องเกินระยะที่กำหนด
น้ำมันเครื่องคือน้ำมันที่คอยหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์แนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามที่กำหนดทุก ๆ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันเครื่องที่ใช้ การที่เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็จะทำให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันขึ้นด้วย ดังนั้นควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะที่กำหนด อย่าให้เกินระยะไปมาก เพราะนอกจากจะทำให้รถยนต์กินน้ำมันแล้วยังทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้
วิธีสังเกตรถยนต์กินน้ำมันมากขึ้น
1. การคำนวณอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง
รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มักจะมีโหมดสำหรับตรวจเช็คสภาพและการทำงานของรถ โดยเฉพาะโหมดคำนวณอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน หรือโหมดที่บอกระยะทางที่รถยนต์สามารถวิ่งได้ในขณะนั้น หากเติมน้ำมันปริมาณเท่าเดิม เส้นทางที่ใช้เดิม ความเร็วปกติ (80-90 กม./ชม.) แล้วรถวิ่งได้ระยะทางสั้นลงหรือมีอัตราการสิ้นเปลืองที่มากขึ้น แสดงว่ารถยนต์กำลังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นกว่าปกติ
2. เครื่องยนต์อืด เร่งไม่ค่อยขึ้น
การที่เหยียบคันเร่งลึกกว่าปกติแต่ความเร็วที่ได้เท่าเดิม นั่นแสดงว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานหนักและใช้น้ำมันมากกว่าปกติ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสังเกตว่ารถยนต์ของคุณกำลังกินน้ำมันอยู่

วิธีแก้ไขไม่ให้รถกินน้ำมัน
1. บำรุงดูแลรักษาตามระยะ
ในคู่มือรถจะกำหนดระยะเวลา , ระยะทาง ให้รถต้องเข้ารับการเปลี่ยนอะไหล่ ของเหลว เจ้าของรถจะต้องเข้ารับการตรวจเช็กและเปลี่ยนตามที่คู่มือรถกำหนดมาอย่างเคร่งครัด เพราะนอกจากจะช่วยรถประหยัดน้ำมันแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์และส่วนอื่น ๆ ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
2. เปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่
ไม่ขับกระชากตอนออกตัว ขับรถเร็วแล้วเบรกแรง ๆ ใช้ความเร็วให้เหมาะสมและไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ไม่บรรทุกน้ำหนักมากจนเกินไป เพียงเท่านั้นก็จะช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันลงไปได้
3. ตรวจเช็คลมยางอยู่เป็นประจำ
การตรวจเช็กลมยางควรตรวจเช็กอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพราะโดยปกติแรงดันลมจะค่อย ๆ อ่อนลง 1- 3 ปอนด์ต่อเดือน แม้ว่ายางรถยนต์จะไม่มีการรั่วซึม เนื่องจากลมสามารถซึมผ่านเนื้อยางออกมาได้และควรเติมลมให้เหมาะสมกับขนาดรถ สภาพการใช้งาน ตามที่โรงงานผู้ผลิตรถยนต์กำหนดมา เช่น รถเก๋งขนาดกลาง – ใหญ่ ควรมีแรงดันลมประมาณ 30 – 35 psi เป็นต้น
หากมองในภาพรวมจะเห็นว่าการที่รถยนต์จะกินน้ำมันมากขึ้นได้ ส่วนใหญ่จะมาจากการทำงานของเครื่องยนต์และพฤติกรรมผู้ขับขี่ หากดูแลรักษารถยนต์ตามระยะที่กำหนด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่เพียงเท่านี้ก็ช่วยรถของคุณประหยัดน้ำมันลงได้แล้ว