น้ำท่วมรถยนต์ต้องรู้ รถจมน้ำระดับไหน ควรคืนทุนประกัน หรือซ่อมดีกว่า?

น้ำท่วมรถยนต์ต้องรู้ รถจมน้ำระดับไหน ควรคืนทุนประกัน หรือซ่อมดีกว่า?-1

เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยรุนแรง ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย พืชสวน ไร่นา หากแต่ยานพาหนะทุกคันก็ไม่เว้น โดยเฉพาะรถยนต์ที่มักจะกระทบอย่างหนัก ยิ่งหากเป็น รถจมน้ำ ทั้งคันด้วยแล้ว นับเป็นความเสียหายหนัก เพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างตัวถังในระยะยาว หากได้รับการซ่อมแซมที่ไม่ดีอาจทำให้รถเป็นสนิมทั้งคันได้ ประกันรถยนต์จึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของรถทุกคน  

แต่ใช่ว่าประกันภัยทุกกรมธรรม์จะให้ความคุ้มครอง ดังนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขและเจ้าของรถต้องสำรวจความเสียหายเสียก่อนที่จะพิจารณาว่าควรซ่อม หรือ คืนทุนประกัน และประกันภัยรถยนต์ชั้นใดบ้างที่ให้ความคุ้มครอง

รถจมน้ำเสียหายแบบไหนที่ประกันคุ้มครอง? 

จากมหาอุทกภัยล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดมาตรฐาน 5 ระดับ เป็นเกณฑ์รถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมดังนี้

  • ระดับที่ A  น้ำท่วมถึงพื้นรถ พรมอาจมีกลิ่นเหม็น แต่ยังไม่กระทบเครื่องยนต์ ค่าซ่อมโดยประมาณ 8,000 – 10,000 บาท
  • ระดับที่ B  น้ำท่วมถึงเบาะนั่งและระบบไฟฟ้า ระบบไฟใต้เบาะเสียหาย เช่น แอร์แบ็กเซ็นเซอร์ แผงพื้นรถอาจเป็นสนิมหากไม่ล้างทันที อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางจุดเริ่มมีปัญหา ค่าซ่อมโดยประมาณ 15,000 – 20,000 บาท
  • ระดับที่ C  น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า อุปกรณ์ไฟฟ้าหลักเสียหาย เช่น ECU , กล่องคอนโทรล ค่าซ่อมสูงมาก เสี่ยงเกิดปัญหายาว เช่น ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ค่าซ่อมโดยประมาณ 25,000 – 30,000 บาท
  • ระดับที่ D  น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า เครื่องยนต์เสียหายหนัก , ระบบเกียร์เสีย , ระบบไฟฟ้าแทบทั้งหมดต้องเปลี่ยนใหม่ ค่าซ่อมเริ่มต้น 30,000 บาทขึ้นไป
  • ระดับที่ E  รถจมน้ำทั้งคัน เสียหายหนักมาก บริษัทประกันจะคืนทุนประกันทั้งหมดให้ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์  
น้ำท่วมรถยนต์ต้องรู้ รถจมน้ำระดับไหน ควรคืนทุนประกัน หรือซ่อมดีกว่า?-2

นั่นหมายความว่ารถยนต์ที่ประสบภัยน้ำท่วมจะต้องเป็นกรณี รถจมน้ำ ทั้งคัน จึงจะสามารถคืนทุนประกันที่ทำไว้ได้ หากท่วมไม่ถึงในระดับที่กำหนดจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมตามราคาที่ คปภ. ได้ทำการประเมินไว้  สำหรับรถใหม่ที่มีอายุการใช้งานไม่มาก หากรถจมน้ำแต่ยังมีความเสียหายไม่ถึงครึ่งหนึ่งของมูลค่ารถ การซ่อมยังถือว่าคุ้มกว่า แต่ถ้าค่าซ่อมเริ่มใกล้เคียงมูลค่าตลาด การคืนทุนอาจคุ้มค่ากว่า 

เมื่อไหร่ควร “คืนทุนประกัน” แทนการซ่อม? 

บริษัทประกันจะพิจารณาว่ารถเข้าข่ายเสียหายทั้งหมดหรือไม่ โดยดูจากค่าใช้จ่ายซ่อมเทียบกับราคาตลาดของรถ ซึ่งมักใช้หลักประมาณนี้

  • ถ้าค่าซ่อมเกิน 70% ของมูลค่ารถ  เข้าข่ายคืนทุนประกัน (Total Loss)
  • ถ้าค่าซ่อมน้อยกว่า 50% ของมูลค่ารถ  มักเลือกซ่อมให้
  • หากรถเก่า/อายุมาก  โอกาสคืนทุนสูงขึ้นเพราะมูลค่ารถลดลง

ประกันภัยประเภทใดที่ให้ความคุ้มครอง รถจมน้ำ  

เชื่อว่าเจ้าของรถทุกคนคงจะคาดหวังว่าทำประกันภัยรถยนต์แล้วจะได้รับความคุ้มครอง แต่รู้หรือไม่ว่า มีเพียงประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น ที่ให้ความคุ้มครอง รถจมน้ำ ในขณะที่ประกันชั้น 2+ ส่วนใหญ่บริษัทประกันให้ความคุ้มครองและ 3+ อาจให้ความคุ้มครองบางบริษัท หรือเจ้าของรถสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ ส่วนประกันชั้น 2 และ 3 แบบปกติ จะไม่ได้รับความคุ้มครองรถจมน้ำทุกกรณี

น้ำท่วมรถยนต์ต้องรู้ รถจมน้ำระดับไหน ควรคืนทุนประกัน หรือซ่อมดีกว่า?-3

เคล็ดลับป้องกันและขั้นตอนแจ้งเคลมเมื่อ รถจมน้ำ 

สำหรับการป้องกันน้ำท่วมรถอาจช่วยลดความเสียหายได้ แม้จะไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์น้ำท่วมได้ 100% แต่เจ้าของรถสามารถทำสิ่งต่อไปนี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในฤดูฝน รวมไปถึงปรากฎการณ์ลานีญ่า
  • หลีกเลี่ยงจอดรถในพื้นที่ลุ่มต่ำหรืออาคารชั้นใต้ดิน
  • ย้ายรถขึ้นที่สูง หากมีสัญญาณน้ำท่วม

หากพบว่า รถจมน้ำ ให้ทำการแจ้งเคลมตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ถ่ายรูปความเสียหายทันที
  • อย่าสตาร์ทรถเด็ดขาด
  • ติดต่อบริษัทประกัน เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
  • รอการประเมินว่าจะ “ซ่อม” หรือ “คืนทุน”
  • นำรถเข้าศูนย์หรืออู่ในเครือตามที่บริษัทประกันแนะนำ
  • เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด แนะนำให้แจ้งเคลมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประกันประเมินได้อย่างแม่นยำและช่วยให้คุณได้รับสิทธิ์ครบถ้วน

สถานการณ์ รถจมน้ำ เป็นภาระค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อม การมีประกันรถยนต์ที่ครอบคลุมภัยน้ำท่วมช่วยลดความกังวลได้มาก ทั้งยังให้เจ้าของรถตัดสินใจได้ว่าจะซ่อมต่อหรือคืนทุนอย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและมูลค่ารถในปัจจุบัน