จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้าได้กี่วัน ถ้าประกันรถขาดทำไงดี

จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้าได้กี่วัน ถ้าประกันรถขาดทำไงดี

จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้า (บริษัทประกันภัย) โดยปกติแล้วบริษัทฯ ประกันจะไม่เริ่มคุ้มครอง หรืออาจจะคุ้มครองไม่ครอบคุมหากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อรถ หากเรายังจ่ายค่าเบี้ยประกันไม่ครบ เพราะถือว่ากรมธรรม์ยังไม่สมบูรณ์ และเราจะเสียค่าปรับหากค้างจ่ายเบี้ยประกันเกินที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยปกติจะมีกำหนดเวลาจ่ายล่าช้าได้ไม่เกิน 30 หรือ 60 วัน แล้วแต่เงื่อนไขกรมธรรม์ และอาจจะมีการกู้ชำระเบี้ยหากกรมธรรม์มีมูลค่าเป็นเงินที่จะสามารถนำมากู้จ่ายค่าเบี้ยได้

จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้า (โบรกเกอร์หรือไฟแนนซ์)

ไม่มีผลต่อความคุ้มครอง และไม่มีกำหนดว่าต้องจ่ายภายในกี่วัน เพราะบริษัทฯ จะจ่ายค่าประกันรถยนต์เต็มจำนวนให้กับบริษัทฯ ประกันรถยนต์ไปก่อนแล้ว จึงค่อยเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันกับเราหากเราจ่ายล่าช้าเกินกำหนดวันชำระจะมีการทวงถามเราเสมอ

เกิดอุบัติเหตุแต่บริษัทไฟแนนซ์หรือโบรกเกอร์ ไม่จ่ายสินไหมทดแทนให้เพราะจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้า ต้องทำอย่างไร ?

โดยปกติกรณีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย เพราะโบรกเกอร์หรือไฟแนนซ์จะจ่ายค่าเบี้ยประกันให้เราเต็มจำนวนก่อนแล้ว ถือว่าเราได้ทำสัญญากับบริษัทฯ ประกัน และเริ่มความคุ้มครองทันที หากเกิดอุบัติเหตุแล้วถูกยกเลิกความคุ้มครองจากบริษัทไฟแนนซ์หรือโบรกเกอร์ สามารถแสดงใบเสร็จหลักฐานการจ่ายเงินร้องเรียนต่อ คปภ.เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ และสามารถนำหลักฐานแจ้งความเพื่อดำเนินคดีได้อีกด้วย

จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้าได้กี่วัน ถ้าประกันรถขาดทำไงดี-2
จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้า ถ้าเกิดอุบัติเหตุ

3 วิธี จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์แบบสบายกระเป๋า

1. เปลี่ยนจากจ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยเงินก้อน เป็นการผ่อนจ่าย

หากดูแล้วเราไม่สามารถหาเงินก้อนใหญ่มาจ่ายค่าเบี้ยประกันภายในครั้งเดียวได้ แต่เราสามารถหาเงินก้อนเล็กๆ ได้อย่างสม่ำเสมอเราก็สามารถเลือกที่จะผ่อนจ่ายค่าเบี้ยประกันรายเดือนได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ประกันต่างๆ ก็มีโปรโมชันผ่อน 0% ได้ตั้งแต่ 3 – 10 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นอีกทางออกที่ให้ช่วยเราจ่ายเบี้ยประกันได้สบายขึ้น

2. จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้าลงแต่ไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด

ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นกรณีที่เราซื้อประกันไม่ว่าจะเป็นแบบเงินก้อนหรือแบบผ่อนจ่าย เราสามารถจ่ายค่าประกันล่าช้าได้ภายใน 30 หรือ 60 วัน หากเราสามารถนำเงินมาจ่ายค่าเบี้ยประกันได้ในระยะเวลาที่กำหนดก็ไม่มีปัญหา แต่ควรดูข้อกำหนดกรมธรรม์ด้วยว่ามีเงื่อนไขอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นการช่วยเหลือปัญหาการหมุนเงินไม่ทันได้อีกทางหนึ่ง

3. เปลี่ยนกรมธรรม์

หากเราคำนวนแล้วว่าจ่ายค่าเบี้ยไม่ไหวแน่ๆ การเปลี่ยนกรมธรรม์ก็ถือว่าเป็นทางออกอีกทางที่เราอาจจะได้ผลประโยชน์มากขึ้น เพราะการเปลี่ยนกรมธรรม์ใหม่จะเป็นการตัดสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องการให้คุ้มครองออก และเลือกเฉพาะสิ่งที่ต้องการให้คุ้มครองนั้นเอง แต่ประกันที่เราจะเลือกจำเป็นต้องอยู่ในเงื่อนไขและข้อกำหนดของบริษัทประกันด้วยนะ

สรุป

ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน หนักๆ และมีความเสียหายต่อตัวรถสูง บริษัทประกันภัยอาจจะหาเหตุไม่รับผิดชอบได้ เพราะกรมธรรม์ยังไม่สมบูรณ์ ทางที่ดีต่อประกันรถยนต์ล่วงหน้าก่อนที่ประกันจะหมดเป็นดีที่สุด และเราควรเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับเงินที่เราสามารถชำระค่าเบี้ยไหว ไม่เลือกประกันรถยนต์ที่คุ้มครองน้อยเกินไปจนไม่ครอบคลุมความเสียหาย และไม่ควรเลือกประกันที่คุ้มครองมากเกินความจำเป็นที่อาจจะทำให้มีปัญหาในการจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ไม่ไหว หรือจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ช้า หากต้องการคำปรึกษาสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tripetchinsurance.com หรือ โทร. 02-792-2160

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลของท่าน รับทราบนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save