ประกันภัยรถบรรทุก เลือกทำประกันประเภทไหนดีที่คุ้มค่าสุด

ประกันภัยรถบรรทุก เลือกทำประกันประเภทไหนดีที่คุ้มค่าสุด-1

เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่ารถบรรทุกที่วิ่งกันบนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นรถหกล้อ รถสิบล้อ หรือรถหัวลากตู้คอนเทนเนอร์คันใหญ่ยักษ์ รถบรรทุกเหล่านี้ได้ทำประกันรถเอาไว้บ้างหรือไม่? เวลาเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันรถบรรทุกคันใหญ่เหล่านี้จะได้รับความคุ้มครองเหมือนรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปหรือไม่? และหากได้รับความคุ้มครองจะได้รับความคุ้มครองอย่างไร? เพราะรถขนาดใหญ่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ความสูญเสียมักมีมูลค่าสูง ความคุ้มครองของประกันภัยไม่เพียงแต่ต้องรับผิดชอบรถบรรทุก รถคู่กรณี และผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้สูญเสียอวัยวหรือชีวิตเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าที่บรรทุกที่มีมูลหลายล้านบาทอีกด้วย   

สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของรถบรรทุกย่อมรู้ดีว่ารถบรรทุกมิใช่เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นถึงหัวใจหลักที่ใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจและใช้ทำมาหากิน  การมี ประกันภัยรถบรรทุกถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่จำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อมิให้ธุรกิจหยุดชะงักหรือขาดความน่าเชื่อถือและเพื่อได้รับความคุ้มครองที่จะช่วยให้ธุรกิจได้รับความเสียหายน้อยที่สุด บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า รถบรรทุกทำประกันแบบใดและคุ้มครองอะไรบ้าง ในฐานะผู้ประกอบการหรือเจ้าของที่ต้องการลดความเสี่ยง ควรเลือกทำประกันรถบรรทุกแบบใดจึงจะเหมาะสม

ทำความรู้จักประเภทรถบรรทุก รถแบบไหนทำประกันได้บ้าง?

ก่อนที่จะเลือกซื้อ ประกันภัยรถบรรทุก สิ่งแรกควรทำความเข้าใจก่อนว่ารถบรรทุกที่ครอบครองอยู่นั้นจัดอยู่ในประเภทใด โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้  

1) รถบรรทุก น้ำหนัก 4 – 12 ตัน เป็นรถบรรทุกที่พบเห็นโดยทั่วไป มีทั้งแบบ 4 ล้อ และ 6 ล้อ รถบรรทุกประเภทนี้นำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่น ใช้เป็นตู้ทึบขนส่งสินค้าทั่วไป , สินค้าควบคุมอุณหภูมิ , ใช้บรรทุกอิฐ หิน ปูน ทราย หรือติดตั้งลูกโม่ปูน

2) รถบรรทุกขนาดใหญ่ น้ำหนักเกิน 12 ตันขึ้นไป โดยส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุก 10 ล้อ นำไปบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักมาก หรือติดตั้งถังบรรจุน้ำมัน ก๊าซหรือสารเคมี นิยมใช้ขนส่งข้ามจังหวัด  

3) รถบรรทุกหัวลาก หรือรถที่มีส่วนหัว ซึ่งจะมีเพียงหัวรถที่มีห้องโดยสารและเครื่องยนต์เท่านั้น ไว้สำหรับลากพ่วงหรือเป็นรถกึ่งพ่วง นิยมใช้ลากพ่วงที่มีตู้คอนเทนเนอร์ 

4) รถบรรทุกหางลาก หรือหางพ่วง / กึ่งพ่วง เป็นโครงสร้างส่วนท้ายที่ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้ ต้องอาศัยหัวลากมาเชื่อมต่อ แม้จะไม่มีเครื่องยนต์ แต่หางลากถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะหากบรรจุสินค้าที่มีมูลค่า ซึ่งส่วนหางนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่สามารถทำให้ตัวรถพลิกคว่ำได้ 

ประกันภัยรถบรรทุก เลือกทำประกันประเภทไหนดีที่คุ้มค่าสุด-2

รหัสเลขรถบรรทุกในกรมธรรม์ คืออะไร? 

รถบรรทุกแต่ละประเภท แม้จะมีจำนวนล้อเท่ากัน รับน้ำหนักได้เท่ากัน แต่เมื่อทำประกันภัยเหตุใดความคุ้มครองจึงแตกต่างกัน นั่นเพราะสิ่งของที่บรรทุก การนำไปใช้ จึงทำให้มีการแยกประเภทของการรับประกันโดยใช้เลขรหัสตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะระบุลงในกรมธรรม์ โดยมีความหมายดังนี้

  • เลขหลักที่ 1 ใช้บ่งบอกประเภทของรถ ในที่นี้รถบรรทุกคือหมายเลข 3 , รถยนต์ลากจูงหมายเลข 4 และ รถพ่วงหมายเลข 5 เช่น 320, 340, 420 และ 520 เป็นต้น 
  • ตัวเลขหลักที่ 2 และ หลักที่ 3 ใช้บ่งบอกถึงลักษณะการใช้รถ เช่น 10 คือรถยนต์ส่วนบุคคล , 20 รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ , 30 รถยนต์ที่ใช้รับจ้างสาธารณะ และ 40 รถยนต์ชนิดพิเศษใช้เพื่อการบรรทุก 

การระบุรหัสเลขรถบรรทุกในกรมธรรม์จะช่วยให้การเคลมประกันสะดวก รวดเร็ว และได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้องตามการใช้งานจริง  

เลือกประกันรถบรรทุกชั้นไหนดี?

สำหรับ ประกันภัยรถบรรทุก ส่วนใหญ่จะมีเพียง 3 ประเภท ประกอบไปด้วย

1. ประกันชั้น 1 เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด เหมาะกับรถใหม่ ฝีมือคนขับยังไม่ชำนาญ ให้ความคุ้มครองทั้งในส่วนของรถผู้เอาประกัน รถของคู่กรณี คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและบุคคลภายนอก  

2. ประกันชั้น 2 / 2+ เป็นประกันรถสำหรับคนขับที่มีความชำนาญ ตัวรถผ่านการใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้ว ให้ความคุ้มครองเฉพาะรถและทรัพย์สินของคู่กรณี คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและบุคคลภายนอก ส่วนตัวรถได้รับความคุ้มเฉพาะความเสียหายจากไฟไหม้ หรือสูญหายเท่านั้น สำหรับความต่างของประกันชั้น 2 VS 2+ คือ ตัวประกัน 2+ จะเพิ่มวงเงินซ่อมรถบรรทุกของเราให้ด้วยในกรณีรถชนรถ ในขณะที่ประกันชั้น 2 จะไม่ซ่อมรถเราเลย

3. ประกันชั้น 3 / 3+ เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองน้อยที่สุด เหมาะกับรถเก่าหรือใช้ในพื้นที่ระยะทางใกล้ ๆ  ให้ความคุ้มครองเฉพาะรถและทรัพย์สินของคู่กรณี คุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและบุคคลภายนอก ความต่างของประกันชั้น 3 VS 3+ คือ ตัวประกัน 3+ จะเพิ่มวงเงินซ่อมรถบรรทุกของเราให้ด้วยในกรณีรถชนรถ ในขณะที่ประกันชั้น 3 จะให้ความคุ้มครองน้อยที่สุดและไม่ซ่อมรถเราเลย

ในส่วนของผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกซื้อ ประกันภัยความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง โดยเฉพาะธุรกิจที่แบกรับความเสี่ยงจากการบรรทุกสินค้าของลูกค้า เพราะถ้าหากสินค้าได้รับความเสียหาย อาจถึงขั้นปิดบริษัทก็เป็นได้  

ประกันภัยรถบรรทุก เลือกทำประกันประเภทไหนดีที่คุ้มค่าสุด-3

ประโยชน์ที่เจ้าของธุรกิจจะได้รับเมื่อทำประกันรถบรรทุก 

  • ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่ทำให้สินค้าเสียหายหลักแสนหลักล้านได้
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
  • ลดความเสี่ยงทางการเงินหากรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยว ชน กับรถยนต์คนอื่น ๆ 
  • มีคนช่วยดูแลพนักงานขับรถ หากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน  

จะเห็นว่า ประกันภัยรถบรรทุก ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงแค่แยกประเภทของรถบรรทุก นำหนักที่บรรทุกและลักษณะการใช้งาน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกซื้อประกันรถที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของคุณได้แล้ว ด้วยขนาดของรถที่มีขนาดใหญ่ แบกรับน้ำหนักไว้มาก เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันการสูญเสียได้ดีที่สุดคือการขับรถไม่ประมาท เคารพกฎจราจร เพียงเท่านี้การเดินทางขนส่งก็จะถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยและมีผลกำไรจากธุรกิจได้อย่างยั่งยืน