วิ่ง Virtual Run คืออะไร ได้ประโยชน์อย่างไร

การวิ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่มีคนนิยมสูง ปัจจุบันมีการจัดงานวิ่งเกิดขึ้นหลายรายการ ทั้ง กรุงเทพมาราธอน , บางแสน42 , บุรีรัมย์มาราธอน , โคราช มาราธร , ขอนแก่นมาราธอน ฯลฯ ยังไม่นับงานวิ่งอื่น ๆ ที่จัดขึ้นอยู่ทั่วประเทศ บางงานจัดต่อกัน บางงานจัดวันเดียวกัน บางแห่งอยู่ไกล เดินทางลำบาก บางคนไม่มีเวลา ด้วยเงื่อนไขของการจัดงานเหล่านี้ทำให้คนล่าเหรียญรางวัลต้องเลือกงานใดงานหนึ่ง หรืออาจจะไม่ได้ไปเลยสักงาน ฝ่ายจัดงานจึงคิดหาวิธีเพื่อให้นักวิ่งได้เข้าร่วมโดยที่ไม่ต้องเดินทางมาแข่งจริง สามารถแข่งวิ่งและรับเหรียญรางวัลที่บ้านได้เลย โดยวิธีที่ถูกคิดค้นขึ้นมานั้นอาศัยเทคโนโลยี GPS มาใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันที่ใช้ในการตรวจจับระยะทางและการวิ่ง เกิดเป็นการวิ่งแบบ Virtual Run ขึ้น .. แล้ว Virtual Run คืออะไร? มีวิธีการแข่งแบบไหน? คนทั่วไปจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้หรือไม่? บทความนี้เรามีคำตอบมาฝากครับ
Virtual Run คืออะไร
Virtual Run หากแปลความหมายตรงตัว คือ การวิ่งเสมือนจริง ซึ่งจริง ๆ แล้วการวิ่ง Virtual Run มีมานานแล้ว ส่วนใหญ่จะจัดในต่างประเทศเพื่อให้โอกาสนักวิ่งจากทั่วโลกได้เข้าร่วมกิจกรรม โดยนักวิ่งจะต้องลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ผู้จัดงานกำหนดจึงจะเข้าร่วมการแข่งขันได้ โดยขั้นตอนการวิ่งจะวิ่งตามระยะทางที่ผู้จัดงานกำหนด เช่น 5 กิโลเมตร , 10 กิโลเมตร , 21 กิโลเมตร หรือระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร บางรายการอาจให้ผู้แข่งขันวิ่งถึง 100 กิโลเมตร ตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถวิ่งที่ใดก็ได้ จะวิ่งจบภายในวันเดียวหรือหลายวันก็ได้ เพียงแต่จะต้องวิ่งให้ครบตามจำนวนระยะทางที่ลงทะเบียนและภายในวัน เวลา ที่กำหนด เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์รับเหรียญรางวัล
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Virtual Run จะต้องเปิดแอปพลิเคชันในการตรวจจับระยะทางที่ผู้จัดกำหนด (เช่น Strava , Nike Run Club , Garmin Connect) พร้อมส่งข้อมูลในการวิ่งให้กับผู้จัดเมื่อวิ่งครบตามระยะทางที่ลงทะเบียน หลังจากนั้นผู้จัดจะส่งมอบเหรียญรางวัลมาให้ตามที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้หรืออาจได้รับเหรียญประดับในแอปพลิเคชันที่ใช้ในการวิ่ง

ประโยชน์ของการวิ่ง Virtual Run
ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม Virtual Run ได้แก่
เทคนิคการวิ่ง Virtual Run และเคล็ดลับในการวิ่ง
แม้ว่าการวิ่ง Virtual Run จะมีอิสระและยืดหยุ่นกว่างานวิ่งจริง แต่ถ้าคุณวางแผนในการวิ่งไม่ได้ อาจทำให้วิ่งไม่ครบตามกำหนดระยะทางจนพลาดเหรียญรางวัล ดังนั้นเพื่อให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่หักโหมจนเกินไป มีเทคนิคและเคล็ดลับที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงดังนี้
1. วางแผนแบ่งระยะทางให้เหมาะสม
หากคุณเป็นมือใหม่แล้วสมัครระยะทางสะสม 50 กิโลเมตรภายในเวลา 1 เดือน อย่าวิ่งทีเดียวให้ครบในสัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บ ควรแบ่งระยะทางออกเป็นสัปดาห์ เช่น วิ่งสัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 3-5 กิโลเมตร ค่อยๆ เก็บระยะทางไปทีละนิดจะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสภาพและสามารถเก็บระยะทางได้อย่างสม่ำเสมอ
2. กำหนดเป้าหมายและตารางซ้อมที่ชัดเจน
ให้เขียนตารางการวิ่งลงในปฏิทินหรือแอปพลิเคชันบนมือถือ กำหนดเวลาล่วงหน้าเหมือนกับการนัดหมาย จะช่วยลดโอกาสในการผลัดวันประกันพรุ่งและช่วยให้คุณมีวินัยกับตัวเองมากขึ้น
3. เลือกสถานที่หรือเส้นทางวิ่งที่ปลอดภัย
พยายามเลือกสถานที่วิ่งที่ปลอดภัยและมีพื้นผิวที่ราบเรียบ เช่น สนามกีฬา , สวนสาธารณะ หากวิ่งในช่วงเย็นให้เลือกสถานที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่ควรไปวิ่งในที่เปลี่ยวหรือบนถนน และเลือกใช้เสื้อผ้าที่มีแถบสะท้อนแสงเพื่อความปลอดภัย
4. อย่าลืมเปิดแอปพลิเคชันในการวิ่งทุกครั้ง
การวิ่ง Virtual Run จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันในการตรวจจับระยะทาง ควรศึกษาวิธีการใช้งานให้คล่องและที่สำคัญอย่าลืมที่จะเปิดแอปพลิเคชันทุกครั้งในการวิ่งและบันทึกข้อมูลการวิ่งหลังวิ่งเสร็จ อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานที่ที่ไปวิ่งนั้นมีสัญญาณ GPS เพื่อแอปพลิเคชันจะได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เก็บข้อมูลระยะทางได้ถูกต้อง

การดูแลตนเองระหว่างฝึกซ้อม
จริงอยู่ที่การวิ่ง Virtual เป็นการวิ่งต่อเนื่อง แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งทุกวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพ ร่างกายและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ก่อนวิ่งและหลังวิ่งควรมีการวอร์มอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ หากวิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนควรเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอและเหมาะสมกับระยะทางที่จะวิ่ง นอกจากนี้หากต้องการวิ่งในระยะทางที่มากกว่าปกติ ควรรับประทานอาหารในมื้อก่อนมาวิ่งให้เรียบร้อยและเพียงพอเพื่อที่จะได้มีพลังงานในการฝึกซ้อม หากรู้สึกเจ็บ เหนื่อยมาก วิงเวียนศีรษะ ควรหยุดพัก ไม่ควรฝืนวิ่งต่อ
Virtual Run เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยม เพราะมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลา สถานที่และค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่างานวิ่งทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการสร้างวินัยให้กับตัวคุณเองเพื่อออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น