ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เสี่ยงโดนปรับและเกิดอุบัติเหตุ

ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เสี่ยงโดนปรับและเกิดอุบัติเหตุ
-1

อุบัติเหตุทางรถยนต์และรถจักรยานยนต์ คือสาเหตุการเสียชีวิตและบาดเจ็บของคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ นอกจากการเมาแล้วขับที่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุแล้ว การ ขับรถเร็ว เกินกฎหมายกำหนดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง บางคนอาจคิดว่าขับเร็วก็ไม่เป็นไร ถ้าควบคุมรถได้ดี แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะทำได้แบบนั้น แล้วกฎหมายให้ขับรถด้วยความเร็วเท่าไหร่ หรือหากขับเร็วเกินจะมีโทษปรับเท่าไหร่ นี่คือสิ่งที่เราจะไปหาคำตอบ

ทำไมต้องมีการกำหนดความเร็วรถ

การกำหนดความเร็วไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่เป็นผลจากการศึกษาทางวิศวกรรมจราจร ความปลอดภัย และพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน ความเร็วที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ขับขี่มีระยะเวลาในการตัดสินใจมากพอเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รถคันหน้าเบรกกะทันหัน คนหรือสัตว์ตัดหน้า หรือสภาพถนนเปลี่ยนแปลงอย่างไม่คาดคิด หากขับเร็วเกินไป ระยะเบรกจะยาวขึ้น โอกาสหลบหลีกลดลง และแรงปะทะเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะรุนแรงขึ้นหลายเท่า และต่อไปนี้คือเหตุผลแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าทำไมจึงต้องมีการควบคุมความเร็วของรถบนท้องถนน

  • เขตเมืองคือเขตที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น การจราจรค่อนข้างแออัด จึงต้องมีการควบคุมไม่ให้ ขับรถเร็ว เกินไป 
  • ส่วนบนทางหลวง ถนนมีความกว้างกว่า มีหลายช่องจราจร และผู้คนเน้นขับทางไกลไม่ค่อยจอดแวะระหว่างทาง ประกอบกับถนนถูกออกแบบมาให้ใช้ความเร็วได้มากกว่า กฎหมายจึงกำหนดอัตราความเร็วไว้สูงกว่า
  • การกำหนดความเร็วยังช่วยจัดระเบียบการจราจรให้ไหลลื่น ลดความแตกต่างของความเร็วระหว่างรถแต่ละคัน หากมีรถบางคันขับช้าตามกฎหมาย แต่บางคันใช้ความเร็วสูงมาก จะเพิ่มโอกาสเกิดการชนท้ายหรือการเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน 
  • สรุปได้ว่า ความเร็วตามกฎหมาย คือการกำหนดกรอบที่เหมาะสมกับลักษณะถนน ปริมาณรถ และสภาพแวดล้อมรอบข้าง เพื่อคุ้มครองผู้ใช้ทางทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือประชาชนริมถนน
ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เสี่ยงโดนปรับและเกิดอุบัติเหตุ
-2

อัปเดตล่าสุด ความเร็วของรถตามที่กฎหมายกำหนด

หากคุณ ขับรถเร็ว เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แน่นอนว่าจะต้องมีบทลงโทษตามมา โดยหากขับเร็วไม่เกิน 20 กม. จากที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับระหว่าง 500-1,000 บาท หากเกิน 20 กม. ขึ้นไปจะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากขับเกิน 120 กม./ชั่วโมง (โดยไม่ดูป้ายจราจร) จะถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท ซึ่งการกำหนดความเร็วขึ้นอยู่กับประเภทรถและประเภทถนน โดยประเภทของถนนจะแบ่งเป็นสองกลุ่มคือถนนในเขตกรุงเทพฯ เมืองพัทยา และเขตเทศบาล และอีกกลุ่มคือทางหลวงและมอเตอร์เวย์ ซึ่งสรุปได้ดังนี้

1. ถนนในเขตกรุงเทพ เมืองพัทยา และเขตเทศบาล

– รถยนต์ส่วนบุคคล ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง ยกเว้นบางเส้นทาง (เช่นทางด่วน) ซึ่งให้ใช้ความเร็วได้สูงสุด 120 กม./ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับป้ายจราจรกำหนดความเร็ว)

– รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 60 กม./ชั่วโมง ส่วนรถขนาด 400CC ขึ้นไป ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง

– รถบรรทุกและรถโดยสารที่มีผู้โดยสารเกิน 15 คน ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชั่วโมง

– นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดอื่น ๆ เช่นถนนทุกสายในกรุงเทพที่ไม่ใช่ถนนสายหลัก ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 60 กม./ชั่วโมง

2. ทางหลวงและมอเตอร์เวย์
– รถยนต์ส่วนบุคคล ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 100 กม./ชั่วโมง

– รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง ส่วนรถขนาด 400CC ขึ้นไป ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 100 กม./ชั่วโมง

– รถบรรทุกและรถโดยสารที่มีผู้โดยสารเกิน 15 คน ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง

ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เสี่ยงโดนปรับและเกิดอุบัติเหตุ
-3

ข้อดีของการขับรถตามที่กฎหมายกำหนด

หากเราไม่ ขับรถเร็ว เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะมีข้อดีมากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งในแง่ความปลอดภัยและการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ นอกจากข้อดีที่ทุกคนรู้อยู่แล้วคือไม่ต้องเสียค่าปรับตามกฎหมาย ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ที่ได้รับอีกมากมาย เช่น

  • ข้อดีด้านความปลอดภัย ผู้ขับขี่จะควบคุมรถได้ง่ายขึ้น มีเวลาตัดสินใจและตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดีกว่า ลดความรุนแรงของอุบัติเหตุหากเกิดการชน 
  • ช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ เพราะไม่ต้องเร่งรีบหรือคอยระวังการเปลี่ยนเลนอย่างฉับพลันตลอดเวลา
  • การไม่ ขับรถเร็ว เกินไปช่วยประหยัดน้ำมัน ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ระบบเบรก และยางรถยนต์ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาลดลง 
  • เมื่อทุกคนใช้ความเร็วใกล้เคียงกัน การจราจรจะมีความเป็นระเบียบ ลดปัญหารถติดจากอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และสร้างวัฒนธรรมการใช้ถนนที่คำนึงถึงส่วนรวมมากขึ้น

ทุกคนคงเห็นแล้วว่ากฎหมายกำหนดความเร็วรถ มีเพื่อให้เกิดการจราจรที่เป็นระเบียบและเป็นประโยชน์กับทุกคน หากทำตาม แน่นอนว่าอุบัติเหตุจะลดลง แม้ว่าอาจทำให้ถึงที่หมายช้าลงในบางครั้ง แต่ก็จะช่วยให้ทั้งคุณและเพื่อนร่วมทางถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย