สุขภาพผู้สูงอายุ วิธีดูแลกระดูกและข้อ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน

สุขภาพผู้สูงอายุ วิธีดูแลกระดูกและข้อ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน-1

กระดูกทำหน้าที่เป็นโครงสร้างสำหรับค้ำจุน เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับเคลื่อนร่างกาย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ในการปกป้องอวัยวะภายในที่สำคัญและยังเป็นที่จัดเก็บและสะสมเกลือแร่ ฟอสฟอรัสและแคลเซียมสำหรับร่างกายอีกด้วย แต่มีใครจะรู้บ้างว่าเหตุใดเมื่อคนเราแก่ตัวลงไป ร่างกายจึงค่อย ๆ หดตัวลงและกระดูกทำไมจึงเปราะบางกว่าตอนที่ยังเป็นวัยหนุ่มสาว บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับโรคกระดูกพรุน ภัยเงียบของ ผู้สูงอายุ เพื่อนำความรู้ที่ได้นี้ดูแลกระดูกและข้อต่อ และเพื่อนำความรู้นี้ไปใช้เป็นเสมือนภูมิคุ้มกัน จะได้ไม่เป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อเข้าสู่วัยชรา

โครงสร้างและส่วนประกอบของกระดูก

กระดูกประกอบด้วยโปรตีน คอลลาเจน และแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะแคลเซียม ซึ่งคอลลาเจนทำหน้าที่ในการรวมตัวของแร่ธาตุและสร้างความยืดหยุ่นให้กระดูกเพื่อให้กระดูกทนต่อการแตกหักได้ในระดับหนึ่ง กระดูกยังแบ่งออกเป็นชั้นต่าง ๆ ประกอบไปด้วย

  • เยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) เป็นชั้นนอกสุดของกระดูกมีความหนาแน่น มีหลอดเลือดและเส้นประสาทอยู่ภายใน
  • กระดูกเนื้อแน่น (Compact Bone)  เป็นชั้นกระดูกที่มีความหนาแน่นและแข็งแรงมาก ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อชั้นในของกระดูก และเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย
  • เนื้อเยื่อฟองน้ำ (Spongy Bone) เป็นชั้นที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ น้ำหนักเบา ช่วยรองรับแรงจากผิวกระดูกและข้อต่อ
  • ไขกระดูก (Bone Marrow) สารที่มีลักษณะคล้ายวุ้น อยู่ภายในสุดของกระดูก หน้าที่ของไขกระดูกคือการผลิตเซลล์เม็ดเลือด

ภายในโครงสร้างของกระดูกนี้จะประกอบไปด้วย เซลล์หลัก ๆ 3 ชนิด คือ

1. ออสตีโอบลาสท์ (Osteoblast) ทำหน้าที่ในการสร้างกระดูก

2. ออสตีโอไซต์ (Osteocyte) เป็นเซลล์กระดูกที่เจริญเต็มที่ ทำหน้าที่ในการสะสมแคลเซียมไว้ในเนื้อกระดูก

3.ออสตีโอคลาสท์ (Osteoclast) ทำหน้าที่สลายกระดูก จะสลายแคลเซียมที่สะสมไว้ที่เนื้อกระดูกออกสู่ระบบไหลเวียนของเลือดเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ

สุขภาพผู้สูงอายุ วิธีดูแลกระดูกและข้อ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน-2

โรคกระดูกพรุน เกิดจากอะไร? 

โรคกระดูกพรุน เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง เมื่อรวมกับความเสื่อมของร่างกาย ผู้สูงอายุ ส่งผลให้ ออสตีโอบลาสท์ ที่มีหน้าที่ในการสร้างกระดูกค่อย ๆ ลดประสิทธิภาพในการสร้างกระดูกลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ในขณะที่กระบวนการสลายกระดูกของ ออสตีโอคลาสท์ ยังคงดำเนินการตามปกติ จึงดูเหมือนกระบวนการสลายของกระดูกมากกว่ากระบวนการสร้างกระดูก ทำให้กระดูกเปราะและบางลง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระดับฮอร์โมน , การได้รับสารอาหารประเภทแคลเซียมและโปรตีน, การออกกำลังกาย รวมไปถึงการดื่มกาแฟและสูบบุหรี่

ลักษณะของอาการของโรคกระดูกพรุนและผลกระทบ 

โดยส่วนใหญ่ ผู้สูงอายุ จะไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะกระดูกพรุนจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์กระดูกหักในส่วนสำคัญ ๆ เช่น กระดูกสันหลัง , กระดูกท่อนแขน , ข้อมือ และกระดูกสะโพก ซึ่งเป็นจุดวิกฤตที่พบได้บ่อยใน ผู้สูงอายุ และจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ถึงได้ตรวจพบภาวะกระดูกพรุนซึ่งส่งผลกระทบให้การพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน พร้อมกับต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหว

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง

การสูญเสียมวลกระดูกใน ผู้สูงอายุ เกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

  • อายุ มวลกระดูกจะค่อยเสื่อมลงและเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังอายุ 65 ปี
  • เพศ ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุนกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงจะสูญเสียฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เป็นตัวช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูกหลังวัยหมดประจำเดือน
  • รูปร่าง ผู้ที่มีดัชนีมวลกายต่ำ (น้ำหนักตัวน้อยเกินไป) มักมีความหนาแน่นของกระดูกน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมากอยู่เป็นประจำ จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุสำคัญของร่างกาย
  • โรคประจำตัวและการใช้ยา เช่น รูมาตอยด์ หรือกลุ่มโรคที่จำเป็นต้องได้รับยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ภาวะขาดการเคลื่อนไหว การไม่ออกกำลังกายส่งผลให้กระดูกและกล้ามเนื้อไม่ได้รับการกระตุ้นให้แข็งแรง
สุขภาพผู้สูงอายุ วิธีดูแลกระดูกและข้อ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน-4

แนวทางการรักษาและแนวทางปฏิบัติ

เป้าหมายโดยรวมของการรักษา ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การป้องกันและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย โดยมีวิธีการดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ด้วยการ ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หันมาดื่มนมหรือเครื่องดื่มที่มีแคลเซียมสูง กินอาหารที่มีฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และวิตามินดี เป็นส่วนประกอบหลัก เช่น นม , ไข่แดง , ถั่วและธัญพืช , ปลาทะเล , กล้วย เป็นต้น
  • ออกกำลังกายเบา ๆ ในช่วงเช้าและต้องรับแสงแดดอ่อน ๆ เพื่อให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี ซึ่งจำเป็นต่อขบวนการดูดซึมแคลเซียม
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดภาระการแบกรับน้ำหนักของข้อต่อและกระดูก
  • ป้องกันการล้ม ปรับสภาพแวดล้อมรอบตัว เปลี่ยนหรือหาพื้นยางกันลื่น เพื่อระวังไม่ให้สะดุด หกล้ม และหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อาจทำให้วิงเวียน เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ
สุขภาพผู้สูงอายุ วิธีดูแลกระดูกและข้อ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน-5

การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์

โดยส่วนใหญ่จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดี พร้อมกับรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีเสริม ในผู้ป่วยบางรายอาจได้รับฮอร์โมนทดแทน

โรคกระดูกพรุนถือเป็นภัยเงียบในผู้สูงอายุ เพราะโดยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแสดงอาการจนกว่าจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการกระแทก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเฝ้าระวังผู้สูงอายุไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทก เพราะอาจส่งผลให้กระดูกหักและใช้ระยะเวลาในการรักษาและฟื้นตัวนาน เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากกระดูกพรุน