สุขภาพผู้สูงอายุ วิธีดูแลกระดูกและข้อ ป้องกันภาวะกระดูกพรุน

กระดูกทำหน้าที่เป็นโครงสร้างสำหรับค้ำจุน เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับเคลื่อนร่างกาย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ในการปกป้องอวัยวะภายในที่สำคัญและยังเป็นที่จัดเก็บและสะสมเกลือแร่ ฟอสฟอรัสและแคลเซียมสำหรับร่างกายอีกด้วย แต่มีใครจะรู้บ้างว่าเหตุใดเมื่อคนเราแก่ตัวลงไป ร่างกายจึงค่อย ๆ หดตัวลงและกระดูกทำไมจึงเปราะบางกว่าตอนที่ยังเป็นวัยหนุ่มสาว บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับโรคกระดูกพรุน ภัยเงียบของ ผู้สูงอายุ เพื่อนำความรู้ที่ได้นี้ดูแลกระดูกและข้อต่อ และเพื่อนำความรู้นี้ไปใช้เป็นเสมือนภูมิคุ้มกัน จะได้ไม่เป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อเข้าสู่วัยชรา
โครงสร้างและส่วนประกอบของกระดูก
กระดูกประกอบด้วยโปรตีน คอลลาเจน และแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะแคลเซียม ซึ่งคอลลาเจนทำหน้าที่ในการรวมตัวของแร่ธาตุและสร้างความยืดหยุ่นให้กระดูกเพื่อให้กระดูกทนต่อการแตกหักได้ในระดับหนึ่ง กระดูกยังแบ่งออกเป็นชั้นต่าง ๆ ประกอบไปด้วย
ภายในโครงสร้างของกระดูกนี้จะประกอบไปด้วย เซลล์หลัก ๆ 3 ชนิด คือ
1. ออสตีโอบลาสท์ (Osteoblast) ทำหน้าที่ในการสร้างกระดูก
2. ออสตีโอไซต์ (Osteocyte) เป็นเซลล์กระดูกที่เจริญเต็มที่ ทำหน้าที่ในการสะสมแคลเซียมไว้ในเนื้อกระดูก
3.ออสตีโอคลาสท์ (Osteoclast) ทำหน้าที่สลายกระดูก จะสลายแคลเซียมที่สะสมไว้ที่เนื้อกระดูกออกสู่ระบบไหลเวียนของเลือดเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ

โรคกระดูกพรุน เกิดจากอะไร?
โรคกระดูกพรุน เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง เมื่อรวมกับความเสื่อมของร่างกาย ผู้สูงอายุ ส่งผลให้ ออสตีโอบลาสท์ ที่มีหน้าที่ในการสร้างกระดูกค่อย ๆ ลดประสิทธิภาพในการสร้างกระดูกลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ในขณะที่กระบวนการสลายกระดูกของ ออสตีโอคลาสท์ ยังคงดำเนินการตามปกติ จึงดูเหมือนกระบวนการสลายของกระดูกมากกว่ากระบวนการสร้างกระดูก ทำให้กระดูกเปราะและบางลง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระดับฮอร์โมน , การได้รับสารอาหารประเภทแคลเซียมและโปรตีน, การออกกำลังกาย รวมไปถึงการดื่มกาแฟและสูบบุหรี่
ลักษณะของอาการของโรคกระดูกพรุนและผลกระทบ
โดยส่วนใหญ่ ผู้สูงอายุ จะไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะกระดูกพรุนจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์กระดูกหักในส่วนสำคัญ ๆ เช่น กระดูกสันหลัง , กระดูกท่อนแขน , ข้อมือ และกระดูกสะโพก ซึ่งเป็นจุดวิกฤตที่พบได้บ่อยใน ผู้สูงอายุ และจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ถึงได้ตรวจพบภาวะกระดูกพรุนซึ่งส่งผลกระทบให้การพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน พร้อมกับต้องทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง
การสูญเสียมวลกระดูกใน ผู้สูงอายุ เกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

แนวทางการรักษาและแนวทางปฏิบัติ
เป้าหมายโดยรวมของการรักษา ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การป้องกันและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย โดยมีวิธีการดังนี้

การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์
โดยส่วนใหญ่จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดี พร้อมกับรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีเสริม ในผู้ป่วยบางรายอาจได้รับฮอร์โมนทดแทน
โรคกระดูกพรุนถือเป็นภัยเงียบในผู้สูงอายุ เพราะโดยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแสดงอาการจนกว่าจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการกระแทก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเฝ้าระวังผู้สูงอายุไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทก เพราะอาจส่งผลให้กระดูกหักและใช้ระยะเวลาในการรักษาและฟื้นตัวนาน เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากกระดูกพรุน