วิธีกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ให้อายุยืน เคล็ดลับสุขภาพดีที่ทำตามได้จริง

วิธีกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ให้อายุยืน เคล็ดลับสุขภาพดีที่ทำตามได้จริง-1

ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรอายุยืนติดอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเฉพาะในจังหวัดโอกินาวา ที่มี คนญี่ปุ่น อายุเกิน 100 ปี มากถึง 68 คน ต่อประชากร 100,000 คน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?  เขามีอาหารเสริมราคาแพงหรือไม่? แล้วจะทำอย่างไรให้มีอายุยืนเฉกเช่นคนญี่ปุ่น ? เคล็ดลับอายุยืนของชาวญี่ปุ่น คือ อาหาร และ วัฒนธรรมในการกินอาหาร เคยสังเกตไหมว่าเวลาเชฟอาหารญี่ปุ่นนั้นมักพิถีพิถันทั้งในการทำอาหารและการจัดเตรียมอาหาร วัตถุดิบที่ใช้ล้วนมีคุณภาพมาจากธรรมชาติ ปราศจากสารปรุงแต่งหรือหากมีก็น้อยมาก อาหารแต่ละจานจึงเต็มไปด้วยสารที่ช่วยในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ที่สำคัญคือช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์  ในบทความนี้ขอนำเคล็ดลับการกินอาหารที่ช่วยชะลอวัยและมีอายุยืนแบบ คนญี่ปุ่น มาฝากครับ

5 เคล็ดลับกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ให้อายุยืน

1. การกินแบบ ฮาระ ฮาชิ บุ (Hara Hachi Bu) 

    ฮาระ ฮาชิ บุ คือ การกินอาหารให้อิ่ม 80% โดยคำว่า ฮาระ ฮาชิ บุ มีความหมายโดยนัยคือ ฮาระ แปลว่าท้อง, ฮาชิ แปลว่า แปด และ บุ คือ ส่วน เมื่อนำทั้ง 3 คำ มารวมกันจึงมีความหมายว่า ท้องแปดส่วน หรือพูดง่าย ๆ คือ ให้หยุดกินเมื่อได้อาหารราว 80% ของท้อง หรือการกินอิ่มแบบพอดี ๆ ไม่แน่นท้องจนเกินไป ไม่ไปเพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกาย กระบวนการเผาผลาญก็จะสมบูรณ์มากขึ้น กระเพาะก็จะอยู่ในรูปทรงเดิม หากกิน 100% เต็มความจุของกระเพาะ กระบวนการย่อยก็จะทำงานหนัก ปริมาณแคลอรี่ก็เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้ากินเกินความจุจนท้องขยายก็จะทำให้อึดอัด กระเพาะจะเปลี่ยนรูปทรง ลองนึกภาพลูกโปร่งที่เป่าลมเกินขนาด เมื่อทิ้งไว้นาน ๆ แล้วปล่อยลมออกจะเห็นว่าขนาดของลูกโป่งใหญ่ขึ้น ก็เหมือนกับกระเพาะของคน จากเดิมที่กินอิ่มเพียง 100% กลายเป็นต้องกินอิ่ม 120% จึงจะเต็มความจุของกระเพาะ ยิ่งกินมากกระเพาะก็จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย ทั้งระบบการย่อยอาหาร ระบบที่นำพลังงานไปใช้ ปริมาณแคลอรี่ที่มีก็สูงขึ้น เมื่อใช้ไม่หมดจึงเกิดการสะสมในรูปแบบของไขมันทั้งในร่างกายและหลอดเลือด 

    วิธีกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ให้อายุยืน เคล็ดลับสุขภาพดีที่ทำตามได้จริง-2

    2. มีผักสดเป็นเครื่องเคียง 

    หนึ่งในแบบสำรวจที่นักวิจัยได้สอบถามกลุ่ม คนญี่ปุ่น จากโอกินาวา นั่นคืออาหารที่คนส่วนใหญ่จะรับประทาน ผลปรากฏว่ามีเมนูผักในแทบทุกมื้อและมีผักสดเป็นเครื่องเคียงคู่กับอาหาร โดยเมนูที่ผู้สูงอายุในโอกินาวารับประทานคือ โกยะ หรือมะระญี่ปุ่น ถือเป็นซุปเปอร์ฟู้ดของคนโอกินาวาก็เป็นได้ เพราะมะระญี่ปุ่นนี้อุดมไปด้วยสารโมโมดิซิน ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนและรักษาระดันความดันเลือดให้คงที่ มีโพลีเปปไทด์ พี และชาแลนทีนที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีวิตามินซีที่สูงกว่ามะนาว 2-3 เท่า มีวิตามินเอ อี บี เค และแร่ธาตุอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งเมนูที่น่าสนใจได้แก่ ผัดโกยะ , เทมปุระโกยะ , สลัดโกยะ นอกจากนี้ยังมีผักอื่น ๆ ที่มีประโยชน์และสรรพคุณเป็นยา เช่น ผักปวยเล้งที่นิยมนำมากินสด ๆ เป็นเครื่องเคียงในมื้ออาหาร ผักโขม สาหร่าย ถั่ว ธัญพืช มันหวาน และอื่น ๆ โดยแนวคิดของคนโอกินาวาจะรับประทานผักเป็นหลัก

      3. จัดสำรับให้หลากหลาย ปริมาณน้อยแต่พอดี 

        หากใครได้มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นและสัมผัสการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์หรือพักในแถบชนบท จะสังเกตได้ถึงวัฒนธรรมในการกินของ คนญี่ปุ่น ในการจัดสำรับอาหารที่มักจะมีเมนูหลายอย่าง แต่ใส่ในถ้วยใบเล็ก ๆ ในปริมาณที่พอดี หากพิจารณาให้ดีจะพบว่าในมื้ออาหารมีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ หากกินจนหมดครบทุกเมนูก็จะทำให้อิ่มกำลังดี นอกจากนี้การที่มีเมนูหลายอย่างทำให้การกินช้าลง เพราะต้องคีบอาหารทีละอย่างและเป็นการโฟกัสอาหารที่อยู่ตรงหน้าด้วย

        วิธีกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ให้อายุยืน เคล็ดลับสุขภาพดีที่ทำตามได้จริง-3

        4. วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติ

          อาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะคัดเลือกวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ สารปรุงแต่งก็มีเพียงแค่ไม่กี่ชนิดและก็ผลิตด้วยวิธีการหมักแบบธรรมชาติ จึงทำให้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายได้น้อย เช่น ปลาดิบที่อุดมไปด้วยโปรตีนและโอเมก้าสาม ปราศจากไขมัน เมนูยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะชาวโอกินาวาซึ่งเป็นพื้นที่ติดทะเล ผู้คนในจังหวัดนี้จึงนิยมรับประทานปลาเป็นหลักและไม่ผ่านกรรมวิธีการปรุงใด ๆ ให้เสียรสชาติ อาจมีเพียงซอสโชยุที่หมักด้วยวิธีธรรมชาติเป็นเครื่องปรุงรสและวาซาบิเท่านั้น

          วิธีกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ให้อายุยืน เคล็ดลับสุขภาพดีที่ทำตามได้จริง-4

          5.ดื่มชาเขียวเป็นประจำ 

            ชาเขียวญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่ช่วยในการดับกระหายเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยโดยเฉพาะสาร Epigallocatechin-3-gallate ซึ่งเป็นสารในกลุ่มคาเทชินที่พบมากที่สุดในชาเขียวมัทฉะที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการอักเสบ ช่วยเผาผลาญไขมัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าเครื่องดื่มชาเขียวมีประโยชน์มากก็จริงแต่หากได้รับปริมาณมาก ๆ อย่างต่อเนื่องก็อาจเป็นพิษต่อตับได้ จึงนิยมดื่มควบคู่ไปกับมื้ออาหารหรือช่วงเวลาชงชาเท่านั้น เมื่อรู้เคล็ดลับการกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ไปแล้ว ก็อย่าลืมนับมาปรับใช้กับตนเองกันด้วย นั่นคือ ทานอาหารให้ครบ 5หมู่ กินอิ่มแต่พอดี เลือกอาหารที่มีประโยชน์และสดใหม่จากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี ลดการปรุงรสและสารเติมแต่ง รวมทั้งควรออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของคุณเองที่จะได้มีอายุที่ยืนยาวเหมือน คนญี่ปุ่น นั่นเองครับ

            วิธีกินอาหารแบบ คนญี่ปุ่น ให้อายุยืน เคล็ดลับสุขภาพดีที่ทำตามได้จริง-5