ประกันอุบัติเหตุ vs ประกันสุขภาพ ต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับคุณ

มีหลายคนสงสัยและยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการทำ ประกันอุบัติเหตุ และ ประกันสุขภาพ ว่าต่างกันอย่างไร? เพราะทั้งคู่ต่างก็ให้ความคุ้มครองในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลคล้ายกัน จนเกิดเป็นคำถามว่า หากมีประกันสุขภาพไว้แล้ว จำเป็นแค่ไหนที่จะต้องทำประกันอุบัติเหตุ ?
เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างของประกันภัยทั้ง 2 อย่างนี้ และเพื่อให้คุณเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับประกันทั้ง 2 แบบ ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร?
ประกันอุบัติเหตุ หรือ Personal Accident Insurance (PA) เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองกรณีได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่อาจอยู่ในความคุ้มครอง เช่น

ประกันสุขภาพ คืออะไร ?
ประกันสุขภาพ หรือ Health insurance เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองที่เกิดจากปัจจัยภายในร่างกาย หรือให้ความคุ้มครองเฉพาะโรคภัยไข้เจ็บ การเจ็บป่วยตามธรรมชาติ ตั้งแต่เจ็บป่วยเล็กน้อยไปจนถึงโรคร้ายแรง รวมถึงการผ่าตัดที่เกิดจากโรค เช่น การผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งความคุ้มครองที่ได้รับยังแยกออกตามประเภทของการเข้ารับการรักษา
ประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ แตกต่างกันอย่างไร
เมื่อเข้าใจความหมายของประกันภัยทั้ง 2 ประเภท เป็นที่เรียบร้อย สามารถสรุปความแตกต่างเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ดังนี้

ก่อนตัดสินใจทำประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ ควรพิจารณาอะไรบ้าง
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าประกันภัยทุกประเภทจัดทำขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงของผู้เอาประกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน เช่น นักเรียน พนักงานออฟฟิศหรือผู้สูงวัย ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งเรียน นั่งทำงานหรือใช้ชีวิตภายในบ้าน อาจพิจารณาในส่วนของประกันสุขภาพ เพราะทุกคนสามารถที่จะเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าผู้เอาประกันเป็นพนักงานขาย ช่างเทคนิค ที่ต้องออกพื้นที่หาลูกค้าและใช้รถยนต์เป็นประจำ อาจพิจารณาในส่วนของประกันอุบัติเหตุ เพราะมีความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุมากกว่าพนักงานที่นั่งทำงานในออฟฟิศ เว้นเสียแต่ว่าจะขาดการออกกำลังกาย มีสังสรรค์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย การทำประกันสุขภาพควบคู่ไปด้วยก็เป็นอีกทางเลือกที่จะได้ความคุ้มครองเพิ่ม
หลายคนเลือกที่จะทำ ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพ ควบคู่กัน ด้วยเบี้ยที่คงที่ ราคาของประกันอุบัติเหตุที่ไม่แพง จึงมีกำลังเหลือที่จะทำประกันสุขภาพได้ อย่าลืมว่าค่ารักษาพยาบาลมักจะปรับตัวสูงขึ้นทุกปี การมีประกันสุขภาพไว้จึงเป็นการลดความเสี่ยงในด้านค่าใช้จ่ายหากต้องเข้ารับการรักษาจากโรคภัยร้ายแรง
นอกจากนี้ควรพิจารณาในส่วนของความคุ้มครองที่ได้รับ ทั้ง IPD และ OPD , วงเงินในการรักษา , เงินชดเชยในกรณีที่ต้องหยุดงานและพักรักษาตัว , เงินชดเชยในกรณีทุพพลภาพหรือแม้แต่เสียชีวิต ก่อนตัดสินใจซื้อควรอ่านรายละเอียดความคุ้มครอง ข้อยกเว้นและวงเงินคุ้มครองที่ได้รับอย่างครบถ้วน เพื่อที่จะได้เลือกแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของตัวท่านเอง