แจกแพลนเที่ยวบาหลี 5 วัน 4 คืน เก็บครบทั้งทะเล ภูเขา และวัดศักดิ์สิทธิ์

ไม่ไปไม่ได้แล้วกับแพลน เที่ยวบาหลี5 วัน 4 คืน แบบอ่านจบแพ็กเป้เที่ยวคนเดียวได้เลย เก็บหมดทั้งภูเขา ทะเล พร้อมจุดเช็กอินยอดฮิต บอกเลยว่าสวยคุ้มค่ามาก โดยการไปบาหลีครั้งนี้เราจะนั่งสายการบิน ไปลงสนามบิน Juanda International Airport (IATA: SUB) ซึ่งตั้งอยู่ในเขต SURABAYA หมู่เกาะชวาตะวันออก โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าจะบินตรงหรือต่อเครื่อง ราคาค่าตั๋วไปกลับประมาณ 14,000 – 15,000 ซึ่งในช่วง 1-2 วันแรกจะแวะชมความงามของภูเขาไฟ Bromo ก่อนที่จะข้ามไปเกาะบาหลีเพื่อชมความสวยงามทางทะเล จะมีกิจกรรมอะไรดี ๆ และน่าสนใจบ้างนั้น ไปเริ่มกันเลย
แนะนำย่านที่พัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
สำหรับที่พักจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่ ที่พักบนเกาะชวาตะวันออกและบนเกาะบาหลี ในการไปชมภูเขาไฟ Bromo ในช่วงที่สวยงามที่สุด แนะนำให้นั่งเครื่องไปลง SURABAYA ในช่วงเที่ยงถึงบ่าย เพราะต้องนั่งรถไปต่อที่หมู่บ้าน Cemoro Lawang Village ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ซึ่งจะเป็นที่พักในคืนแรก ส่วนคืนที่สองจะกลับมาพักที่ย่านสนามบิน SURABAYA เพื่อเช้าวันถัดไปจะได้นั่งเครื่องบินไปเกาะบาหลี โดยในคืนที่สามและสี่จะพักในย่านเซมินยัค (SEMINYAK) ก่อนเดินทางกลับในวันที่ห้า เพราะอยู่ใกล้สนามบิน งูระห์ไร บาหลี (Ngurah Rai International Airport)
Day 1 มุ่งหน้าสู่ Bromo ดินแดนภูเขาไฟที่พร้อมปะทุตลอดเวลา
ช่วงบ่าย เดินทางถึงสนามบิน Juanda มุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน Cemoro Lawang ด้วยรถยนต์เช่าพร้อมคนขับ (แนะนำให้ติดต่อและจองก่อนวันเดินทาง เพื่อความสะดวกในการเดินทาง) สำหรับระยะเวลาในการเดินทางจากสนามบินไปยังที่พักใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง โดยใช้ทางด่วน Toll Road ตัดไปถึงเมือง Probolinggo จากนั้นทำการเช็กอินที่พักและนัดแนะให้คนขับรถมารับในช่วงเวลา ตี 3 ถึง ตี 3.30 น. ใช้เวลาขึ้นไปอีกประมาณ 40 นาที เพื่อไปชมแสงแรกของวัน ณ บนยอดเขา Bromo
Day 2 มุ่งสู่ยอดเขา ชมวิวภูเขาไฟ ถ่ายรูปกับรถจิ๊ปพร้อมวิวเขา
ในการเดินทางของวันที่สองนี้จะเริ่มตอนช่วง ตี 2 ของวัน เพราะจะต้องไปถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและที่สำคัญจะได้มีที่จอดรถ เพราะมีนักท่องเที่ยวนิยมไปกันมาก จุดชมวิวบนภูเขาไฟ Bromo นั่นมีด้วยกันหลายจุด โดยจุดที่นิยมไปกัน ได้แก่

จากนั้น รถจิ๊ปจะพาเราลุยผ่านทะเลทรายดำลงมาจอดที่ลานกว้างบริเวณเชิงเขา (หน้าวัดฮินดู) ซึ่งเป็นจุดเริ่มเดินทางต่อไปยังปากปล่องภูเขาไฟ Bromo โดยจุดนี้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเดินเท้าลุยฝุ่นตะกอนภูเขาไฟเข้าไปเอง หรือเลือกใช้บริการขี่ม้าที่มีชาวบ้านคอยให้บริการนับร้อยตัว (ระยะทางไป-กลับ ประมาณ 3 กิโลเมตร) เพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิด หรือจะเลือกนัดแนะให้รถจิ๊ปจอดแวะถ่ายรูปคู่กับรถเท่ ๆ โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสุดอลังการระหว่างทางก็ย่อมได้

ช่วงสาย : หลังจากรับประทานอาหารเช้าและเช็กเอาต์ออกจากที่พักเรียบร้อยแล้ว หากเวลาเอื้ออำนวย แนะนำให้แวะเช็กอินที่น้ำตก Madakaripura น้ำตกแห่งประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลึก มีความสูงใหญ่อลังการและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสีเขียวของตะไคร่น้ำ (ข้อแนะนำ: การเที่ยวที่นี่ต้องเดินลุยลำธารและผ่านม่านน้ำตก ควรเตรียมเสื้อกันฝน ซองกันน้ำ และชุดสำหรับเปลี่ยนไว้ด้วย โดยใช้เวลาเที่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมง)
ช่วงบ่าย : ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองสุราบายา (SURABAYA) โดยใช้เวลาเดินทางจากน้ำตกไปยังย่านสนามบิน Juanda ประมาณ 2.5 – 3 ชั่วโมง
ช่วงเย็น : เช็กอินเข้าสู่ที่พักใกล้สนามบิน พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือออกไปเดินเล่นชมเมืองและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นรสชาติจัดจ้าน เพื่อเตรียมตัวพักผ่อนและออกเดินทางไปเกาะบาหลีในเช้าวันถัดไป
Day3. มุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งวัฒนธรรม

Day4. ย้ายที่พัก มุ่งหน้าลงใต้ เช็กอินย่านดังเซมินยัก

Day5. ซื้อของฝาก เดินทางกลับ
เป็นอย่างไรกันบ้างกับโปรแกรม เที่ยวบาหลี 5 วัน 4คืน ที่เชื่อได้เลยว่าอ่านจบแล้วสามารถเที่ยวคนเดียวได้ในทันที สำหรับใครที่สนใจจะไปเที่ยวบาหลีตามโปรแกรมที่วางไว้ แนะนำให้ตรวจสอบและจองที่พักผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงการจองรถพร้อมคนขับรถ เพื่อที่จะได้เดินทางได้สะดวกและสามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ อีกทั้งการเช่ารถพร้อมคนขับยังสามารถให้คุณฝากกระเป๋าและสัมภาระไว้บนรถได้ โดยเฉพาะการข้ามไปเที่ยวบนเกาะโดยไม่ได้ค้างคืน สามารถที่จะขึ้นรถและไปเช็กอินที่พักได้ในทันที