สิ่งที่คนรักสุนัขและแมวไม่อยากให้เกิดมากที่สุดคือการที่สัตว์เลี้ยงแสนรักต้องเผชิญกับอุบัติเหตุ โดยเฉพาะโดนรถชน เพราะนั่นหมายถึงโอกาสที่หมาแมวเหล่านั้นจะรอดชีวิตแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่มีใครจะรู้บ้างว่าหากหมาและแมวที่โดนรถชนหากได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ดีก็อาจมีโอกาสที่จะรอดชีวิตได้สูงบทความนี้จะแนะนำวิธีรับมือหากสัตว์เลี้ยงของคุณได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ พร้อมการปฐมพยาบาลหมาแมวเบื้องต้นเพื่อลดการบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตก่อนที่จะส่งถึงมือสัตวแพทย์

ตั้งสติและประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าช่วยหมาแมว
1. ตั้งสติและประเมินความปลอดภัย
คุมสติของตนเองให้ดีด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจอย่างมีสติ และประเมินความปลอดภัยรอบข้างว่ามีอันตรายอื่น ๆ อีกหรือไม่ เช่น รถวิ่ง หากอยู่ในจุดเสี่ยงห้ามพรวดพราดเข้าไป ให้ทำสัญญาณมือเพื่อให้รถที่วิ่งไปมาชะลอตัวหรือหยุด เพื่อที่จะได้เข้าไปถึงตัวสัตว์เลี้ยง
2. ประเมินพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงและป้องกันตัว
ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์อาจมีความเกรี้ยวกราดหลังจากที่สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บ อาจกัด ข่วนได้เสมอ ให้เช็กภาษากายของสัตว์เลี้ยงว่าพยายามขู่ คราง หรือพยายามจะกัด ให้ใช้ผ้าหนา ๆ คลุมตัวก่อนจับหรือห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด
3. ประเมินการตอบสนอง ตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้น
- เช็กการตอบสนองด้วยการเรียกชื่อสัตว์เลี้ยงเบา ๆ
- สำรวจบาดแผล มีจุดใดเลือดออก
- ตรวจสอบการหายใจ มีการเคลื่อนไหวบริเวณช่องอกหรือไม่
- ตรวจสอบช่องปาก มีอะไรอุดตันในช่องปากหรือจมูกหรือไม่
- กระดูกหักผิดรูปหรือไม่สามารถทรงตัวได้
4. แจ้งสัตวแพทย์ทันที
โทรหาโรงพยาบาลสัตว์ใกล้ที่สุด พร้อมแจ้งอาการเบื้องต้นและตำแหน่ง เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมอุปกรณ์รอรับรักษาได้ทันท่วงที
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับหมาแมว
ภายหลังจากประเมินการตอบสนองและตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นให้ทำการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงและปฐมพยาบาลเบื้องต้นเท่าที่จะสามารถทำได้ด้วยตนเองได้ ด้วยวิธีการดังนี้
1. เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง
ให้ใช้กระดานแผ่นเรียบรองรับตัวสัตว์เลี้ยง หรือใช้ผ้าหนาทำเป็นเปลแล้วยกสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เกิดเหตุด้วยความระมัดระวัง
2. ทำการห้ามเลือด
หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีบาดแผลให้ทำการห้ามเลือดด้วยผ้าก๊อชหรือผ้าสะอาดกดไว้บริเวณแผล หากพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเสียบอยู่ ห้ามดึงออกด้วยตนเองเพราะอาจทำให้ขนาดแผลใหญ่กว่าเดิมและมีเลือดไหลมากกว่าเดิม
3. อาการช็อก
หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีภาวะช็อก ให้โทรหาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ โดยสัตว์เลี้ยงจะมีอาการ หายใจหอบถี่, ผิวหนังมีสีเทาอมฟ้า (ภาวะตัวเขียว) ให้ทำการช่วยเหลือเบื้องต้น
- วางสัตว์เลี้ยงนอนตะแคงข้าง
- นำผ้าห่มพับวางไว้ใต้หลังส่วนล่างเพื่อยกให้สูงขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจและสมอง
- คลุมด้วยผ้าห่มเพื่อให้ความอบอุ่น
- ห้ามให้สัตว์เลี้ยงดื่มน้ำและอาหารโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สำลักได้

การปฐมพยาบาลด้วยวิธีการ CPR
การปฐมพยาบาลด้วยวิธีการ CPR เป็นการช่วยเหลือฉุกเฉินระหว่างเตรียมนำหมาแมวส่งสัตวแพทย์ ไม่ใช่การรักษาแทนหมอ หากพบว่าสัตว์เลี้ยงยังมีสติ หายใจหรือมีชีพจร ไม่ควรทำ CPR เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง
1. ตรวจสอบลมหายใจ
หากพบว่าสัตว์ หมาแมว นอนแน่นิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ให้ตรวจสอบลมหายใจเพื่อดูว่าสัตว์เลี้ยงยังหายใจอยู่หรือไม่ อาจพิจารณาดูที่บริเวณอกของสัตว์เลี้ยงว่ามีการขยับหรือเคลื่อนไหวหรือไม่ หากพบว่าไม่มีลมหายใจ บริเวณอกไม่พบการเคลื่อนไหว ให้เริ่มช่วยด้วยการปั๊มหัวใจ
2. ทำการปั๊มหัวใจ
ให้วางมือข้างใดข้างหนึ่งบริเวณหัวใจของสัตว์เลี้ยง จากนั้นให้นำอีกมือมาวางทับกัน แล้วกดแรงๆ เร็วๆ ประมาณ 100 – 120 ครั้ง/นาที หลังจากกดลงไปแต่ละครั้งให้สังเกตว่าบริเวณหน้าอกที่กดลงไปนั้นยุบตัวแล้วคืนสภาพกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ ก่อนที่จะลงมือกดซ้ำลงไป โดยให้ทำการปั๊มหัวใจ 30 ครั้ง มือที่กดให้ได้ความลึก 1/3 – 1/2 ของช่องอก จะใช้แรงปั๊มหนักเหมือนคนไม่ได้นะครับ ต้องใช้แรงให้เหมาะกับขนาดตัวของสัตว์นั้น ๆ เท่านั้น อย่างเช่น ลูกสุนัข ลูกแมว ให้ใช้เป็นนิ้วโป้งกดลงไปบริเวณหน้าอกแทนการใช้มือปั๊ม เป็นต้น
3. การช่วยหายใจ
ให้ทำการปิดปากสัตว์เลี้ยง เบา ๆ จับคอสัตว์เลี้ยงเพื่อเปิดทางหายใจ ใช้ปากของคุณปิดจมูกสัตว์เลี้ยงแล้วเป่าลมเข้าไป จนเห็นว่าหน้าอกของสัตว์เลี้ยงยกขึ้น จากนั้นช่วยหายใจอีกครั้ง
4. ให้สลับกลับไปปั๊มหัวใจ
หลังจากที่ช่วยหายใจแล้ว ให้สลับกลับไปปั๊มหัวใจอีกครั้ง โดยแบ่งเป็นปั๊มหัวใจ 30 ครั้ง ช่วยหายใจ 2 ครั้ง แล้ววนกลับมาปั๊มหัวใจ 30 ครั้ง และช่วยหายใจต่อ แบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงมือแพทย์
การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในกรณีได้รับบาดเจ็บอื่น ๆ
1. แผล
เป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยใน หมาแมว โดยเฉพาะบาดแผลที่เกิดจากการกัด หรือโดนข่วน ควรได้รับการดูแลและรักษา เพราะอาจนำมาซึ่งการติดเชื้อได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น สิ่งที่ควรทำเมื่อพบว่า หมาแมว มีบาดแผล
- หาวิธีปิดปากหมาและแมว หรือใส่ปลอกคอกันเลีย เพื่อป้องไม่ให้เลียแผล
- ต้องรีบล้างแผล โดยการฟอกน้ำสบู่เพื่อกำจัดเชื้อโรค แล้วล้างออกให้หมดด้วยน้ำสะอาด
- หากเป็นรอยกัด ห้ามสัมผัสโดยตรง ให้ใส่ถุงมือ
- ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด
- พยายามลดความเครียดของสุนัขและแมวและรีบนำส่งสัตวแพทย์โดยเร็ว
2. สัตว์เลี้ยงอาเจียน
การอาเจียนที่เกิดขึ้นในสัตว์เลี้ยง ส่วนใหญ่จะมาจากอาหารเป็นพิษ กินเร็วเกินไป อาหารไม่ย่อย กินยาหรือได้รับสารพิษเข้าไป จนทำให้สัตว์เลี้ยงอาเจียนได้ สิ่งที่ควรทำ คือ
- งดอาหารและน้ำ เป็นระยะเวลา 4 – 6 ชั่วโมง หลังพบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการอาเจียน
- หากพบว่าสัตว์เลี้ยงหยุดอาเจียน ให้ดื่มน้ำผสมแร่ธาตุ
- หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีภาวะซึม อ่อนแรงและยังอาเจียนอยู่ ให้รีบนำตัวส่งไปพบแพทย์
3. ภาวะฮีทสโตรกในสัตว์
สำหรับใครที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์หน้าสั้น แมวที่มีขนหนา ๆ และมีความเสี่ยงที่จะเป็นสโตรกง่าย ๆ เช่น หอบ หายใจถี่และแรง ดูกระวนกระวาย เดินเซ น้ำลายเหนียวข้นไหลยืด มีวิธีในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้
- นำสัตว์เลี้ยงมาอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท
- เปิดพัดลมช่วยเพื่อระบายความร้อน
- ถอดปลอกคอและเสื้อผ้าของสัตว์เลี้ยงออกให้หมด(หากสวมใส่)
- ใช้ผ้าชุบน้ำปกติ เช็ดตามข้อพับ ขาหนีบ เท้า และลำตัวเพื่อช่วยระบายความร้อน
- ให้กินน้ำอุณหภูมิปกติหากอาการไม่หอบเหนื่อยแล้ว ในปริมาณน้อย ๆ เพื่อป้องกันการสำลัก ซึ่งกรณี้นี้จะใช้เฉพาะสัตว์เลี้ยงที่ไม่หอบเหนื่อยเท่านั้น หากมีอาการหอบเหนื่อย ห้ามป้อนน้ำโดยเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้อาการแย่ลงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
- นวดบริเวณขาเพื่อให้เกิดการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น
- รีบนำส่งแพทย์
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบหมาแมวได้รับบาดเจ็บอย่างถูกวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของควรรู้ เพราะหมายถึงการช่วยชีวิต สัตว์เลี้ยงในภาวะฉุกเฉิน และสิ่งที่ควรระวังคือการป้องกันตัวคุณเองจากสัตว์เลี้ยงที่ได้รับบาดเจ็บอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ก้าวร้าวด้วยการกัด หรือข่วนคุณจนได้รับบาดเจ็บได้