การเลือกสุนัขสักตัวมาเลี้ยง ไม่ว่าจะด้วยความชื่นชอบหรือไว้เป็นเพื่อนยามเหงา ไม่ใช่แค่จะหาซื้อมาเลี้ยงได้ในทันที แต่ต้องคำนึงถึงพื้นที่สำหรับตัวผู้เลี้ยงและสุนัขเป็นสำคัญ เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์ ก็มีบุคลิก ไลฟ์สไตล์ และความซุกซนที่ต่างกัน การเลือกสุนัขมาเลี้ยงจึงต้องคำนึงถึงที่พื้นที่และไลฟ์สไตล์ของคนเลี้ยงอย่างละเอียด
โดยในบทความนี้จะมาแนะนำสุนัข 18 สายพันธุ์ เพื่อให้คุณเลือกสุนัขที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยได้มากที่สุด
ทำไมเลือกสายพันธุ์หมาให้เหมาะสมกับที่พักอาศัยจึงสำคัญ
การเลือกสายพันธุ์สุนัขให้เหมาะสมกับที่พักอาศัยถือเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญมาก ในการเลี้ยงสุนัข เพราะที่พักอาศัยมิใช่แค่ที่นอนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นโลกทั้งใบของเขาที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงและคนเลี้ยงดังนี้
1. สุขภาพจิตและพฤติกรรมสุนัข
สุนัขที่มีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ มีพลังงานสูง การเลี้ยงในพื้นที่แคบ จะทำให้สุนัขเครียด หรือซึมเศร้า อาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและทำลายสิ่งของได้
2. ป้องกันปัญหาเพื่อนบ้านและข้อบังคับในสถานที่
การเห่าของสุนัขถือเป็นเรื่องธรรมชาติ การมีพื้นที่อาศัยที่เหมาะสมกับสุนัขที่จะนำมาเลี้ยง จะช่วยป้องกันปัญหาเพื่อนบ้านและกฎข้อบังคับในบางสถานที่ที่จำกัดการเลี้ยงสุนัขขนาดใหญ่ เช่น คอนโด อพาร์ทเม้น
3. คุณภาพและความสุขของผู้เลี้ยง
การมีพื้นที่รอบบ้านมาก ๆ ช่วยให้สุนัขที่มีพลังงานมากสามารถวิ่งเล่นเองได้ โดยที่เจ้าของไม่ต้องพาออกไปเดินเล่น และทำความสะอาดได้ง่าย หากอยู่ในพื้นที่แคบและไม่มีเวลาพาออกไปเดินเล่น อาจทำให้ผู้เลี้ยงเหนื่อยล้าและเครียด โดยเฉพาะสุขอนามัยของสุนัขและผู้เลี้ยง
9 สายพันธุ์หมา สำหรับคนมีบ้าน
สุนัขในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ หรือเป็น หมา ที่มีพลังงานสูง มีความซุกซน ชอบวิ่งเล่น การมีพื้นที่บ้านหรือสนามหญ้าขนาดย่อม จะช่วยให้สุนัขได้ออกกำลังกายและไม่เครียด
1. โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)
เป็น หมา สายพันธุ์ยอดนิยม สำหรับคนที่มีพื้นที่บ้านมาก ด้วยนิสัยขี้เล่น ชอบวิ่งไปมา ไม่อยู่เฉย เป็นมิตร อบอุ่น สามารถเข้ากับคนได้ทุกวัย การมีพื้นที่บ้านช่วยให้สุนัขพันธุ์นี้ได้ปลดปล่อยพลังงานได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่เจ้าของต้องขยันอาบน้ำและทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ

2. ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)
อีกหนึ่งสายพันธุ์สายลุย เรียกได้ว่าเป็นคู่หูกับโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เลยก็ว่าได้ ลาบราดอร์ เป็น หมา ที่มีลักษณะคล้ายกับ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เพียงแต่แตกต่างกันตรงที่ขนจะไม่ยาว ดูแลรักษาได้ง่ายกว่า ด้วยนิสัยที่ฉลาด ร่าเริง ใช้พลังงานเยอะ ต้องมีพื้นที่ในบ้านและรอบบ้านกว้างพอสมควรเพื่อให้สุนัขพันธุ์ได้วิ่งเล่น
3. ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky)
หมา สายพันธุ์นี้มีรูปลักษณ์ที่สง่างามและน่าเกรงขาม ทว่ากลับมีนิสัยทะเล้นและแสนซนจนทำให้ผู้เลี้ยงทั้งรักและปวดหัวได้ในเวลาเดียวกัน ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขร่าเริง ชอบวิ่งเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นน้ำ สำหรับผู้ที่มีบ้านสวนพร้อมบ่อน้ำหรือสระน้ำ อาจต้องรับมือเป็นพิเศษ แม้จะเพิ่งทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย แต่หากคลาดสายตาเพียงครู่เดียว ก็พร้อมจะกลับมาในสภาพมอมแมมทันที นอกจากนี้ หากปล่อยให้อยู่ในบ้านตามลำพังก็มีโอกาสสูงที่จะเล่นซุกซนจนสิ่งของจัดวางไม่เป็นระเบียบ
4. หมาไทย บางแก้ว (Bangkaew)
ใครที่ต้องการหมาที่มีความซื่อสัตย์ไว้เฝ้าบ้าน ต้องนี่เลย บางแก้ว หมาพันธุ์ไทยแท้ ที่มีความจงรักภักดีเป็นเลิศ มีความฉลาด ห้าวหาญ ขี้หวงทั้งสิ่งของและหวงเจ้าของ ช่วยเฝ้าบ้านและคอยระวังภัยให้กับเจ้าของบ้านได้อย่างดี ใครที่มีบ้านสวน หรือบ้านที่มีพื้นที่มาก บอกเลยไม่ผิดหวัง
5. บีเกิ้ล (Beagle)
จอมซนหูยาวที่มีทักษะการดมที่เป็นเลิศ บีเกิ้ลเป็นสุนัขขนาดกลาง อารมณ์ดี กระตือรือร้นและชอบดมกลิ่นเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ ตลอดเวลา แม้ตัวจะไม่ใหญ่มากแต่พลังงานเหลือล้น การมีพื้นที่หน้าบ้านหรือสนามหญ้าเล็ก ๆ ให้ได้วิ่งเล่นและสำรวจ จะช่วยลดความซนลงไปได้เยอะ
6. เวลช์ คอร์กี้ (Welsh Corgi)
หมา พันธุ์ขาสั้นก้นเด้งที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยท่าทางการเดินโยกก้นส่ายสะโพกไปมา สร้างความเอ็นดูให้กับผู้คนที่พบเห็น เดิมที เวลช์ คอร์กี้ ใช้เป็นสุนัขต้อนแกะ ด้วยความฉลาดจึงมีคนนิยมนำมาเลี้ยง นิสัยของเจ้าคอร์กี้คือมีความกระตือรือร้น คล่องแคล่ว ว่องไว แม้จะขาสั้นแต่ก็ชอบวิ่งอยู่ตลอดเวลา ใครที่เป็นเจ้าของแล้วไม่อยากให้น้องอ้วน ก็ต้องขยันพาไปวิ่งหรือเดินเล่นบ่อย ๆ
7. ชิบะ อินุ (Shiba Inu)
สุนัขสายพันธุ์แท้จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยบุคลิกที่ดูฉลาด หน้าตาดูยิ้มแย้ม มีความเป็นตัวเองสูงและที่สำคัญรักสะอาด จึงเหมาะกับการเลี้ยงภายในบ้านหรือบ้านที่มีพื้นที่ไม่เยอะ อย่างไรก็ดีก็ยังต้องพาเจ้าชิบะ อินุ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดีของสุนัข

8. แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ (Jack Russell Terrier)
สุนัขตัวเล็กที่มาพร้อมพลังงานอันเหลือล้น แววตาเป็นประกายที่ส่งภาษากายบ่งบอกผู้เลี้ยงว่า เล่นกันเถอะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอากัปกิริยาใดสุนัขพันธุ์แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรียร์ ก็พร้อมที่จะพาคุณวิ่งเล่นอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีความฉลาด ไหวพริบดี มีขาหลังที่ทรงพลังทำให้มีความว่องไวเป็นเลิศ เป็นสุนัขขนาดเล็กที่ไม่ต้องการพื้นที่มากก็จริง แต่ต้องการเจ้าของที่พร้อมจะออกไปวิ่งด้วยกับเขาในทุก ๆ วัน
9. เยอรมัน เชพเพิร์ด (German Shepherd)
อัลเซเชียน หรือ เยอรมัน เชพเพิร์ด เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีความเท่ ฉลาด และสง่างาม หากบางแก้วมีความจงรักภักดีในแบบ หมา ไทย เยอรมัน เชพเพิร์ด ก็เป็นหมาที่จงรักภักดีในแบบเยอรมัน สายพันธุ์นี้นิยมนำมาเลี้ยงเป็นสุนัขตำรวจ เพราะมีสัญชาตญาณในการปกป้องสูงมาก เหมาะกับบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่บริเวณกว้าง เนื่องจากต้องให้เขาได้ออกกำลังกายและได้ปลดปล่อยพลังงาน
9 สายพันธุ์หมาขนาดเล็ก สำหรับคอนโดและหอพัก
สำหรับใครที่อาศัยในคอนโดหรือบ้านพักที่มีพื้นที่จำกัดและอยากเลี้ยงสุนัขที่มีขนาดเล็ก เห่าน้อย พาไปเดินเล่นบ้างเป็นครั้งคราว ลองมาดู 9 สายพันธุ์ต่อไปนี้
10. ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian)
ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของคนที่พักอาศัยในคอนโด เพราะมีขนาดตัวเล็ก ขนฟู ร่าเริง และประจบเก่ง สามารถปล่อยให้เดินเล่นภายในห้อง นอกระเบียงกว้าง ๆ ได้ เพียงแต่อาจต้องพาไปฝึกทักษะการเห่าให้น้อยลงเพื่ออยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น
11. ชิวาวา (Chihuahua)
สุนัขสายพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก ชิวาวาเป็นหมาติดเจ้าของ ฉลาด ดูแลง่าย ไม่กินพื้นที่ เลี้ยงในห้องนอนหรือคอนโดขนาดเล็กได้สบายๆ ขนสั้น ทำความสะอาดง่าย ไม่ค่อยหลุดร่วงให้ปวดหัว
12. เฟรนช์ บูลด็อก (French Bulldog)
ใครที่ชอบหมา เห่าน้อย ต้องยกให้ตัวนี้เลย เฟรนช์บูลด็อก หมาหน้าย่นที่แสนจะยียวน มีนิสัยตลก ขี้อ้อน และที่สำคัญชอบนอน ยิ่งได้อยู่ในห้องแอร์ ยิ่งชอบ เหมาะกับชีวิตคอนโดสุดๆ เพียงแต่ต้องระวังเรื่องอากาศร้อน
13. ปั๊ก (Pug)
อีกหนึ่งสายพันธุ์หมาหน้าย่นที่หน้าตาดูตลก ตาโต แต่นิสัยดี มีความอ่อนโยนและรักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ ปั๊กเป็นสุนัขที่ไม่ต้องการการออกกำลังกายหนัก แค่เดินเล่นในห้องก็หอบแล้ว จึงเหมาะกับการเลี้ยงในคอนโด เพียงแต่ต้องระวังเรื่องความร้อนและการออกกำลังที่หนักเกินไป เพราะเขามีจมูกสั้น หากออกกำลังกายหนัก ๆ มันจะไม่ส่งผลดีต่อการหายใจ
14. ชิห์สุ (Shih Tzu)
สุนัขสายประกวด พันธุ์เล็ก ขนยาวสวยงาม นิสัยน่ารัก อ่อนโยนและเป็นมิตรกับทุกคน ชิห์สุไม่ค่อยเห่าและปรับตัวเข้ากับชีวิตในห้องพักได้ดี แค่พาไปเดินเล่นรับลมบ้างและหมั่นแปรงขนบ่อย ๆ ก็เพียงพอแล้ว
15. พุดเดิ้ล ทอย (Toy Poodle)
สุนัขพันธุ์ที่มีความเฉลียวฉลาด มีความน่ารัก ขนหยิก ขนร่วงน้อยและไม่ค่อยก่อให้เกิดภูมิแพ้ พุดเดิ้ลทอยตัวน้อยจึงเหมาะกับเลี้ยงในคอนโดและบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เรียนรู้คำสั่งไว เข้ากับคนได้ง่าย
16. ยอร์คเชียร์ เทอร์เรียร์ (Yorkshire Terrier)
หมาไฮโซที่มีขนยาวสวยงาม ขนาดเล็ก มีความฉลาดและกล้าหาญ ยอร์คเชียร์เป็นหมาขี้อ้อนและมีความคล่องแคล่ว จึงนิยมนำไปประกวด ไม่ต้องการพื้นที่เยอะ แค่มีมุมส่วนตัวเล็กๆ กับของเล่นชิ้นโปรดในห้องก็เพียงพอแล้ว
17. มอลทีส (Maltese)
มอลทีส เป็นหมาที่ฉลาด เรียบร้อย น่ารัก หากได้เลี้ยงและทำความรู้จัก จะรับรู้ได้เลยว่ามอลทีสฟังคำสั่งเจ้าของรู้เรื่อง มอลทีสเป็นสุนัขที่ติดเจ้าของมาก เหมาะกับคนอยู่คอนโดที่พอมีเวลาให้อยู่ด้วยกัน ขนไม่ค่อยร่วง แต่ต้องหมั่นดูแลคราบน้ำตา เพราะการปล่อยคราบน้ำตาเกาะไว้นาน ๆ ทำให้ติดเชื้อได้
18. บิชอง ฟริเซ่ (Bichon Frise)
ใครที่ชอบ หมาสีขาว ขนฟู สุภาพอ่อนโยน เข้ากับคนได้ง่าย บิชอง ฟริเซ่ คือหนึ่งในคำตอบที่ใช่ ด้วยนิสัยร่าเริง และอารมณ์ดีตลอดเวลาจึงเป็นที่รักของใครหลาย ๆ คน เหมาะมากกับคนขี้เหงา ต้องการให้สุนัขมาอ้อน เลี้ยงในคอนโดหรือบ้านพื้นที่จำกัดได้สบาย ๆ
เตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจรับน้องหมามาเลี้ยง
1. งบประมาณและค่าใช้จ่าย
เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย โดยเฉพาะค่าอาหาร ค่าวัคซีนและใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขอนามัยของสุนัข หากเป็นอาหารเม็ดขนาด 15-20 กิโลกรัม มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึง 2,500 – 3,000 บาท สำหรับสุนัขกินเป็นรายเดือน แต่ถ้าเป็นอาหารปรุงสุกทำเองค่าอาหารจะถูกลงค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 – 1,800 บาทต่อเดือน
หากเป็นค่าวัคซีนในช่วงปีแรกจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และจะค่อย ๆ ถูกลงในปีถัดไป เพราะเป็นการฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิ
ค่าสุขอนามัย เช่น ค่าอาบน้ำ ตัดขน ตัดเล็บ ขึ้นอยู่กับขนาดของสุนัขโดยมีราคาเริ่มต้น 500 บาท/ครั้ง
2. เวลาที่ต้องมอบให้
สำหรับสุนัขขนาดเล็ก หรือสายพันธุ์คอสั้น เวลาที่ใช้ในการเดินเล่น ประมาณ 20 – 30 นาที/วัน โดยจะเป็นการเดินเล่นช้า ๆ และระมัดระวังอากาศที่ร้อนเกินไป
สุนัขขนาดกลาง เวลาที่ใช้ในการเดินเล่นประมาณ 30 – 40 นาที/วัน อาจมีเดินช้าสลับวิ่งเป็นบางครั้ง และระมัดระวังอากาศที่ร้อนเกินไปสำหรับสุนัขที่มีขนเยอะ
สุนัขขนาดใหญ่ เวลาที่ใช้ในการเดินเล่นประมาณ 40 – 60 นาที บางตัวอาจต้องใช้เวลานานถึง 90 นาที โดยส่วนใหญ่จะนิยมวิ่งมากกว่าเดินปกติ ผู้เลี้ยงจะต้องแข็งแรงและควบคุมสุนัขให้ดีเพื่อไม่ให้หลุดจากการควบคุม
3. ความพร้อมของที่พักอาศัย
การเตรียมพร้อมของที่พักอาศัย ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การจัดสรรพื้นที่และสุขอนามัยที่เหมาะสม โดยอาจทำคอกกั้น ป้องกันการหลุดออกจากบ้าน หรือใส่สายจูงสำหรับสุนัขขนาดเล็ก
ควรฝึกสุนัขให้รู้จักขับถ่ายในพื้นที่ที่จัดเตรียมให้ พร้อมจัดเก็บและนำไปทิ้งทุกครั้งหลังสุนัขเสร็จกิจ
จัดเตรียมที่นอนให้เหมาะสมพร้อมทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อโรคและเห็บ หมัด
หากทำความเข้าใจและจัดเตรียมสถานที่พักอาศัยให้เหมาะสมกับขนาดสุนัขที่จะนำมาเลี้ยงแล้ว จะเห็นว่าการเลี้ยงสุนัขในแต่ละสายพันธุ์ไม่ยากเลย ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนให้สุนัขอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างวินัยและพฤติกรรมที่ดีไม่สร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านก็เพียงพอแล้ว
