เบี้ยประกันภัยรถกระบะแพงจริงไหม ? เปิดราคาเบี้ยหมดก่อนตัดสินใจ

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ระหว่าง รถเก๋ง กับ รถกระบะ รถประเภทใดมีค่าเบี้ยประกันภัยที่แพงกว่า และเพราะอะไรถึงแพงกว่า หรือแม้แต่รถยนต์ประเภทเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่ใช้คนละพื้นที่ก็ยังมีค่าเบี้ยที่แตกต่างกันด้วย .. บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงเหตุผลว่าทำไมรถยนต์แต่ละประเภทจึงมีค่าเบี้ยที่แตกต่างกัน ทั้ง ๆ ที่มูลค่ารถใกล้เคียงกัน เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนซื้อรถและทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์
1.การจัดประเภทของรถยนต์
หนึ่งในปัจจัยหลักที่นำมาคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์คือการจัดประเภทของรถ สำหรับรถเก๋งจัดอยู่ในประเภทรถยนต์ส่วนบุคคล เน้นการใช้งานทั่วไปเป็นหลัก มีรูปแบบการใช้งานที่แน่นอน จึงทำให้มีความเสี่ยงที่รถจะเสียหายน้อย ในขณะที่ รถกระบะ แม้จะจัดอยู่ในประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลได้ แต่ก็มีบางส่วนที่ใช้เพื่อการพาณิชย์และการบรรทุก มีการใช้งานที่หลากหลาย จึงทำให้มีความเสี่ยงมากกว่ารถเก๋ง อีกทั้งวัตถุประสงค์ในการใช้รถที่แตกต่างกัน แม้รถกระบะจะจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล แต่วัตถุประสงค์ในการออกแบบมาเพื่อการบรรทุก เมื่อนำมาใช้บรรทุกจึงทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถลดลงและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย บริษัทประกันจึงคิดค่าเบี้ยครอบคลุมในความเสี่ยงนี้ด้วย ยิ่งถ้าเป็นรถกระบะที่จดทะเบียนเพื่อการพาณิชย์ หรือใช้รับจ้างขนส่ง ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นอีก เบี้ยประกันจึงมีแนวโน้มสูงกว่ารถใช้งานส่วนบุคคล

2. มูลค่าของรถ
รถที่มีมูลค่าสูงย่อมมีค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงตามไปด้วย โดยเฉพาะรถหรูหรือรถนำเข้าจากยุโรป นอกจากนี้รถกระบะบางยี่ห้อ บางรุ่นยังมีราคาที่สูงกว่ารถเก๋งอีกด้วย เช่น รถกระบะ 4 ประตู , รถกระบะยกสูง จึงทำให้ค่าเบี้ยประกันปรับตัวสูงขึ้น ยิ่งเป็นรถที่มีอะไหล่แพงและหายากก็ยิ่งมีค่าเบี้ยประกันแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะรถที่เลือกซ่อมศูนย์บริการ เนื่องจากค่าซ่อมที่แพงกว่ารถที่ซ่อมอู่ในเครือ

3. ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรถราคาสูง
นอกจากปัจจัยข้างต้นที่ทำให้ค่าเบี้ยประกัน รถกระบะ สูงกว่า รถเก๋ง เมื่อเทียบกันด้วยราคาและปีที่ผลิตแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรถยนต์แตกต่างกัน ได้แก่

จะเห็นว่าเบี้ยประกันภัยของ รถกระบะ ที่สูงกว่ารถเก๋ง เป็นผลมาจากการประเมินความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนในรูปแบบเพื่อการพาณิชย์ , การนำไปใช้งานที่หลากหลาย ทั้งรับจ้าง ขนสินค้า รวมไปถึงมูลค่าของตัวรถ อะไหล่และของตกแต่งเพิ่มเติม ที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยรถกระบะสูงกว่ารถเก๋ง แต่อย่างไรก็ตามใช่ว่า รถกระบะ ทุกคันจะมีค่าเบี้ยที่แพงกว่ารถเก๋งเสมอไป ทั้งนี้ยังต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ประกอบ เช่น อายุรถ , จังหวัดที่จดทะเบียน , อายุ และเพศผู้ขับขี่ , ประวัติการเคลมและเงื่อนไขของประกันภัยที่ทำ หากเจ้าของรถเข้าใจหลักการคำนวณเบี้ยประกันและเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับการใช้งานก็สามารถที่จะได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าโดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเป็น ที่สำคัญอย่าลืมเปรียบเทียบราคาและรายละเอียดความคุ้มครองจากหลายบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม ในราคาที่เหมาะสม เพราะประกันรถยนต์ที่ดี ไม่ใช่แค่เบี้ยถูก แต่ต้องช่วยให้คุณอบอุ่นใจได้ทุกครั้งที่ออกเดินทาง