ปัจจุบันหลายพื้นที่ในประเทศกำลังทำการก่อสร้างทาง ปรับปรุง ขยายถนน ส่งผลให้พื้นผิวจราจรเป็นหลุมขนาดใหญ่ ทั้งยังมีปัญหาการใช้งานเดิมอย่างถนนชำรุด ฝาท่อปิดไม่สนิท วันดีคืนดีขับรถผ่านเกิดสั่นสะเทือน คนขับบังคับรถไม่อยู่พุ่งตกข้างทาง หรือเจอรอยแยกถนนเสียหลัก ขับรถตกท่อ ยางแตก ช่วงล่างพัง พีคสุดพลิกคว่ำซ่อมทั้งรถ รักษาทั้งคน เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากใครได้บ้าง? หน่วยงานรัฐในพื้นที่? หรือผู้รับเหมา?
บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการเรียกร้องสิทธิ ค่าเสียหาย และเงินชดเชย จากหน่วยงานรัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวทางในฐานะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุดังกล่าวที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้
หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 420 ระบุว่า “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
โดยหน่วยงานหรือผู้ที่มีหน้าที่ซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาถนนต้องรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องป้องกัน เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเกิดความเดือดร้อนและได้รับความเสียหายจากการละเลยหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ เพราะรัฐมีหน้าที่ดูแลถนนหนทางให้ปลอดภัยต่อการสัญจรของประชาชน ฉะนั้นหากประชาชนประสบอุบัติเหตุจากพื้นผิวถนน หรือฝาท่อที่ชำรุด ขับรถตกท่อ ให้ตรวจสอบก่อนว่า ณ จุดเกิดเหตุเป็นถนนของหน่วยงานใดที่ดูแล เพราะหากส่งเอกสารผิดที่ เรื่องอาจถูกโยนกันไปมา จนเกิดความล่าช้า ซึ่งถนนที่สัญจรไป-มา สามารถแบ่งพื้นที่รับผิดชอบได้ดังนี้
- ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงพิเศษ ถนนสายหลักข้ามจังหวัดอยู่ในความดูแลของ กรมทางหลวง (โทร. 1586)
- ทางหลวงชนบท (ถนนสายรองระหว่างอำเภอ/ตำบล) อยู่ในความดูแลของ กรมทางหลวงชนบท โดยจะมีอักษรย่อจังหวัด 2 ตัว และตามด้วยตัวเลข 4 ตัว กำกับ เช่น ชม.3035 หรือถนนเลี่ยงเมืองสันป่าตอง-หางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น (โทร. 1146)
- ทางหลวงท้องถิ่น เขตชุมชน อยู่ในความดูแลขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น อบต., อบจ.
- ถนนที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง / ซ่อมแซม ผู้รับเหมาก่อสร้าง ร่วมกับ หน่วยงานรัฐผู้ว่าจ้าง ต้องรับผิดชอบร่วมกัน (โดยเฉพาะกรณีไม่มีการติดป้ายเตือน สัญญาณไฟ หรือสัญญาณจราจรที่ชัดเจนในระยะปลอดภัย)

เมื่อเกิดเหตุต้องทำอย่างไร?
- แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น คือโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหากเป็นทางหลวง ทางพิเศษ ให้แจ้งตำรวจทางหลวง หากเป็นถนนสายรองอื่น ๆ ให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทร 191
- เก็บหลักฐาน
ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ หากไม่ได้รับบาดเจ็บมาก ให้พยายามเก็บรวบรวมหลักฐาน หาก ขับรถตกท่อ ให้ถ่ายหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะถ่ายคลิปวีดีโอ ถ่ายรูป จุดเกิดเหตุ บริเวณโดยรอบอย่างช้า ๆ เพื่อให้เห็นสภาพแวดล้อม เพื่อยืนยันว่าไม่มีป้ายเตือน ไม่มีไฟสัญญาณเตือน (หากเกิดในเวลากลางคืน) หรือไม่มีกรวยตั้งในระยะที่มองเห็น
- ถ่ายภาพความเสียหายของรถ
ถ่ายสภาพรถ ล้อยาง ล้อแม็ก ช่วงล่าง หรือรอยชน รวมทั้งทะเบียนรถให้เห็นชัดเจน
- โทรแจ้งบริษัทประกันภัย
หากเป็นประกันชั้น 1 ให้โทรหาบริษัทประกันภัย เพื่อแจ้งเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยระบุสถานที่และเหตุการณ์โดยละเอียด เพื่อบริษัทจะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บหลักฐานทางภาพถ่ายเพิ่มเติมและให้ความช่วยเหลือในกรณี ขับรถตกท่อ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
- แจ้งความหรือลงใบบันทึกประจำวันเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางจราจร
โดยระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากสภาพถนนชำรุด ฝาท่อชำรุดและไม่มีสัญญาณเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเอกสารนี้คือหลักฐานในการเรียกร้องค่าเสียหาย อย่าลืมที่จะทำสำเนาใบแจ้งความหรือใบบันทึกประจำวันเพื่อใช้แนบกับใบเคลมของบริษัทประกัน เพื่อให้บริษัทประกันรับช่วงสิทธิ์เรียกร้องเงินคืนจากหน่วยงานรัฐแทน
- นำรถเข้าอู่/ศูนย์บริการ เพื่อประเมินราคาซ่อม
สำหรับรถที่ใช้ประกันภัยชั้นอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประกันชั้น 1 อาจต้องสำรองจ่ายค่าซ่อมรถด้วยตนเอง จากนั้นให้อู่หรือศูนย์บริการออกใบเสร็จรับเงินค่าอะไหล่และค่าซ่อมอย่างละเอียด ก่อนนำไปเป็นหลักฐานในการยื่นกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อขอรับเงินชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
- หลักฐานค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกจากค่าซ่อมรถ
ให้เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกจากค่าซ่อมรถ เช่น ใบเสร็จค่ารถสไลด์ , ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล(ถ้ามี) ซึ่งอาจใช้สิทธิ์ในการรักษากับ พรบ.รถ , ใบเสร็จค่าเดินทางระหว่างที่ไม่มีรถใช้ ฯลฯ

รายการค่าเสียหายที่คุณมีสิทธิ์เรียกเงินคืน
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าหากรถเกิดอุบัติเหตุ เจ้าของรถสามารถเรียกได้เพียงแค่ค่าซ่อมรถเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้ โดยในขบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลานาน เพราะอาจต้องให้ศาลพิจารณาพิพากษาคำตัดสินนั้นให้ถึงที่สุดก่อน จึงจะได้รับเงินชดเชยดังกล่าว
ขั้นตอนการยื่นเรื่องเรียกร้องค่าชดเชยจากหน่วยงานรัฐ
เมื่อได้หลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
- จัดเตรียมเอกสาร หลักฐานให้ครบถ้วน
- ยื่นหนังสือร้องเรียน/เรียกร้องค่าเสียหาย ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ
- ซึ่งทางหน่วยงานจะตั้งคณะกรรมการพิจารณา
- จากนั้นจะมีการเจรจาตกลงค่าชดเชย หากตกลงกันได้รับเงินชดเชย
หากหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจต้องยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง เพื่อช่วยเรียกร้องความเป็นธรรม โดยคดีดังกล่าวจะมีระยะเวลาอายุความ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่รู้ตัวผู้ที่จะต้องรับผิดชอบใช้ค่าเสียหายและถูกปฏิเสธการชดเชยหรือเยียวยาไม่เป็นธรรม หรือ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่โดนละเมิด
อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นแล้วควรมีสติและรวบรวมหลักฐานที่มีอย่างละเอียด แม้จะเป็นคดีความกับหน่วยงานของรัฐ อย่าให้ความเสียหายกลายเป็นภาระของเราฝ่ายเดียว เพราะประชาชนก็มีกฎหมายที่ช่วยคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วยเช่นกัน