น้ำมันเครื่องแห้ง ทำยังไง อันตรายแค่ไหน?

น้ำมันเครื่องแห้ง ทำยังไง อันตรายแค่ไหน?-1

น้ำมันเครื่องถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของเครื่องยนต์ที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยในการหล่อลื่นเครื่องยนต์ ยังช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยมอีกด้วย โดยเฉพาะรถยนต์ที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของรถอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยยืดอายุการทำงานของรถยนต์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น  และปัญหาที่คนขับรถไม่อยากเจอเลย คือ น้ำมันเครื่องแห้ง

เนื่องจากน้ำมันเครื่องเป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับภายในเครื่องยนต์และต้องได้รับการเปลี่ยนตามระยะทางหรือระยะเวลาที่ใช้งาน  ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่หลายคนมักละเลยต่อการดูแลเอาใจใส่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เพราะมักคิดไปเองว่าหากรถยังวิ่งได้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก .. โดยปกติแล้วน้ำมันเครื่องจะลดลงประมาณ 0.1 ลิตร ต่อ 10,000 กิโลเมตร หรืออาจจะไม่ลดลงเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องยนต์ พอนานวันเข้าแล้วไม่ได้ทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง จึงเป็นเหตุให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย  .. ในบทความนี้จะพาเจ้าของรถยนต์มือใหม่ทุกคนไปรู้จักกับวิธีการตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่อง อาการของรถที่บ่งบอกว่า น้ำมันเครื่องแห้ง ด้วยตนเอง พร้อมวิธีแก้ไข

สาเหตุที่ทำให้ น้ำมันเครื่องแห้ง เกิดจากอะไรได้บ้าง

1. การระเหยจากการใช้งานของเครื่องยนต์

โดยปกติแล้วน้ำมันเครื่องจะค่อย ๆ ลดลงจากระบบของเครื่องยนต์  เนื่องจากการทำงานของเครื่องยนต์ภายใต้อุณหภูมิที่สูงและสภาพอากาศภายนอกที่ร้อนระอุ ซึ่งความร้อนเหล่านี้สามารถทำให้ปริมาณของน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์ลดลงได้ แต่จะลดลงในปริมาณไม่มากหรืออาจจะไม่ลดลงเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องยนต์ในขณะนั้น หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่การสึกหรอที่รุนแรงจนเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายได้

2. การสึกหรอของเครื่องยนต์

เป็นธรรมดาของเครื่องยนต์เมื่อผ่านการใช้งานเป็นระยะเวลานาน ๆ ย่อมเกิดการสึกหรอ ทำให้ชิ้นส่วนภายในเสื่อมสภาพ น้ำมันเครื่องอาจมีการรั่วซึมเข้าสู่ห้องเครื่อง หรือนอกตัวเครื่องผ่านซีล โดยเป็นการรั่วซึมทีละน้อย ๆ และด้วยความที่การรั่วซึมเป็นไปทีละน้อยนี่เองจึงเป็นเหตุให้เจ้าของรถไม่ทันสังเกต โดยส่วนใหญ่จะพบปัญหาในรถยนต์ก็เมื่อมันกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่แล้วจากการใช้งานอย่างหนักและต่อเนื่อง

3. น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ

การเสื่อมสภาพของน้ำมันเครื่อง ในกรณีนี้ส่วนใหญ่จะพบได้จากรถยนต์ที่จอดเป็นระยะเวลานาน ๆ และไม่ได้รับการดูแลเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จึงทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพและกลายสภาพมีความข้น หนืด ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำมันเครื่องแห้งได้

น้ำมันเครื่องแห้ง ทำยังไง อันตรายแค่ไหน?-2

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกให้รู้ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้ว

หากคุณไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาหรือระยะทางที่ขับตามกำหนดระยะที่ต้องเปลี่ยน รถยนต์ของคุณจะมีอาการเหล่านี้ นั่นคือ

1. ไฟแจ้งเตือนที่หน้าปัด

หากเป็นรถยนต์รุ่นใหม่มักจะมีเซ็นเซอร์ตัววัดระดับน้ำมันเครื่อง หากพบว่ามีไฟแจ้งเตือน นั่นหมายความว่าน้ำมันเครื่องในระบบกำลังลดต่ำลงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด ควรเปลี่ยนหรือเติมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามคู่มือรถที่กำหนดมา

2. รถยนต์เร่งไม่ขึ้น

เกิดการประสิทธิภาพในการเผาไหม้ลดลง เนื่องจากเครื่องยนต์ขาดการหล่อลื่น การตอบสนองของเครื่องยนต์ช้าลง ส่งผลให้รถยนต์เร่งไม่ขึ้น หรือกำลังเครื่องตกเมื่อต้องขึ้นในทางลาดชัน

3. มีควันสีขาวออกจากท่อไอเสียและมีกลิ่นเหม็น

หนึ่งในสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าเครื่องยนต์กำลังจะมีปัญหาที่เห็นได้ชัดคือรถยนต์มีควันสีขาวออกจากปลายท่อ เพราะนั่นหมายถึงน้ำมันเครื่องกำลังเล็ดลอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ ควรรีบเข้าศูนย์บริการ อีกทั้งในระยะนี้ห้ามใช้รถในการเดินทางไกล เพราะอาจทำให้ น้ำมันเครื่องแห้ง ส่งผลให้เครื่องน็อคและก่อให้เกิดอันตรายได้

4. เครื่องยนต์มีเสียงดังผิดปกติ

หลังจากสตาร์ทรถยนต์และขับขี่ไปสักระยะจะสังเกตได้ว่าเครื่องยนต์มีเสียงดังผิดปกติ สาเหตุมาจากน้ำมันเครื่องในระบบไม่เพียงพอ ทำให้แหวนและลูกสูบเกิดการเสียดสีกับกระบอกสูบ ซึ่งจะนำไปสู่อาการลูกสูบติดและทำให้เรื่องยนต์เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง

วิธีแก้ไขเบื้องต้นหาก น้ำมันเครื่องแห้ง

หากเผชิญเหตุน้ำมันเครื่องแห้ง ซึ่งบางกรณีรถจะดับทันที หรือในกรณีที่รถยังไม่ดับแต่ทราบแล้วว่าน้ำมันเครื่องแห้ง สิ่งที่ควรทำ คือ

1.จอดรถและดับเครื่อง โดยหาพื้นที่ที่ปลอดภัยเพื่อทำการจอดรถและดับเครื่อง จากนั้นรอประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้เครื่องยนต์เย็น จึงค่อยเปิดฝากระโปรงรถ

2.ทำการเช็คก้านวัดน้ำมันเครื่อง หากอยู่ต่ำว่าระดับตัวอักษรที่ L แปลว่า เครื่องยนต์ขาดน้ำมันเครื่อง

3.ทำการเรียกรถยกเพื่อนำรถเข้าอู่รถยนต์เพื่อทำการเช็คว่ามีการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องหรือไม่ หากมีรอยรั่ว ก็ให้ทำการซ่อมปะรอยรั่วนั้นเสีย แล้วจึงทำการเติมน้ำมันเครื่อง หากไม่มีรอยรั่วก็สามารถเติมน้ำมันเครื่องได้

อย่างไรก็ตามควรดูแลไม่ให้ น้ำมันเครื่องแห้ง เพราะมันอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากในกรณีที่แย่ที่สุดหากน้ำมันเครื่องที่แห้งจะส่งผลให้รถหยุดการทำงานทันที ซึ่งเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้และหากรถหยุดท่ามกลางการเดินทางก็ย่อมอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งอันตรายมาก

น้ำมันเครื่องแห้ง ทำยังไง อันตรายแค่ไหน?-3

วิธีการดูแลรักษาแลป้องกัน น้ำมันเครื่องแห้ง

1. หมั่นตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอยู่เป็นประจำ

การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องสามารถทำได้ด้วยตนเองด้วยการดึงก้านวัด ซึ่งระดับน้ำมันเครื่องที่ปกติจะอยู่กึ่งกลางระหว่างขีด L – H หรือ Min – Max หากระดับค่อนไปทาง L หรือต่ำกว่า ให้ระวังและตรวจเช็กการรั่วซึมในระบบ พร้อมกับนำรถเข้าตรวจเช็กยังศูนย์บริการ

2. เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่องตามระยะทางที่กำหนด

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามที่กำหนด เพื่อเป็นการป้องกันการเสื่อมสภาพของน้ำมันเครื่องเก่าและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการหล่อลื่น ช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกครั้ง ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องด้วยเพื่อให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

3. หลีกเลี่ยงการเติมสารเติมแต่งต่าง ๆ ลงไปในน้ำมันเครื่อง

การเติมสารเติมแต่งที่แม้จะมีโฆษณาว่าให้กำลังเครื่องดี แต่หากนำมาผสมกับน้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐานแล้ว อาจทำให้น้ำมันเครื่องมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงและส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้

4. เลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐานและตรงตามการใช้งาน

ปัจจุบันมีน้ำมันเครื่องหลายยี่ห้อ หลายเบอร์ เช่น SAE 0W-20 , 5W-30 , 10W-40 อีกทั้งยังมีหลายเกรด เช่น น้ำมันเครื่องธรรมดา , น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ซึ่งเจ้าของรถควรรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเลขและตัวอักษรที่ระบุบนภาชนะใส่น้ำมันเครื่อง รวมถึงการเลือกใช้ให้ตรงกับที่โรงงานผู้ผลิตรถยนต์กำหนดหรือตามสภาพการใช้งาน เพราะน้ำมันแต่ละชนิดก็จะมีรอบในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่แตกต่างกัน

เมื่อทราบถึงปัญหาและสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ น้ำมันเครื่องแห้ง ก็อย่าลืมที่จะดูแลบำรุงรักษารถยนต์อยู่เป็นประจำ เพื่อให้รถยนต์มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอและป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากความสึกหรอของเครื่องยนต์ อีกทั้งเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ที่คุณรัก