สาเหตุการเกิด โรคมะเร็งคืออะไร อาการ ป้องกันอย่างไร

สาเหตุการเกิด โรคมะเร็งคืออะไร อาการ ป้องกันอย่างไร-1

มะเร็ง เป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยไปไม่น้อยในแต่ละปี โรคมะเร็งมีด้วยกันมากกว่า 100 ชนิด แต่ชนิดที่พบได้บ่อยในประเทศไทย คือ มะเร็งตับ, มะเร็งปอด, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งลำไส้และมะเร็งเม็ดเลือดขาว

โรคมะเร็งคืออะไร

มะเร็ง คือคำที่ใช้เรียกโรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมนุษย์ผิดปกติหรือกลายพันธุ์ โดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เซลล์ดังกล่าวเจริญเติบโตผิดปกติและรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหรือที่เรียกกันว่า เนื้องอก ปัจจุบันมีการจำแนกการเกิดเซลล์มะเร็งออกเป็น 3 สาเหตุหลักด้วยกันประกอบด้วย

1. สารเคมี Chemical Carcinogenesis คือ การที่ร่างกายรับสารเคมีเข้าไปแล้วทำให้เซลล์กลายพันธุ์ ตัวอย่างสารเคมีที่ทำให้เซลล์กลายพันธุ์ได้แก่

  • สารเคมีจากบุหรี่, โลหะหนัก, มลพิษ ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด
  • สารอะฟลาท็อกซิน , เชื้อรา ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ

2. การติดเชื้อ โรคมะเร็งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อไวรัสและเชื้อที่นำความเสี่ยงมาสู่โรคมะเร็ง ได้แก่ เชื้อไวรัสตับอักเสบ B ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ , การติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง นำความเสี่ยงมาสู่การเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้

3. กรรมพันธุ์ เป็นสาเหตุที่พบได้น้อยที่สุดแต่ก็ยังสามารถพบได้ คือการถ่ายทอดเซลล์มะเร็งจากพ่อแม่ไปสู่ลูก จึงทำให้ลูกที่เกิดมาเป็นมะเร็ง

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่นำไปสู่การเป็นมะเร็งได้ นั่นคือวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น การกินอาหารไขมันสูง , การกินเนื้อสัตว์แปรรูปอยู่เป็นประจำ , การขาดการออกกำลังกาย , การกินอาหารที่ไม่มีกากใยที่นำไปสู่การเป็นมะเร็งลำไส้ เป็นต้น

สาเหตุการเกิด โรคมะเร็งคืออะไร อาการ ป้องกันอย่างไร-2

อาการเตือนที่ฟ้องว่าอาจเป็นมะเร็ง

อาการของโรคมะเร็ง แบ่งออกเป็น 4 ระยะ

  • ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก ถึงเล็กมากและยังไม่ลุกลาม โดยมากแล้วเรามักจะไม่พบมะเร็งในระยะนี้เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บป่วยเป็น ๆ หาย ๆ จึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้
  • ระยะที่ 2 ก้องมะเร็งเริ่มใหญ่ขึ้น อาจมีกระจายไปต่อมน้ำเหลือง แต่ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ บางรายเริ่มที่จะมีมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก ถ่ายมีเลือดปน กินอิ่มเร็ว ตกขาวผิดปกติ ฯลฯ
  • ระยะที่ 3 เป็นระยะที่ตรวจพบได้บ่อยที่สุด เพราะก้อนมะเร็งเริ่มมีขนาดใหญ่ ร่างกายแสดงความผิดปกติมากขึ้น และเชื้อเริ่มลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ท้องบวมโต ตาเหลือง ผิวเหลือง
  • ระยะที่ 4 ระยะลุกลาม เชื้อมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย

แนวทางในการรักษาโรคมะเร็ง

ปัจจุบันการรักษามะเร็งมีหลากวิธี เช่น การรักษาแบบประคับประคอง การฉายแสง(รังสี) , การรักษาด้วยเคมี การผ่าตัด การรักษาด้วยยามุ่งเป้าซึ่งมีทั้งแบบกินและแบบฉีด ซึ่งแต่ละวิธีมีวิธีการและวัตถุประสงค์ในการรักษาที่แตกต่างกัน

  • การรักษาแบบประคับประคอง เป็นการรักษาตามอาการของผู้ป่วย เพื่อทุเลาความเจ็บปวดของผู้ป่วยให้น้อยลงมากที่สุด
  • การฉายแสง หรือ รังสีรักษา เป็นการใช้รังสีที่มีพลังงานสูงมุ่งทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะจุด เพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งและให้เซลล์มะเร็งตาย ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะมีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย ทั้งนี้ผลข้างเคียงสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่จะผมร่วง อ่อนเพลีย ผิวหนังที่ได้รับรังสีอาจมีสีแดง
  • การรักษาด้วยเคมี หรือที่เรียกกันว่า คีโม เป็นการรักษาด้วยยาที่เป็นกลุ่มออกฤทธิ์ด้วยการฆ่าเซลล์มะเร็ง พร้อมกับยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งแตกตัวหรือแพร่กระจาย ส่วนใหญ่จะรักษาควบคู่ไปกับการฉายแสงและการผ่าตัดเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีขึ้น
  • การผ่าตัด เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบที่เป็นมะเร็งออก เพื่อรักษาให้หายขาดหรือบรรเทาอาการ ส่วนใหญ่มะเร็งที่ได้รับการผ่าตัดและผู้ป่วยมีโอกาสหายสูง ได้แก่ มะเร็งเต้านม , มะเร็งลำไส้ เป็นต้น
  • การรักษาด้วยยามุ่งเป้าซึ่งมีทั้งแบบกินและแบบฉีด คือ การรักษาโดยใช้ยาที่จำเพาะเจาะจงต่อมะเร็งโดยตรง เพื่อควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์และระงับการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในระยะเริ่มต้นและระยะแพร่กระจาย โดยการรักษาดังกล่าวจะแตกต่างจากการใช้เคมีบำบัด จึงสามารถควบคุมมะเร็งได้ดีกว่าและสร้างผลกระทบต่อร่างกายของผู้เข้ารับการรักษาน้อยกว่า โดยยามุ่งเป้าที่ใช้มีทั้งแบบฉีดและแบบกิน 
สาเหตุการเกิด โรคมะเร็งคืออะไร อาการ ป้องกันอย่างไร-3

การป้องกันตนเองจากโรคมะเร็ง 

  • การตรวจคัดกรอง เป็นการตรวจประจำปี เพราะหากตรวจพบได้เร็วยิ่งมีโอกาสในการรักษาให้หายได้เร็ว เป็นที่รู้กันดีว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งส่วนใหญ่จะพบว่าตนเองเป็นมะเร็งก็ต่อเมื่อเข้าระยะที่ 3 แล้ว ซึ่งโอกาสในการรักษาให้หายเป็นไปค่อนข้างยาก
  • เลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดเป็นจำนวนมาก ที่น่าตกใจคือผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปอดมีแนวโน้มที่มีอายุไม่มาก
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นไปที่พืชผักที่มีประโยชน์และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ควรรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำและสร้างให้เป็นนิสัยการกินถาวร ผักและผลไม้ที่ช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น บล็อกโคลี่ , กะหล่ำดอก , ผลเบอร์รี่ต่าง ๆ ฯลฯ ทั้งนี้ควรงดเว้นอาหารจำพวก อาหารแปรรูป , อาหารแช่แข็ง , อาหารทอด , อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปริมาณกลางถึงสูง เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยสารเคมี เกลือ และน้ำตาลในปริมาณสูงซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง พ่อแม่ยุคใหม่ควรสอนลูกโดยการทำอาหารจากธรรมชาติให้ทานตั้งแต่เล็ก ๆ และเมื่อออกนอกบ้านควรเลือกอาหารธรรมชาติมากกว่าการเลือกทานฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจากร้านสะดวกซื้อเพียงเพราะแค่สะดวกและรวดเร็ว
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกกำลังอย่างน้อยวันละ 30 นาที นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ห่างไกลโรคได้
  • ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะพิษของแอลกอฮอล์ไปทำลายตับโดยตรง ส่งผลให้มีโอกาสที่จะเกิดภาวะตับอักเสบและกลายเป็นมะเร็งตับได้
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง หากเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้อุปกรณ์ในการป้องกัน เพราะสาเหตุของการเป็นมะเร็งปากมดลูกมาจากการมีเพศสัมพันธ์ของคู่นอนตนเองที่มีเชื้อ HPV มากถึง 70% แม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันแต่ก็ไม่ควรประมาท

ต่อคำถามที่ว่า โรคมะเร็งคืออะไร เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านได้รับคำตอบจากบทความนี้ไปแล้วไม่มากก็น้อย หากสงสัยว่าร่างกายตนเองมีความผิดปกติ หรือสงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็ง ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยและหาแนวทางในการรักษาต่อไป เนื่องจากมะเร็งในระยะเริ่มต้นมักจะไม่แสดงอาการ จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการคัดกรองทางการแพทย์ หากตรวจพบจะได้วางแผนในการรักษาแต่เนิ่น ๆ ยิ่งพบแพทย์และทำการรักษาเร็วยิ่งช่วยให้คุณมีโอกาสหายจากมะเร็งได้สูงขึ้น