สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า พอต อันไหนอันตรายกว่า เสี่ยงหรือปลอดภัยกว่า?

ปัจจุบันปัญหาการสูบบุหรี่ในสังคมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบุหรี่มวนแบบดั้งเดิม แต่ยังรวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้า และพอต ซึ่งถูกโฆษณาในโลกออนไลน์ว่า “อันตรายน้อยกว่า” หรือ “เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า” แต่ความเป็นจริงแล้ว บุหรี่ทุกชนิดล้วนมีความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่ต่างกัน เพียงแต่รูปแบบและกลไกของการก่ออันตรายอาจแตกต่างกันออกไป
ในบทความนี้จะมาเปรียบเทียบว่า บุหรี่, บุหรี่ไฟฟ้า และพอต แบบไหนอันตรายกว่ากัน พร้อมทั้งแนะนำวิธีการป้องกันไม่ให้ตนเองหรือบุตรหลานเข้าไปเสี่ยงกับสิ่งเหล่านี้
บุหรี่มวน อันตรายคลาสสิกที่รู้จักกันมานาน
บุหรี่มวน คือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ใช้วิธีการเผาไหม้ ทำให้เกิดควันซึ่งประกอบไปด้วยสารนิโคติน ทาร์ และสารเคมีที่มีพิษมากกว่า 4,000 ชนิด โดยอย่างน้อย 60 ชนิด เป็นสารก่อมะเร็ง ยิ่งสูบติดต่อกันนาน ๆ ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้าย
โทษหลักของบุหรี่มวน
1. เพิ่มความเสี่ยงต่อ มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพองและช่องปาก
2. ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ล้วนมีประวัติเกี่ยวข้องกับบุหรี่ถึง 20%
3. ทำลายระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง หอบหืด
4. การสูบบุหรี่ต่อเนื่องทำให้ผิวแห้งแก่เร็ว ฟันเหลือง มีกลิ่นปาก
5. ควันบุหรี่มือสองยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กเล็ก
6. แม้โทษของบุหรี่เป็นที่รู้จักกันมานาน แต่ก็ยังมีคนสูบอยู่มาก เพราะนิโคตินมีฤทธิ์เสพติดสูง

บุหรี่ไฟฟ้าและพอต อันตรายที่หลายคนยังเข้าใจผิด
บุหรี่ไฟฟ้า และ พอต คืออุปกรณ์ที่ทำงานด้วยการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนน้ำยาบุหรี่ให้กลายเป็นไอระเหย แทนการเผาไหม้เหมือนบุหรี่มวน การใช้งานคล้ายกันแต่แตกต่างกันในเรื่องของขนาดโดยพอตมีขนาดเล็กกว่า กำลังไฟน้อยกว่า พกพาสะดวก อย่างไรก็ตามทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและพอตมักถูกโฆษณาว่า “ปลอดภัยกว่า” บุหรี่มวน แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินในปริมาณสูง บางรุ่นสูงกว่าบุหรี่มวนหลายเท่า อีกทั้งยังมีสารเคมีอันตรายอื่น ๆ อีกมากถึง 7,357 ชนิด และมีสารเคมีอย่างน้อย 70ชนิด ที่เป็นสารก่อมะเร็ง เช่น
1. โพรพิลีนไกลคอล และกลีเซอรีน ที่อาจก่อการระคายเคืองทางเดินหายใจ
2. สารแต่งกลิ่นรส หลายชนิดที่ไม่ควรถูกสูดเข้าสู่ปอด
3. โลหะหนัก จากขดลวดความร้อน เช่น นิกเกิล ตะกั่ว
โทษของบุหรี่ไฟฟ้า/พอต
1. เพิ่มความเสี่ยง โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่นเดียวกับบุหรี่มวน
2. ไอนิโคตินเข้มข้นทำให้เสพติดได้ง่าย โดยเฉพาะวัยรุ่น
3. อาจทำให้เกิด โรคปอดอักเสบจากสารเคมี (EVALI) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตแบบฉับพลัน เพราะจากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยมากกว่า 77% นอกจากจะมีอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรงแล้วยังมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอีกด้วย
4. ข้อมูลทางการแพทย์ยังไม่สามารถยืนยันผลกระทบระยะยาวได้ แต่แนวโน้มคือมีอันตรายไม่น้อยกว่าบุหรี่มวน
ดังนั้น แม้บุหรี่ไฟฟ้าและพอตอาจไม่เกิด “ควันดำ” แบบบุหรี่มวน แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยกว่า

สูบบุหรี่, บุหรี่ไฟฟ้า, พอต แบบไหนอันตรายกว่ากัน?
หากเปรียบเทียบในเชิงวิทยาศาสตร์ บุหรี่มวนจะมีสารก่อมะเร็งจำนวนมากจากการเผาไหม้ ในขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตจะมีนิโคตินเข้มข้น ทำให้เสพติดง่ายและมีความเสี่ยงจากสารเคมีที่ยังไม่ชัดเจนในระยะยาว กล่าวได้ว่า ทั้งสองแบบอันตรายเหมือนกัน เพียงแต่ต่างรูปแบบของอันตรายที่จะได้รับ
บุหรี่มวน = เสี่ยงมะเร็งและโรคทางเดินหายใจสูง
บุหรี่ไฟฟ้า/พอต = เสี่ยงติดนิโคตินหนักและเสี่ยงต่อปอดจากสารเคมีที่ไม่ควรถูกสูดดม
ดังนั้น คำตอบที่ได้รับ คือ ไม่ว่าจะเป็น บุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้าหรือพอต ไม่มีชนิดใดปลอดภัยกว่ากัน เพราะทุกชนิดล้วนมีความเสี่ยงที่ทำร้ายสุขภาพทั้งผู้สูบและคนรอบข้าง
วิธีป้องกันไม่ให้ตนเองและลูกหลานเสี่ยงกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
การป้องกันไม่ให้คนในครอบครัวโดยเฉพาะเยาวชนเข้าไปเสี่ยงกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ การสื่อสาร และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมในครอบครัว พร้อมกับให้คำแนะนำและความรู้แก่เยาวชนและลูกหลานของท่านถึงโทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
1. ให้ความรู้เรื่องโทษตั้งแต่เนิ่นๆ
เด็กและวัยรุ่นมักเริ่มสูบบุหรี่เพราะคิดว่า “ไม่อันตราย” หรือ “ลองเล่นๆ” ผู้ปกครองควรเล่าให้ลูกเข้าใจว่า นิโคตินทำให้เสพติดได้และโทษของบุหรี่ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะสะสมจนร่างกายเสียหายในอนาคต ควรใช้สื่อการเรียนรู้ เช่น วิดีโอ หรือเรื่องราวของผู้ป่วยจริง เพื่อให้เด็กเห็นผลกระทบชัดเจน
2. สร้างครอบครัวปลอดบุหรี่
– หากในบ้านมีผู้สูบ ควรตั้งใจเลิก เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี
– ไม่ควรมีบุหรี่หรือพอตวางอยู่ในบ้าน เพราะเป็นการกระตุ้นความอยากรู้อยากลองของเด็ก
– กำหนดให้บ้านเป็น เขตปลอดบุหรี่ เพื่อป้องกันควันบุหรี่มือสอง
3. ใช้กิจกรรมสร้างสรรค์แทนการสูบ
เด็กที่เข้าสู่วงการบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอต มักมาจากการอยากเข้ากลุ่มเพื่อน หรือหากิจกรรมยามว่าง ผู้ปกครองควรสนับสนุนให้ลูกเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา ดนตรี ศิลปะ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมทักษะการเข้าสังคมโดยไม่ต้องพึ่งสารเสพติด
4. เข้ารับการช่วยเหลือหากติดนิโคตินแล้ว
หากผู้ใหญ่ในบ้านสูบบุหรี่มานาน ควรขอคำปรึกษาแพทย์เพื่อเลิกบุหรี่ ปัจจุบันมีทั้ง นิโคตินทดแทน (Nicotine Replacement Therapy) เช่น แผ่นแปะ หรือหมากฝรั่ง นอกจากนี้ยังสามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อเข้ารับการบำบัดและเลิกบุหรี่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเลิกสำเร็จ
ไม่มีบุหรี่ชนิดไหนที่ปลอดภัย
ไม่ว่าจะเป็น บุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า หรือพอต ล้วนมีความเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งสิ้น การสูบไม่ใช่ทางเลือกที่ “ปลอดภัยกว่า” เพียงแค่ความเสี่ยงเปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่เริ่มสูบตั้งแต่แรก และหากสูบอยู่แล้ว ควรตั้งเป้าเลิกให้เร็วที่สุดเพื่อสุขภาพของตัวเองและคนที่คุณรัก
ถ้าคิดถึงเรื่องประกัน TPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์ โบรกเกอร์ประกันภัย เป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัยรถยนต์ ประกันการเดินทาง และประกันด้านสุขภาพ