โครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หัวใจ4ห้องมีอะไรบ้าง รู้ก่อนความผิดปกติของหัวใจ

หัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่เป็นปั๊มสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย เพื่อให้เซลล์ต่าง ๆ ได้รับออกซิเจนและสารอาหารอย่างเพียงพอ หากหัวใจทำงานผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงได้ ในบทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับหัวใจ โครงสร้างของหัวใจทั้ง 4 ห้อง และหน้าที่ของแต่ละห้องหัวใจ พร้อมทั้งแนะนำการสังเกตความผิดปกติของหัวใจก่อนที่โรคร้ายจะมาเยือน
โครงสร้างของหัวใจและระบบการทำงาน
หัวใจของคนเรามีขนาดประมาณกำปั้น อยู่บริเวณกลางทรวงอกค่อนไปทางซ้ายเล็กน้อย ห่อหุ้มด้วยเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardium) และกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac muscle) ที่สามารถบีบตัวอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องอาศัยการสั่งงานจากสมองโดยตรง
โครงสร้างสำคัญของหัวใจประกอบด้วย
1. 4 ห้องหัวใจ (Heart Chambers) ประกอบไปด้วย 2 ห้องบนและ 2 ห้องล่าง
– เอเทรียมขวา (Right Atrium) ทำหน้าที่ รับเลือดที่ใช้แล้ว (มีออกซิเจนน้อย) จากร่างกาย ผ่าน หลอดเลือดดำใหญ่ส่งต่อไป เวนทริเคิลขวา
– เวนทริเคิลขวา (Right Ventricle) ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปที่ ปอด ผ่านหลอดเลือดแดงปอด เพื่อให้เลือดรับออกซิเจนใหม่
– เอเทรียมซ้าย (Left Atrium) ทำหน้าที่รับเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนกลับมาจากปอด ส่งต่อไป เวนทริเคิลซ้าย
– เวนทริเคิลซ้าย (Left Ventricle) เป็นห้องที่มีกำลังบีบตัวแรงที่สุด ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกายผ่าน หลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta)
2. ลิ้นหัวใจ (Heart Valves) ทำหน้าที่เปิด–ปิดควบคุมการไหลเวียนของเลือด
3. เส้นเลือดใหญ่ (Major Blood Vessels) เช่น หลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) , หลอดเลือดดำใหญ่ (Vena Cava) , หลอดเลือดแดงปอด (Pulmonary Artery)

การไหลเวียนของเลือดในหัวใจแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.การไหลเวียนเล็ก ส่งเลือดไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด
2.การไหลเวียนใหญ่ ส่งเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย
ภาวะผิดปกติของหัวใจที่ควรรู้ ก่อนเผชิญโรคร้าย
เพื่อดูแลสุขภาพของหัวใจที่ดี เราควรเข้าใจว่า “หัวใจที่ปกติ” ทำงานอย่างไร เพื่อสังเกตสัญญาณที่ผิดปกติเหล่านั้นได้ทันเวลาก่อนที่ภัยร้ายจะมาเยือน ซึ่งหัวใจที่ปกติควรมีลักษณะดังนี้
– อัตราการเต้นของหัวใจในขณะที่ร่างกายพักผ่อนอยู่ที่ประมาณ 60–100 ครั้งต่อนาที
– มีจังหวะการเต้นสม่ำเสมอ ไม่เต้นเบาและไม่เต้นแรงเกินไป
– ขณะที่หัวใจเต้นปกติจะต้องไม่มีอาการหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือบวมที่ขา
– ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ (ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท)
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น , หายใจลำบาก , เจ็บแน่นหน้าอก หรือบวมที่เท้า ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ เช่น หัวใจวาย , หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะหัวใจล้มเหลว

โรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน
1. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
เกิดจากการที่ไขมันหรือคราบพลัคไปเกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ ทำให้หัวใจไม่สามารถฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ตามปกติ
อาการที่พบ : ส่วนใหญ่จะเจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะช่วงออกกำลังกายหรือใช้ร่างกายในการทำงานหนัก หากอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดหัวใจวาย
2. โรคภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
คือ ภาวะที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะปกติ อาจเต้น เร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ทำให้การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่มีประสิทธิภาพ
อาการที่พบบ่อย : ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นขาดช่วง, เหนื่อยง่าย เวียนหัว หน้ามืด เป็นลม ในบางรายรุนแรง อาจเกิด หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน สาเหตุเกิดจากหัวใจบีบตัวได้ไม่ดี หรือคลายตัวผิดปกติ เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ ส่วนใหญ่มักเกิดตามหลังโรคหัวใจอื่น ๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ หรือความดันสูง
3. โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ
ลิ้นหัวใจทำหน้าที่เปิด–ปิดให้เลือดไหลในทิศทางเดียว หากลิ้นหัวใจรั่วหรือแคบ จะทำให้เลือดไหลย้อนหรือไหลไม่สะดวก
อาการที่พบบ่อย : เหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนหัว เป็นลม หากไม่เข้ารับการรักษา อาจนำไปสู่หัวใจโตหรือหัวใจล้มเหลวได้

วิธีดูแลหัวใจให้แข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจ
แม้หัวใจจะทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง เราในฐานะเจ้าของหัวใจสามารถช่วยให้หัวใจแข็งแรงและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้
รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ เลือกอาหารที่มีผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด ลดอาหารมันจัด เค็มจัดและหวานจัด หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และอาหารฟาสต์ฟู้ด
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว , ว่ายน้ำ , ปั่น , จักรยาน อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เพราะการออกกำลังช่วยให้หัวใจสูบฉีดได้มีประสิทธิภาพ
ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ ช่วยเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ควรตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ เช่น ตรวจวัดความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือด หากมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง
หัวใจของเรามีทั้งหมด 4 ห้อง ทำงานประสานกันเพื่อสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ห้องขวาดูแลการส่งเลือดไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด ส่วนห้องซ้ายดูแลการส่งเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ การรู้จักโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ ช่วยให้เราเข้าใจความสำคัญของการดูแลหัวใจตั้งแต่ยังปกติ ก่อนที่จะเกิดโรคร้ายแรง หากเราหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ ร่วมกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันก็จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงไปได้อีกยาวนาน
ถ้าคิดถึงเรื่องประกัน TPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์ โบรกเกอร์ประกันภัย เป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัยรถยนต์ ประกันการเดินทาง และประกันด้านสุขภาพ