ข้อดี ข้อเสีย ของบัตรกดเงินสด มีอะไรบ้างมาดูกัน

‘บัตรกดเงินสด’ (Cash Card หรือ Personal Loan Card) เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่หลายคนเลือกใช้ แต่จะมีสักกี่คนที่ใช้บัตรอย่างถูกวิธีและไม่ก่อให้เกิดปัญหาด้านการเงิน
แม้บัตรกดเงินสดจะเหมือนดูช่วยเหลือให้เจ้าของบัตรผ่อนคลายเรื่องการเงินในระยะสั้นได้ แต่ก็แฝงมาพร้อมกับภาระระยะยาวหากใช้โดยไม่วางแผน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก ข้อดี และ ข้อเสีย ของการมีบัตรกดเงินสดอย่างมืออาชีพ พร้อมแนะแนวทางใช้บัตรอย่างชาญฉลาด
1. ข้อดีของการมีบัตรกดเงินสด
1.1 เสริมสภาพคล่องทางการเงินที่รวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้บัตรกดเงินสดได้รับความนิยม นั่นเพราะเจ้าของบัตรสามารถเข้าถึงเงินสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอเพียงแค่มีตู้ ATM หรือแอปพลิเคชัน Mobile Banking ก็สามารถถอนเงินสดได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติ ซึ่งต่างจากการขอสินเชื่อปกติที่อาจต้องรอหลายวัน
1.2 มีระบบผ่อนชำระรายเดือนแบบขั้นต่ำได้
สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น ฟรีแลนซ์ หรือพ่อค้าแม่ค้า การมีบัตรกดเงินสดช่วยให้จัดการเงินสดได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถเลือกผ่อนชำระขั้นต่ำได้ 5-10% ของยอดที่ใช้ ซึ่งเป็นการบริหารเงินสดในระยะสั้นได้ดี

1.3 ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
การขอบัตรกดเงินสดโดยส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้บุคคลหรือทรัพย์สินเพื่อค้ำประกัน ทำให้ผู้ที่ไม่มีสินทรัพย์หรือไม่มีผู้ค้ำประกันสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่าย ต่างจากสินเชื่อบางประเภทที่มีกฎเกณฑ์เข้มงวด
1.4 มีโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่
หลายธนาคารหรือสถาบันการเงินมักจัดโปรโมชัน ดอกเบี้ยต่ำ 0% ใน 2-3 เดือนแรก หรือมีระบบผ่อน 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งหากวางแผนการใช้จ่ายดี ๆ ก็ถือเป็นช่องทางเข้าถึงเงินทุนที่คุ้มค่ามากในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
2. ข้อเสียและความเสี่ยงที่มาพร้อมบัตรกดเงินสด
2.1 ดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อทั่วไป
แม้จะมีข้อดีเรื่องความสะดวก แต่บัตรกดเงินสดก็มีอัตราดอกเบี้ยที่สูง (โดยสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย) ซึ่งหากใช้บ่อยและผ่อนเพียงขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะสะสมอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นภาระหนี้ก้อนโตในระยะยาว
ตัวอย่าง หากกดเงิน 10,000 บาท แล้วจ่ายขั้นต่ำ 500 บาทต่อเดือน คุณอาจต้องใช้เวลากว่า 2 ปีในการปิดหนี้ และดอกเบี้ยโดยรวมอาจสูงเกือบเท่าตัว
2.2 ใช้ง่ายเกินไป อาจนำไปสู่พฤติกรรมใช้เงินเกินตัว
ด้วยข้อดีของบัตรกดเงินสดที่ใช้ง่ายมาก ทำให้หลายคนหลงลืมไปว่ากำลังยืมเงินในอนาคตมาใช้ซึ่งนำไปสู่การใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็น เช่น กดเงินไปซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นแท้จริง หรือจ่ายหนี้บัตรเครดิตอีกใบ ซึ่งเป็นวงจรหนี้อันตราย
2.3 ได้รับผลกระทบคะแนนเครดิต
การผ่อนชำระที่ล่าช้าหรือการจ่ายเพียงยอดขั้นต่ำมีผลกระทบโดยตรงต่อ ‘เครดิตบูโร’ และความน่าเชื่อถือทางการเงินในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลเมื่อคุณต้องการขอสินเชื่อบ้านหรือรถในภายหลัง เพราะธนาคารจะมองว่าคุณมีภาระหนี้ที่สูงเกินไป

3. แนวทางใช้บัตรกดเงินสดอย่างมืออาชีพ
3.1 ใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเท่านั้น
เช่น ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ , ค่าเทอมหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ไม่ควรกดมาใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงหรือซื้อของฟุ่มเฟือย เพราะหนี้จากบัตรกดเงินสดมีต้นทุนที่สูง
3.2 รู้ยอดหนี้ตนเองและวางแผนการชำระล่วงหน้า
ควรใช้ระบบแอปพลิเคชันของสถาบันการเงินเพื่อเช็กยอดหนี้คงเหลือ ดอกเบี้ย และวันที่ครบกำหนดจ่ายอยู่เสมอ หากมีเงินพอ ควรชำระเกินขั้นต่ำเพื่อประหยัดดอกเบี้ย หรือหากเป็นไปได้ควรชำระให้ครบจำนวนหนี้ของเดือนนั้น ๆ และไม่ควรผิดนัดชำระเด็ดขาด
3.3 เปรียบเทียบบัตรหลายใบก่อนสมัคร
หากคุณกำลังมองหาบัตรกดเงินสดใบแรก ควรเปรียบเทียบดอกเบี้ย , ค่าธรรมเนียม และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ดี เพราะแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขที่ต่างกัน เช่น บางแห่งมีค่าธรรมเนียมรายปี บางแห่งไม่มี หรือบางแห่งให้วงเงินสูงแต่ดอกเบี้ยก็สูงตาม
3.4 หลีกเลี่ยงการกดเงินสดเพื่อหมุนหนี้
นักบริหารการเงินมืออาชีพจะไม่ใช้บัตรกดเงินสดในการหมุนจ่ายหนี้อื่น เพราะจะทำให้ดอกเบี้ยซ้อนทับและเพิ่มความยุ่งยากในการจัดการการเงินอย่างมาก ควรหันมาวางแผนปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายแทน
การมีบัตรกดเงินสดไม่ใช่เรื่องผิด เพราะหากใช้อย่างมีวินัย มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณผ่านช่วงวิกฤตทางการเงินได้อย่างปลอดภัย แต่หากใช้โดยไม่รู้ตัว ใช้แบบรูดง่ายจ่ายน้อย ก็เท่ากับคุณกำลังสร้างภาระที่อาจติดตัวไปหลายปี
บทความ จะทำอย่างไรเมื่อชำระค่าบัตรเครดิตเกินยอด ขอเงินคืนได้ไหม?