บัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ข้อดี-เสีย ต่างกันอย่างไร

ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว หลายคนอาจกำลังเผชิญกับภาวะเงินขาดมือ หรือมีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เงินก้อนแบบกระทันหัน การขอสินเชื่อในรูปแบบต่าง ๆ จึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญในการพยุงสภาพคล่องทางการเงินของตนเองและครอบครัว ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ได้รับความนิยมหลายประเภท ทั้ง  บัตรกดเงินสด , บัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งหลายคนใช้งานบัตรเหล่านี้อยู่เป็นประจำ แต่รู้หรือไม่ว่าสินเชื่อทั้งสามแบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และแต่ละสินเชื่อเหมาะกับการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน มาดูกันว่าบัตรทั้ง 3 ประเภทด้านการเงินนี้ต่างกันอย่างไร

บัตรกดเงินสด คืออะไร 

บัตรกดเงินสด (Cash Card) คือสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหมุนเวียนที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้เพื่อให้ผู้ถือบัตรสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ตามวงเงินที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อชำระเงินต้นคืน วงเงินดังกล่าวก็จะกลับมาใช้ได้อีกโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้ในยามจำเป็น เช่น ค่าเทอมลูก , ค่ารักษาพยาบาล , ค่าซ่อมรถ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่คาดคิด

ข้อดีของบัตรกดเงินสด

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 
  • คิดดอกเบี้ยแบบรายวัน จากจำนวนเงินที่เบิกใช้จริง
  • คืนเงินต้นเมื่อไหร่ วงเงินจะกลับมาใช้ใหม่ได้ทันที
  • ชำระขั้นต่ำได้ มีความยืดหยุ่นในการบริหารเงิน 

นอกจากนี้ บัตรกดเงินสด ของสถาบันทางการเงินหลายแห่งยังสามารถใช้ผ่อนสินค้าหรือบริการที่ร่วมรายการได้ เช่น ผ่อนโทรศัพท์มือถือ , เครื่องใช้ไฟฟ้าบัตรบางใบยังมีโปรโมชั่นผ่อน 0% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สถาบันทางการเงินกำหนด เช่น 6 เดือน , 10 เดือน เป็นต้น ซึ่งบัตรกดเงินสดไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องเงินฉุกเฉิน แต่ยังเป็นทางเลือกในการวางแผนผ่อนจ่ายระยะสั้นได้อีกด้วย

ข้อเสียของบัตรกดเงินสด

  • หากเลือกชำระขั้นต่ำทุกเดือน ดอกเบี้ยจะสะสมและทำให้หนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีอัตราดอกเบี้ยสูง (สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด)
  • ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต

บัตรเครดิต คืออะไร 

บัตรเครดิต (Credit Card) เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดยธนาคารเพื่อใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการแทนเงินสด โดยผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินล่วงหน้าและจะต้องชำระเงินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด หากจ่ายเต็มจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด ทางธนาคารจะไม่คิดดอกเบี้ย แต่ถ้าจ่ายล่าช้าหรือจ่ายไม่เต็มจำนวน ธนาคารจะมีการทวงถามและคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่กำหนดในรอบบิลถัดไป

ข้อดีของบัตรเครดิต

  • สามารถรูดซื้อสินค้าและบริการได้ทั่วโลก
  • มีระยะปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 45–55 วัน
  • มีโปรโมชันส่วนลด เงินคืน (Cashback) หรือคะแนนสะสมจากพาร์ทเนอร์
  • สามารถแบ่งชำระสินค้า 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการได้

สินเชื่อส่วนบุคคล คืออะไร 

สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) คือการกู้เงินก้อนจากสถาบันการเงิน โดยจะได้รับเงินเข้าบัญชีครั้งเดียวและผู้กู้จะต้องชำระเงินคืนเป็นงวด ๆ ตามสัญญาที่กำหนด เช่น 12 เดือน , 24 เดือน หรือ 36 เดือน

ข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคล

  • ได้รับเงินก้อนครั้งเดียว เหมาะกับการใช้จ่ายตามเป้าหมาย เช่น ปรับปรุงบ้าน , จัดงานแต่ง , การลงทุนส่วนตัว
  • ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 
  • ผ่อนชำระเป็นงวด วางแผนการเงินได้ง่าย
  • ดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอก ยิ่งผ่อนมาก ดอกเบี้ยยิ่งลด

ข้อเสียของสินเชื่อส่วนบุคคล

  • ไม่สามารถนำวงเงินกลับมาใช้ใหม่ได้ ต้องสมัครใหม่เมื่อชำระหมด
  • อาจมีค่าธรรมเนียมบางประเภท 
  • หากมีรายได้ไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อการชำระล่าช้าและกระทบเครดิตบูโร

จะเห็นได้ว่าสินเชื่อทั้ง 3 ประเภท มีความเหมือนและแตกต่างกัน โดยเฉพาะรายละเอียดของสินเชื่อที่ได้มาและการชำระคืน รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยในสินเชื่อแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและสถาบันทางการเงิน แต่โดยรวมแล้วอัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ดังนั้นเมื่อต้องการใช้งานบัตร จะต้องเลือกสินเชื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้เงินของตนเอง นั่นคือ

  • หากต้องการความยืดหยุ่น ใช้เมื่อจำเป็น ชำระคืนเมื่อพร้อม เลือก บัตรกดเงินสด เหมาะที่สุด
  • หากใช้จ่ายเป็นประจำ ต้องการสะสมแต้ม ส่วนลดร้านค้าหรือโปรโมชัน บัตรเครดิต คือตัวเลือกที่ดี
  • หากต้องการเงินก้อน มีเป้าหมายการใช้งานชัดเจน  สินเชื่อส่วนบุคคลตอบโจทย์มากกว่า

ไม่ว่าจะเลือกสินเชื่อแบบไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ วินัยทางการเงิน เพราะต่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแค่ไหน หากใช้โดยไม่วางแผนหรือผิดนัดชำระก็อาจกลายเป็นภาระในระยะยาวได้