เที่ยวชิโกกุ (Shikoku) ภูมิภาคที่คนไทยไปน้อยที่สุด วิวธรรมชาติอลังการสุด

ชิโกกุ (Shikoku) เป็นหนึ่งใน 4 เกาะหลักของประเทศญี่ปุ่น นาม ชิโกกุ มิได้เป็นเพียงแค่ชื่อเกาะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นชื่อ ภูมิภาคชิโกกุ ในตัวมันเองอีกด้วย เกาะชิโกกุมีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลักทั้งสี่ของประเทศญี่ปุ่น บริเวณโดยรอบโอบล้อมด้วยทะเลเซโตะและมหาสมุทรแปซิฟิก ในภูมิภาค ชิโกกุ นี้ประกอบไปด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ โทคุชิมะ (Tokushima), คางาวะ (Kagawa), เอฮิเมะ (Ehime) และ โคจิ (Kochi) บนเกาะเต็มไปด้วยหุบเขาที่สวยงามและชายฝั่งทะเลที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ชิโกกุจึงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่แสวงหาจิตวิญญาณและการผจญภัย
การเดินทางไปชิโกกุ
ชิโกกุ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น โดยมีทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) คั่นระหว่างเกาะฮอนชู
วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ เครื่องบิน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากโตเกียว สามารถบินไปยังเมืองหลัก เช่น ทากามัตสึ (Takamatsu) , มัตสึยามะ (Matsuyama) และโคจิ (Kochi)
อีกทางเลือกหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบ คือ เช่ารถขับจากโอซาก้า แล้วข้ามสะพานใหญ่ที่เชื่อมเกาะ เช่น สะพาน Akashi Kaikyo , สะพาน Seto Ohashi เส้นทางนี้ต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศสองข้างทางที่มีวิวสวยมาก เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวหลายเมืองในชิโกะคุแบบ The Ultimate Road Trip
ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟจะมีสายตรงจากโตเกียว ได้แก่ รถไฟสาย JR Seto-Ohashi จากสถานีโอคายามะ (Okayama) ไปยังสถานีทากามัตสึ (Takamatsu) แต่การที่จะขึ้นรถไฟเพื่อต่อไปยังเมืองอื่นจะต้องใช้บริการรถไฟ Limited Express ที่วิ่งช้ากว่า ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางนานขึ้น
ในส่วนของการเดินทางภายในเกาะ จะมีระบบขนส่งสาธารณะของชิโกกุ ซึ่งมีทั้งรถไฟและรถบัส แต่รอบการให้บริการอาจไม่ถี่เหมือนเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น ดังนั้นวิธีที่สะดวกที่สุดในการเที่ยวเกาะแห่งนี้คือ การเช่ารถขับเอง เพราะจะช่วยให้เดินทางไปยังสถานที่ธรรมชาติ วัดบนภูเขา หรือหมู่บ้านเล็ก ๆ ได้ง่ายกว่า แต่ถ้าจะขับรถในญี่ปุ่น “อย่าลืมเตรียม ใบขับขี่สากล ไปด้วยนะ”
อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของชิโกกุ
1. ซานุกิอุด้ง (Sanuki Udon)
สำหรับใครที่ได้มาเยือนภูมิภาค ชิโกกุ แห่งนี้จะต้องไม่พลาดกับอาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นั่นคือเมนู อุด้ง ที่ทำจากแป้งสาลีอันมีเอกลักษณ์ที่ความเหนียว นุ่ม ไม่เหมือนใคร จังหวัดคางาวะขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองอุด้ง” สำหรับเมนูที่ดังที่สุดคือ ซานุกิอุด้ง (Sanuki Udon) ตัวเส้นหนานุ่ม เหนียวหนึบ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำซุปใส

2. ข้าวหน้าปลาฮามาจิ (Hamachi Don)
ของดีขึ้นชื่อแห่งโทคุชิมะและคางาวะที่สายกินห้ามพลาด ฮามาจิคือลูกปลาบุริ เนื้อจะมีมันน้อยกว่า รสสัมผัสสดชื่น และเบาสบายท้อง วิธีการกินรูปแบบคลาสสิค คือนำเนื้อปลาที่แล่สด ๆ ไปแช่ในโชยุ ก่อนวางลงบนข้าวสวย หรือจะกินเป็นซาชิมิแล้วจิ้มกับไข่แดงดิบ บอกเลยว่าฟินมาก ๆ ข้าวหน้าปลาฮามาจิหากินง่ายมาก เพราะเป็นเมนูขึ้นชื่อ ถ้าเจอในเมนูอาหารแนะนำให้สั่งมาลองได้เลย

3. คัตสึโอะ ทาทากิ(Katsuo Tataki)
จังหวัดโคจิ มีอาหารขึ้นชื่อคือ คัตสึโอะ ทาทากิ (Katsuo Tataki) เป็นปลาโบนิโตะย่างบนเปลวไฟที่มาจากฟางข้าว โดยทำการย่างให้ผิวภายนอกสุกพอประมาณ แล้วหั่นเสิร์ฟกับซอสพอนสึและกระเทียม ถือเป็นจานเด็ดที่ให้รสชาติสดใหม่จากทะเล และสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวเมืองที่อยู่คู่กับทะเลมาอย่างยาวนาน

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด Check in ในชิโกกุ
1. เส้นทางแสวงบุญวัด 88 แห่ง (Shikoku Pilgrimage)
ต้องยอมรับว่าชิโกกุเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้า ใครที่ได้มาจะต้องไม่พลาดกับเส้นทางแสวงบุญที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ระยะทางรอบเกาะยาวประมาณ 1,400 กิโลเมตร เส้นทางนี้ถูกก่อตั้งโดยพระชื่อดังนามว่า โคโบ ไดชิ ด้วยการพานักท่องเที่ยวเดินทางสัมผัสกับป่า ภูเขา และชายฝั่งทะเลของ ชิโกกุ วัดที่สำคัญ เช่น

2. น้ำวนยักษ์ที่ช่องแคบนารุโตะ
ที่ Naruto Strait จะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตา คือกระแสน้ำที่ไหลแรงจนเกิดเป็น น้ำวนขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามทางธรรมชาตินี้ได้จากการล่องเรือชมวิวและทางเดินกระจก Uzu no Michi บนสะพาน Onaruto ช่วงที่น้ำขึ้นน้ำลงแรง ๆ จะเห็นน้ำวนได้ชัดที่สุด

3. สะพานเถาวัลย์แห่งหุบเขาอิยะ (Iya Valley)
หุบเขาอิยะ (Iya Vally) ในจังหวัดโทคุชิมะ เป็นพื้นที่ภูเขาที่สวยงามและค่อนข้างห่างไกล ปกคลุมไปด้วยป่าทึบที่ดูเสมือนว่าซ่อนความลึกลับไว้มากมาย ไฮไลต์สำคัญของที่นี่ คือ สะพานเถาวัลย์ Iya-no-Kazurabashi สะพานแขวนที่ทำจากเถาวัลย์ธรรมชาติแห่งนี้เมื่อเดินข้ามคุณจะรู้สึกว่ามันแกว่งไปมา สร้างความรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายขณะเดินข้าม บริเวณนี้ยังมีหมู่บ้าน Ochiai ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนในสมัยโบราณไว้ รวมถึงมีน้ำตกบิวะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันสวยงามซ่อนตัวอยู่

4. ปราสาทมัตสึยามะ
ปราสาท Matsuyama Castle ถือเป็นหนึ่งในปราสาทยุคซามูไรที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดในญี่ปุ่น ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขา สามารถเดินขึ้นไปหรือใช้กระเช้าไฟฟ้าได้ ด้านบนจะมองเห็นวิวเมืองมัตสึยามะและทะเลเซโตะได้แบบพาโนรามา ภายในยังจัดแสดงอาวุธและของใช้ในยุคซามูไรอีกด้วย
5. ออนเซ็นเก่าแก่ Dogo
ถ้าได้ไปเมืองมัตสึยามะ ต้องไม่พลาด Dogo Onsen ซึ่งเป็นหนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,000 ปี อาคารโรงอาบน้ำไม้สไตล์โบราณแห่งนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดัง Spirited Away
6. สวนริทสึริน (Ritsurin Garden)
หนึ่งในสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองทากามัตสึ จังหวัดคางาวะ มีอายุกว่า 400 ปี ในอดีตสวนแห่งนี้เคยเป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าเมือง หรือไดเมียว มีการจัดภูมิทัศน์อย่างสวยงาม ทั้งบ่อน้ำ สะพาน และทางเดินที่ออกแบบอย่างประณีต นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสถานที่เพื่อนั่งจิบชาที่เรือนน้ำชาพร้อมกับชมความงามภายในสวนได้
7. แม่น้ำนิโยโดะ (Niyodo River)
เป็นหนึ่งในแม่น้ำที่มีความสวยงามราวกับภาพวาด โดยเฉพาะสีของน้ำที่ใสเป็นประกายจนถูกขนานนามว่า นิโยโดะ บลู (Niyodo Blue) แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านหุบเขา Niyodo Valley ที่เต็มไปด้วยภูเขาและป่าไม้สวยงาม กิจกรรมยอดนิยมเมื่อมาเยือน ได้แก่ ล่องแพ , พายบอร์ดแบบยืน (SUP) และเดินชมธรรมชาติริมแม่น้ำ จุดที่ต้องแวะคือ Nikobuchi แอ่งน้ำใต้ฐานน้ำตก เพื่อชมความงามของน้ำสีฟ้าใสสวยงาม
แม้ว่า ชิโกะคุ จะเป็นเกาะที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น แต่กลับเต็มไปด้วยมนด์เสน่ห์ทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม สำหรับคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นอีกมุมหนึ่งที่ยังเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนเมืองใหญ่ ชิโกกุ ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าค้นหาและอาจกลายเป็นหนึ่งในทริปที่น่าประทับใจที่สุดในญี่ปุ่นก็ได้