5 ศาลเจ้าและวัดดังในญี่ปุ่น ขอพรการงาน การเงิน ห้ามพลาด

5 ศาลเจ้าและวัดดังในญี่ปุ่น ขอพรการงาน การเงิน ห้ามพลาด

ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีวัดและศาลเจ้าจำนวนมาก เรียกได้ว่าไปท่องเที่ยวที่เมืองใดก็จะต้องพบเห็นวัดและศาลเจ้าอยู่เสมอ ๆ นั่นเพราะคนญี่ปุ่นเองก็มีสถานที่รวบรวมจิตใจไม่ต่างอะไรกับคนไทย เพียงแต่วัดและศาลเจ้าของประเทศญี่ปุ่นแต่ละแห่งมีประวัติและความเป็นมาที่ยาวนานมาก คนญี่ปุ่นและชาวต่างชาตินิยมไปไหว้สักการะและขอพรกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ศาลเจ้าแต่ละที่จะแน่นขนัดไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ยิ่งศาลเจ้าไหนเก่าแก่ยิ่งมีคนไปขอพรมาก นั่นเพราะชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์จริง ในวันนี้จะพาไปแนะนำวัดและศาลเจ้า 5 แห่งที่ทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนิยมไปขอพร จะมีที่ใดบ้างไปดูกัน

1. เติมพลังแห่งโชคกับศาลเจ้าแห่งเกียวโต ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine)

เติมพลังแห่งโชคกับศาลเจ้าแห่งเกียวโต ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine)

ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่ในเขตฮิกาชิยาม่า เมืองเกียวโต ถือเป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่ง ศาลเจ้ายาซากะสร้างขึ้นในปี ค.ศ.656 เดิมชื่อ ‘คันชินอิน’ และเปลี่ยนมาเป็น ‘ยาซากะ’ ในภายหลัง ใครที่มาเยือนเกียวโตจะต้องไม่พลาดมากราบไหว้สักการะกับศาลเจ้าแห่งนี้ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปียาวตลอดทั้งเดือนทางศาลเจ้าจะมีงานเทศกาลกิออน ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่มีชื่อเสียงของเมืองเกียวโต

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Gion-Shijo Station สาย Keihan Main Line เดินประมาณ 9 นาที (600 เมตร) หรือนั่งรถ Bus จากสถานี Kyoto สาย 100 หรือ 206 มาลงที่ป้าย Gion
เวลาทำการ : เปิดตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ไม่มี

2. โชคลาภเฟื่องฟู สถานที่ดึงดูดความมั่งคั่งแห่งโตเกียว ศาลเจ้าคันดะ–เมียวจิน (Kanda Myojin Shrine) เมืองโตเกียว

โชคลาภเฟื่องฟู สถานที่ดึงดูดความมั่งคั่งแห่งโตเกียว ศาลเจ้าคันดะ–เมียวจิน (Kanda Myojin Shrine) เมืองโตเกียว

ศาลเจ้าคันดะ-เมียวจิน เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าในเขตเกียวโตที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยถูกสร้างขึ้นในปี 730 ก่อนที่จะย้ายมายังสถานที่ปัจจุบันในสมัยเอโดะ (ปี 1603-1867) ว่ากันว่า ‘โชกุนโทกุงาวะ อิเอยาสุ’ เคยมาสักการะ ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ด้วย เพราะมีความเชื่อว่าศาลเจ้าคันดะ-เมียวจินมีเทพเจ้าประดิษฐานอยู่ถึง 3 องค์ ได้แก่ เทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยวและการแต่งงาน Daikokuten, เทพเจ้าของชาวประมงและนักธุรกิจ Ebisu และเทพเจ้า Taira Masakado ขุนนางศตวรรษที่ 10 ซึ่งเป็นที่เคารพรักของผู้คนจำนวนมาก จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากต่างมาสักการะเพื่อขอพรจากเทพเจ้า โดยเฉพาะเทพเจ้า Ebisu ซึ่งเป็นที่เคารพและสักการะของนักธุรกิจและร้านค้าจำนวนมาก นอกจากนี้เดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลคันดะ ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่สำคัญของเขตเกียวโตและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

การเดินทาง : จาก Ochanomizu Station สาย Chiyoda Line ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที หรือจากสถานี JR Ochanomizu Station ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีเช่นกัน
เวลาทำการ : เปิดตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ไม่มี

3. โอซาก้า เส้นทางแห่งความเจริญรุ่งเรือง ศาลเจ้าอิมามิยะ เอบิสุ (Imamiya Ebisu Jinja) โอซาก้า

ศาลเจ้าอิมามิยะ เอบิสุ โอซาก้า เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงในโอซาก้า ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะเทพเจ้าเอบิสุ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการค้าขาย ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากนิยมมาสักการะเทพเจ้าเอบิสุที่ศาลเจ้าแห่งนี้เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจและหน้าที่การงาน ศาลเจ้าอิมามิยะ เอบิสุ โอซาก้า ตั้งอยู่ 1-6-10 Ebisunishi, Naniwa, Osaka ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของโอซาก้า ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี และเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในโอซาก้า
สำหรับใครที่จะมาสักการะศาลเจ้าอิมามิยะ เอบิสุ โอซาก้า อย่าลืมที่จะซื้อเครื่องรางเอบิสุ (Ebisu omamori) ซึ่งเป็นสิ่งของที่เชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาให้แก่ผู้ครอบครอง เครื่องรางเอบิสุมีหลากหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือเครื่องรางรูปเทพเจ้าเอบิสุ

การเดินทาง : รถไฟ Osaka Metro สถานี Daikokucho ทางออกหมายเลข 3 เดินประมาณ 6 นาที และรถไฟ Osaka Metro สถานี Ebisucho ทางออกหมายเลข 5 เดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ : 09:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม : ไม่มี

4. เสริมโชคลาภศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ ศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine) จังหวัดมิยากิ

เสริมโชคลาภศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ ศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine) จังหวัดมิยากิ

ศาลเจ้าคาเนะ เฮะ บิซุย ตั้งอยู่ในเขตบิซุย เมืองคาเนะ จังหวัดมิยากิ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงในการขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่ง ผู้คนมากมายต่างพากันมาสักการะขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ เชื่อกันว่าหากมาสักการะขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้แล้วจะได้รับพรสมปรารถนาทุกประการ

ศาลเจ้าคาเนะ เฮะ บิซุย มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,000 ปี ขึ้นชื่อในเรื่องของน้ำและเงินตรา เพราะคำว่า ‘คาเนะเฮะบิ ซุย’ มาจากคำว่า ทองคำ งู และผืนน้ำ โดยเมื่อนานมาแล้วมีช่างตีดาบจากเกียวโต ต้องการที่จะตีดาบเพื่อถวายพระจักรพรรดิในสมัยนั้นและได้ตามหาแหล่งน้ำเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการตีดาบ จนกระทั่งมาเจอกับศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย ซึ่งมีแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ จึงได้ทำการสร้างเตาหลอมขึ้นมาพร้อมกับเริ่มตีดาบ แต่ตีเท่าไรก็ไม่สำเร็จสักทีเพราะในบริเวณดังกล่าวมีกบอาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้ช่างตีดาบไม่มีสมาธิระหว่างตีดาบ เนื่องจากกบคอยส่งเสียงร้องอยู่ตลอดเวลา จึงทำการสร้างรูปปั้นงูขึ้นมาและนำไปวางตามจุดต่าง ๆ ปรากฏว่าเสียงกบที่เคยได้ยินกับเงียบหาย ส่งผลให้เขาสามารถตีดาบที่ดีที่สุดถวายพระจักรพรรดิได้ พร้อมกับมอบรูปปั้นงูให้แก่ศาลเจ้าเพื่อแสดงถึงความกตัญญู และกลายเป็นศาลเจ้าที่เคารพสักการะในเรื่องของโชคลาภ เงินทองนับแต่นั้นเป็นต้นมา ภายในศาลเจ้ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ผู้คนนิยมมาสักการะขอพร หนึ่งในนั้นคือ ‘หินแห่งโชคลาภ’ เชื่อกันว่าหากใช้มือลูบหินนี้แล้ว จะได้รับพรเรื่องโชคลาภ เงินทองและความมั่งคั่ง โดยหินดังกล่าวจะมีลักษณะเหมือนงูกำลังเลื้อย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของศาลเจ้าแห่งนี้คือ ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีงานเทศกาลชมดอกไม้ คุณจะได้พบกับดอกวิสทีเรียสีม่วงขาวห้อยระย้าบานสะพรั่งไปทั่วศาลเจ้าและบริเวณโดยรอบ สวยราวกับอยู่บนสวรรค์เลยจริงๆ

สำหรับใครที่มาเคารพสักการะเพื่อขอพรกับศาลเจ้า ‘คาเนะเฮะบิ ซุย’ อย่าลืมที่จะบูชาเครื่องรางยอดนิยมของทางศาลเจ้านี้กลับไปด้วย โดยมีด้วยกัน 2 อย่าง ได้แก่

  • ชิโระเฮะบิคินโคโอมิคุจิ เซียมซีรูปปั้นงูสีขาวคาบกระดาษเซียมซีสีทอง
  • กระเป๋าปุคุปุคุไซฟุ เครื่องรางเสริมในเรื่องโชคลาภ เงินทอง เอาไว้ใส่เงินเพื่อเรียกเงินเรียกทอง

การเดินทาง : ใช้รถไฟ JR Tohoku Line ลงสถานี Iwanuma Station ต่อด้วยรถ Taxi อีกประมาณ 10 นาทีเวลาทำการ : เปิดตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ไม่มี

5. ขอพรดวงดาวเพื่อโชคลาภในฮอกไกโด วันทานาบาตะ (Tanabata)

ขอพรดวงดาวเพื่อโชคลาภในฮอกไกโด วันทานาบาตะ (Tanabata)

Tanabata หรือเทศกาลแห่งดวงดาวเป็นเทศกาลประจำปีที่เฉลิมฉลองในประเทศญี่ปุ่น เทศกาลนี้จัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ และมีการเฉลิมฉลองเพื่อรำลึกถึงตำนานของ Orihime และ Hikoboshi ซึ่งเป็นคู่รักที่แยกจากกันโดยแม่น้ำทางช้างเผือก ตำนานเล่าว่า Orihime เป็นเจ้าหญิงทอผ้า ที่พบรักกับหนุ่มเลี้ยงวัวที่มีนามว่า Hikoboshi พ่อของเจ้าหญิงทอผ้าที่เป็นพระจักรพรรดิแห่งสวรรค์โกรธมากจึงจับทั้งคู่แยกจากกัน โดยมีแม่น้ำทางช้างเผือกเป็นเส้นกั้น แต่ในความโกรธก็ยังเต็มไปด้วยความเห็นใจเพราะความสัมพันธ์พ่อ-ลูก จักรพรรดิจึงอนุญาตให้พวกเขาพบกันเพียงปีละครั้งในวันที่ 7 เดือน 7 ตำนานนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับประเพณีการขอพรดวงดาวเพื่อโชคลาภในฮอกไกโด ในช่วงเทศกาล Tanabata (ทานาบาตะ) ผู้คนจะเขียนคำอธิษฐานบนกระดาษสีสดใสที่เรียกว่า ‘Tanzaku’ (ทันซากุ) และแขวนไว้บนต้นไม้ หรือเสา เชื่อกันว่าดวงดาวจะอ่านคำอธิษฐานและส่งมอบให้เทพเจ้า ผู้คนยังนิยมตกแต่งบ้านและเมืองด้วยโคมไฟและกระดาษหลากสีเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล Tanabata

การเดินทาง : เป็นประเพณีที่จัดขึ้นทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นแค่วันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีเท่านั้น
เวลาทำการ : เฉพาะช่วงวันที่ 5 – 9 กรกฎาคม ของทุกปี
ค่าเข้าชม : ไม่มี

ประกันการเดินทางตรีเพชรอินชัวรันส์

สำหรับใครที่เป็นสายมูและกำลังวางแผนจะมาเคารพสักการะและขอพรจากสิ่งศักดิ์ที่ประเทศญี่ปุ่น อย่าลืมเช็คในส่วนของวันเวลาที่มีการจัดเทศกาลของแต่ละศาลเจ้าให้ดี เพื่อที่จะได้ขอโชค ขอพร รวมทั้งได้เห็นวัฒนธรรมและประเพณีที่ชาวญี่ปุ่นปฏิบัติสืบต่อกันมา อย่าลืมทำประกันเดินทางเจ็บป่วยที่ไหนก็ไม่ต้องสำรองจ่าย จะได้ไปไหว้พระขอพรกันอย่างวางใจเที่ยวญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องกังวล

ถ้าคิดถึงเรื่องประกัน TPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์ โบรกเกอร์ประกันภัย เป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัยรถยนต์ ประกันการเดินทาง และประกันด้านสุขภาพ