วิธีพาน้องหมา น้องแมวขึ้นรถ ไม่ให้เมารถ อ้วกแตก ทำยังไงดี?

วิธีพาน้องหมา น้องแมวขึ้นรถ ไม่ให้เมารถ อ้วกแตก ทำยังไงดี?-1

คนเลี้ยงสุนัขต้องรู้ อาการประหม่า วิตกกังวล น้ำลายไหล หอบ หรือแม้แต่อาเจียนทุกครั้งที่ต้องขึ้นรถ อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความดื้อหรือความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณของอาการ เมารถ ในสุนัข ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะในสุนัขที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินทางหรือสื่อประสาทหูชั้นในกับภาพที่มองเห็นที่ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กันซึ่งส่งผลให้การทรงตัวและการเคลื่อนไหวมีปัญหา หากคุณเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการป้องกันอาการ เมารถ ในสุนัข ก็จะช่วยให้การเดินทางของเจ้าสี่ขาปลอดภัย เวลาไปเที่ยวก็จะได้มีความสุขทั้งเจ้านายและเจ้าสุนัข

สุนัขเมารถได้อย่างไร

จากงานวิจัยของ Dr. Julie Buzby พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้สุนัข เมารถ ได้มีด้วยกัน 3 สาเหตุหลัก  ได้แก่

  • ความผิดปกติของหูชั้นใน เนื่องจากหูชั้นในทำหน้าที่ในการส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวและการทรงตัวไปยังสมอง หากสุนัขของท่านป่วย ประสบปัญหาหูชั้นในอักเสบ ก็จะทำให้การทรงตัวและการเคลื่อนไหวมีปัญหา รวมถึงลูกสุนัขที่ระบบหูชั้นในที่พัฒนายังไม่เต็มที่ ก็จะทำให้เมารถได้ง่าย
  • ความวิตกกังวลจากการขึ้นรถ ส่วนใหญ่จะพบมากในสุนัขที่ไม่ค่อยได้ขึ้นรถหรือภาพจำของสุนัขเองที่มองว่าการขึ้นรถจะต้องป่วยหรือไปยังสถานที่ที่ตนเองไม่ชอบ สุนัขที่ขึ้นรถแล้วสภาพในรถทำให้ไม่สบายตัว (ร้อนเกินไป , เสียงดัง , รถเหวี่ยงมาก) สุนัขจะเริ่มกังวล และความกังวลนี้เองที่พัฒนากลายเป็นอาการเมารถ

มีอาการคลื่นไส้อยู่ก่อนแล้ว เช่น ภาวะไม่สบายท้อง หรือมีโรคประจำตัวก็จะทำให้สุนัขอาเจียน เมารถ ได้ง่าย

วิธีพาน้องหมา น้องแมวขึ้นรถ ไม่ให้เมารถ อ้วกแตก ทำยังไงดี?-2

วิธีการช่วยเหลือสุนัขเมารถ

หากพบว่าสุนัขมีอาการป่วย หรือมีภาวะอาเจียนอยู่ก่อนแล้ว ให้รีบนำสุนัขไปรักษา หากสุนัขของคุณยังเป็นเพียงน้องหมาตัวน้อย ๆ มีอายุไม่ถึง 1 ปี และต้องเดินทางไกล ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อการค้าหรือย้ายถิ่นฐาน แนะนำให้ขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์เพื่อใช้ยาแก้ เมารถ แต่ถ้ามีอายุ 1 ปีขึ้นไป ให้พิจารณาใช้วิธีการฝึกเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีในการขึ้นรถโดยมีวิธีการดังนี้

  • รักษาบรรยากาศการฝึก เวลาในการฝึกให้สุนัขทำอะไร ควรรักษาบรรยากาศไม่ให้เกิดความเครียด ควรทำให้สุนัขรู้สึกดี 
  • พาสุนัขขึ้นรถที่ยังจอดสนิท สิ่งแรกที่ควรทำคือการสร้างความคุ้นเคยให้กับสุนัขเพื่อที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ แบบไม่ตื่นตระหนก ด้วยการพาสุนัขขึ้นรถที่จอดนิ่งเฉย ๆ โดยที่ยังไม่ต้องสตาร์ทรถและยังไม่ต้องขับไปไหน เริ่มแรกอาจพานั่งบนรถที่จอดสนิทเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่จะเพิ่มเวลาให้มากขึ้น สำหรับการฝึกนี้คุณสามารถที่จะให้รางวัลเป็นขนมหรือของกินเล่นได้ 
  • ลองสตาร์ทรถ หลังจากที่ทำความคุ้นเคยกับรถที่จอดนิ่ง ลำดับถัดไปให้ลองสตาร์ทรถเพื่อสังเกตพฤติกรรมและความกังวลของสุนัข เมื่อทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ก็จะทำให้สุนัขกังวลน้อยลง 
  • ขับรถในระยะทางใกล้ ๆ เมื่อสุนัขเริ่มคุ้นชินกับรถที่สตาร์ทแล้ว ให้ทำการขับรถเป็นระยะทางใกล้ ๆ เช่น ไปปากซอยแล้วกลับ หรือหน้าหมู่บ้านและวิ่งรถกลับบ้าน เพื่อค่อย ๆ ให้สุนัขได้ทำความคุ้นชินกับสภาวะที่รถกำลังวิ่ง
  • เพิ่มระยะทางและไปยังสถานที่ที่สุนัขชอบ หากการขับรถพาสุนัขไปในระยะทางสั้น ๆ ผ่านไปด้วยดี ต่อไปให้เพิ่มระยะทาง โดยอาจแวะสถานที่ที่สุนัขชอบ เช่น สวนสาธารณะที่อนุญาตให้สัตว์เข้าได้ หรือร้านขายของสัตว์เลี้ยงเพื่อแวะซื้อขนมหรือของที่สุนัขชอบเพื่อเสริมสร้างความทรงจำที่ดีให้กับสุนัข 
  • ห้ามปล่อยสุนัขไว้ในรถเพียงลำพัง การปล่อยสุนัขไว้ในรถเพียงลำพังอาจทำให้สุนัขกังวลและรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างภาพลบในใจ โดยเฉพาะในฤดูร้อน หรือการจอดรถตากแดดโดยที่ดับเครื่องอาจทำให้สุนัขเป็นสโตรกและเสียชีวิตได้
  • อย่ากลัวที่จะเริ่มใหม่ ไม่มีสิ่งใดที่จะประสบความสำเร็จในการทำตั้งแต่เริ่มต้น หากพบว่าในขั้นตอนใดที่สุนัขรู้สึกกังวล ประหม่า มีอาการเครียดและเกิดภาวะเมารถ ให้กลับไปเริ่มฝึกในขั้นตอนแรก โดยห้ามดุ ด่า เพราะจะทำให้สุนัขเกิดความเครียดยิ่งกว่าเดิม โดยอาจพิจารณาจากการเดินทางระยะสั้นบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดความคุ้นชินและหาของชอบให้สุนัขไว้บนรถด้วย 
วิธีพาน้องหมา น้องแมวขึ้นรถ ไม่ให้เมารถ อ้วกแตก ทำยังไงดี?-3

สร้างบรรยากาศในรถให้เหมือนอยู่ในบ้าน  

นอกจากการฝึกให้สุนัขคุ้นกับการเดินทางแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างบรรยากาศภายในรถให้เหมือนที่บ้าน เช่น การนำเบาะหรือที่นอนที่บ้านมาใส่ในรถ เพื่อที่สุนัขจะจำกลิ่นของตนเองได้ รักษาความเย็นภายในรถ เพราะหากสุนัขร้อนจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ง่าย เตรียมของเล่น ขนมที่สุนัขชอบเพื่อให้สุนัขได้ผ่อนคลายและเบี่ยงเบนความสนใจจากการเคลื่อนที่ของตัวรถ

อาการ เมารถ ในสุนัขสามารถพบได้บ่อย เพียงแต่เจ้าของสุนัขจะต้องทำความเข้าใจถึงปัญหาและวิธีการดูแลอย่างถูกวิธี จึงจะสามารถแก้ไขและป้องกันได้ สิ่งสำคัญคือการสร้างบรรยากาศการฝึกไม่ให้สุนัขเครียดและมีความสุขในการนั่งบนรถเพื่อช่วยให้คุณพาน้องหมาออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกันอย่างมีความสุข