ทำบุญแล้วได้อะไร ทำไมชีวิตยังเหมือนเดิม?

ทำบุญแล้วได้อะไร ทำไมชีวิตยังเหมือนเดิม?

เคยรู้สึกไหมว่ายิ่งทำบุญมากเท่าไหร่ แต่ชีวิตไม่เคยราบรื่น มีทั้งปัญหาเรื่องเงิน เรื่องงาน หรือความรักมาให้เดือดเนื้อร้อนใจอยู่เสมอ ยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกว่าทำบุญไปเหมือนไม่มีความหมาย ไม่ได้รู้สึกสุขสงบใจ ปัญหาในชีวิตดูเหมือนไม่ได้ลดลง ใครที่รู้สึกแบบนี้จะต้องทบทวนตัวเองใหม่ว่าจุดประสงค์ของการทำบุญคืออะไร ทำไปเพื่ออะไร บทความนี้จะเป็นทางออกให้คุณพบว่าแท้จริงแล้วทำบุญแล้วได้อะไรกันแน่

ทำบุญแล้วได้อะไร ?

การทำบุญเปรียบเสมือนวิธีฝึกจิตใจให้รู้จักแบ่งปัน ช่วยละความตระหนี่ทำให้ใจสงบและไม่ยึดติด ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความอิ่มเอมใจจากการได้ช่วยเหลือผู้อื่นและความภาคภูมิใจที่ได้ทำสิ่งที่ดี

บุญคืออะไร ในมุมมองของพระพุทธศาสนา

การทำบุญในมุมมองของพระพุทธศาสนา หมายถึง กุศลที่เกิดจากการกระทำดี การกระทำอันเป็นประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่แค่การถวายเงิน ถวายสิ่งของหรือการให้ทาน แต่หมายความรวมถึงการรักษาศีล การฝึกจิตใจให้สงบ เรียนรู้ที่จะลดละกิเลสอันประกอบไปด้วย ความรัก ความโลภ ความโกรธและความหลง โดยวิธีการทำบุญพื้นฐานตามหลักพระพุทธศาสนาแบ่งออกเป็น 10 ส่วน หรือที่เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ 10 มี ดังนี้

  1. ทานมัย บุญที่เกิดจากการแบ่งปัน
  2. สีลมัย บุญที่เกิดจากการรักษาศีลและไม่เบียดเบียนผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา และใจ
  3. ภาวนามัย บุญที่เกิดจากการเจริญภาวนาฝึกจิตใจให้สงบด้วยสมาธิ
  4. อปจายนมัย บุญที่เกิดจากการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน
  5. เวยยาวัจจมัย บุญที่เกิดจากการช่วยเหลือ
  6. ปัตติทานมัย บุญที่เกิดจากการแบ่งปันส่วนบุญกุศลของตัวเองให้ผู้อื่น
  7. ปัตตานุโมทนามัย บุญที่เกิดจากการยินดีกับผู้อื่น
  8. ธัมมัสสวนมัย บุญที่เกิดจากการรับฟังคำสอนที่ดีและใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิต
  9. ธัมมเทสนามัย บุญที่เกิดจากการให้ข้อคิดและบอกต่อสิ่งที่ดีแก่ผู้อื่น
  10. ทิฏฐุชุกรรม บุญที่เกิดจากการทำความเห็นให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

อานิสงส์ของการทำบุญที่เกิดขึ้นทันที

ความรู้สึกอิ่มเอมใจและความภาคภูมิใจจากการได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ คือ อานิสงส์ของการทำบุญที่เกิดขึ้นทันที การแบ่งปันยังช่วยฝึกการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนและเรียนรู้ที่จะใส่ใจผู้อื่นมากขึ้น

5 สิ่งที่คุณควรรู้ถ้าอยาก ทำบุญ แล้วชีวิตดีขึ้น

หากการทำบุญในทุกครั้งที่มีโอกาสกลับทำให้คุณรู้สึกเหมือนชีวิตแย่กว่าเดิมหรือไม่สบายใจ รู้สึกเหมือนยิ่งทำบุญก็ยิ่งทำให้ชีวิตติดขัด ขัดสน ทำให้คุณไม่อยากทำสิ่งดีๆ อีกต่อไป เราอยากให้คุณลองเปิดใจให้กับการทำบุญที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างแท้จริง โดยเริ่มต้นจาก 5 เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับแก่นแท้ของการทำบุญที่คุณทำตามได้

1. บุญไม่ใช่เครื่องมือเปลี่ยนชะตาชีวิต

คุณค่าของการทำบุญอาจไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เจตนาของการกระทำที่ดี เช่น การแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนและการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นต้น เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้ที่ไม่ได้มีความหมายเพียงการรอคอยให้ต้นไม้เติบโต แต่ยังอยู่ที่ความตั้งใจดูแลอย่างต่อเนื่อง

การทำบุญจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการคาดหวังผลตอบแทนจากชีวิตเสมอไป แต่สามารถเป็นการแสดงออกถึงความเมตตาและความตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นได้ แม้ว่าการทำบุญจะไม่อาจทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามหวัง แต่ความดียังคงมีคุณค่าในตัวเอง

2. จิตใจที่มีรอยร้าวทำให้ความสุขหล่นหายไป

เคยไหมยิ่งทำบุญกลับไม่รู้สึกสงบใจ นั้นเป็นเพราะเราทำบุญด้วยกิเลสที่เต็มไปด้วยความอยากได้อยากมี จนเกิดเป็นความอิจฉาที่เห็นคนอื่นรอบข้างมีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งที่ไม่ได้ทำบุญหรือทำบุญน้อยกว่าคุณ ส่งผลให้เกิดคำพูดและการกระทำเชิงลบที่เราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจคนใกล้ชิด และพลังแห่งการคิดลบนั้นกลายเป็นการสร้างกรรมใหม่และรู้สึกผิดจนซ้ำเติมตัวเองให้เกิดความทุกข์ใจต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งคุณสามารถจบวงจรนี้ได้ด้วยการฝึกจิตใจให้ปล่อยวาง ทำบุญโดยไม่หวังผลและลองฝึกสังเกตความรู้สึกของตนเอง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและลดการเปรียบเทียบชีวิตกับผู้อื่น เพื่อให้การทำบุญมีความหมายจากเจตนาที่ดีและการกระทำที่เป็นประโยชน์ มากกว่าการรอคอยผลตอบแทนให้เป็นไปตามที่หวัง

3. การทำบุญคือการได้ฝึกเป็นผู้ให้

การทำบุญในทางพระพุทธศาสนามีคุณค่าในการฝึกเป็นผู้ให้ ฝึกการแบ่งปันและการพัฒนาจิตใจให้มีเมตตาต่อตนเองและผู้อื่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้การทำบุญเป็นโอกาสในการฝึกสังเกตความคาดหวังของตนเอง เรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดกับทรัพย์สิน บุคคลหรือผลลัพธ์ รวมถึงฝึกยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุขและหากคุณเริ่มรู้เท่าทันความคาดหวังก็จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความผิดหวังและมองเห็นคุณค่าของสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น การทำบุญจึงไม่จำเป็นต้องมีความหมายเฉพาะการรอคอยสิ่งตอบแทน แต่ยังมีคุณค่าในเจตนาที่ดีและการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย

4.ทำบุญด้วยใจที่เบาสบาย ไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ใจเบาสบายขึ้นทุกครั้งที่ทำบุญ

เมื่อคุณเริ่มต้นปล่อยวางได้เมื่อไหร่ การทำบุญจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้นเท่านั้น และการปล่อยวางจะทำให้คุณเห็นสถานการณ์เหล่านี้

  • รับรู้ว่าการทำบุญเป็นเส้นทางของการปล่อยวาง ไม่ทำบุญด้วยการคาดหวังผลตอบแทน
  • รับรู้ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาไม่นานก็จะหายไป เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกมีเกิดขึ้นและดับไป ยิ่งปล่อยวางได้เร็วเท่าไหร่ใจยิ่งเบาสบายเท่านั้น
  • ไม่ว่าสถานการณ์ชีวิตจะแย่ขนาดไหนก็จะไม่เลือกเส้นทางผิด เพราะมีสติรู้ตัวในทุกการกระทำของตัวเอง สามารถหลีกเลี่ยงการสร้างกรรมใหม่
  • ปล่อยวางทุกอย่างได้ง่ายขึ้น ไม่ติดกับความสุขหรือความทุกข์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ใจไม่สงบ
  • รับรู้ทุกอย่างในปัจจุบัน ไม่กล่าวโทษสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีตและไม่คิดถึงแต่อนาคตจนลืมสิ่งสำคัญในปัจจุบัน

5. ทำบุญแบบไม่เบียดเบียนตัวเอง

แก่นแท้ของการทำบุญไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือทรัพย์สินมหาศาล แต่การทำบุญให้ได้บุญสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการกระทำดี เช่น

  • ไม่ใช้คำพูดหรือการกระทำที่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นรู้สึกแย่ เพราะบางคำพูดสามารถสร้างความเจ็บช้ำไม่ต่างจากการกระทำที่รุนแรง
  • เริ่มกล่าวคำขอโทษ หรือให้อภัยกับคนที่เคยทำให้เรารู้สึกโศกเศร้า เสียใจ หรือโกรธ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกล้าที่จะให้อภัย ความเป็นทุกข์ที่เคยมีเพราะคนเหล่านี้จะค่อยๆ จางหายไป ทบทวนความรู้สึกของตนเอง และหากเห็นว่าเหมาะสม อาจเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษในสิ่งที่เราเคยทำผิดหรือเลือกให้อภัยผู้ที่เคยทำให้เราเสียใจเมื่อพร้อม อย่างไรก็ตามคุณสามารถเลือกเว้นระยะห่างหรือกำหนดขอบเขตเพื่อปกป้องจิตใจของตนเองได้เช่นกัน
  • การเริ่มต้นฝึกให้ตัวเองมีสมาธิอยู่กับปัจจุบันเป็นหนึ่งในการทำบุญให้กับตัวเองในอนาคตด้วย เพราะการที่คุณให้ความสำคัญกับการลงมือทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็จะทำให้คุณมีโอกาสเห็นอนาคตในแบบที่ดีกว่าเดิม
  • ฝึกการเป็นผู้ให้ เมื่อให้ด้วยใจสละความยึดติดออกไป หลังจากที่คุณไม่ยึดติดอะไรไว้กับตัวก็จะทำให้คุณพบเจอหนทางที่สุขสงบได้ง่ายขึ้น

ทำบุญตั้งเยอะ ทำไมชีวิตยังเหมือนเดิม ?

คนส่วนใหญ่คิดว่าการทำบุญเป็นการทำดีและจะต้องได้ผลดีกลับมาตามกฎแห่งกรรม ทำให้คนส่วนใหญ่คาดหวังว่าผลบุญจะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม

1. ทำบุญด้วยความหวังรวยทันตา

การทำบุญไม่ควรถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ต้องได้รับผลตอบแทนเป็นเงินทองเสมอไป เพราะการทำความดีมีคุณค่าในตัวเอง เช่น การช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน หรือการแบ่งปันสิ่งที่เรามีให้แก่ผู้อื่น แทนที่จะมุ่งรอให้ชีวิตร่ำรวยขึ้นเพียงอย่างเดียว ลองให้ความสำคัญกับเจตนาที่ดีและการใช้ชีวิตอย่างมีสติควบคู่กันไปด้วย เพราะการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นยังต้องอาศัยการวางแผนและการลงมือทำอย่างเหมาะสม

2. กฎแห่งกรรมทำงานต่างวาระ (ผลของกรรมเก่า VS กรรมใหม่)

บางคนรู้สึกว่าทำบุญและตั้งใจทำความดีแล้วแต่ทำไมชีวิตยังพบอุปสรรคจึงตีความว่าเป็นผลจากกรรมเก่า หากเป็นเช่นนั้นจริงเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ แต่คุณสามารถควบคุมกาย วาจาและใจ รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองและเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงนิสัย การแก้ไขข้อผิดพลาดหรือการเลือกทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น

3. ทำบุญแต่ไม่ปรับปรุงการกระทำ รอคอยปาฏิหาริย์โดยไม่ลงมือทำ

การทำบุญอาจช่วยให้เรามีกำลังใจในการใช้ชีวิต แต่หากต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงก็จำเป็นต้องคิดและลงมือแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม เมื่อทำทั้งสองอย่างควบคู่กันก็จะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นได้

4. เจตนาในการทำบุญและความสุขที่เกิดจากการให้

การทำบุญก็ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นภาระหรือความคาดหวังที่ทำให้เรากังวล แต่สามารถเป็นการกระทำที่เกิดจากความหวังดีต่อผู้อื่นด้วยใจจริงและเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ทำให้ตัวเองและคนใกล้ชิดเดือดร้อน เมื่อเข้าใจแบบนี้จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มเอมใจและมีความสุขกับการทำบุญมากขึ้น

เมื่อคุณเริ่มต้นทำบุญด้วยใจที่เป็นสุขได้แล้ว คุณจะได้พบกับมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป แม้เจอความยากลำบากในปัจจุบัน แต่เมื่อตั้งใจใช้ชีวิตอย่างเต็มที่อนาคตก็จะไม่แย่ไปกว่าเดิม และสามารถมองเห็นมุมดีๆ ณ ปัจจุบันขณะด้วย ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณอยากทำบุญให้เริ่มต้นทำบุญโดยไม่ตั้งความหวัง ไม่ทำบุญด้วยทุนทรัพย์ที่เบียดเบียนตัวเอง คุณจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นในทุกวันแน่นอน

ทำบุญอย่างไรได้อานิสงส์ผลบุญสูง ?

การทำบุญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริจาคเงิน ถวายสังฆทาน หรือการนำสิ่งของไปถวายพระเท่านั้น เพราะในพระพุทธศาสนายังมีแนวทางสร้างความดีอีกหลายรูปแบบ ทั้งการให้ทาน การรักษาศีล และการภาวนา ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนตนเองและดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ซึ่งส่งผลให้ได้รับอานิสงส์จากการทำบุญเช่นกัน

1. การทำทาน ศีล ภาวนา หัวใจหลักของการทำบุญที่มากกว่าการบริจาคเงิน

การทำบุญตามแนวทางพระพุทธศาสนาอันได้แก่ ทาน ศีลและภาวนา เป็นสิ่งที่สามารถนำมาปฏิบัติร่วมกันในชีวิตประจำวันได้

  • ทาน คือ การแบ่งปันหรือให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นตามความเหมาะสม
  • ศีล คือ การควบคุมกายและวาจาในทางที่ดี
  • ภาวนา คือ การฝึกจิตใจให้มีสติ

2. วิธีทำบุญแบบไม่ต้องใช้เงิน

หากกำลังมีข้อจำกัดด้านการเงินก็ไม่จำเป็นต้องฝืนบริจาคเงินเพื่อทำบุญ เพราะยังมีวิธีทำความดีอีกหลายรูปแบบ

การให้อภัยทาน

การให้อภัยทาน หมายถึง การให้ความปลอดภัยแก่ผู้อื่นด้วยการไม่จองเวรหรือแก้แค้นเมื่อมีโอกาส แต่การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมรับการทำร้ายหรือปล่อยให้ผู้อื่นเอาเปรียบ หากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย เรายังสามารถรักษาระยะห่าง ตั้งขอบเขตและสามารถขอความช่วยเหลือได้

การให้วิทยาทาน

การให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นช่วยให้ผู้รับนำไปพัฒนาตนเอง แก้ไขปัญหา หรือเพิ่มโอกาสในการดำเนินชีวิตได้

3. การเลือกเนื้อนาบุญโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับผู้รับ

ความหมายของคำว่า “เนื้อนาบุญ” ตามพจนานุกรม หมายถึง แหล่งที่ควรแก่การทำบุญ ซึ่งการเลือกเนื้อนาบุญที่เหมาะสมย่อมก่อให้เกิดอานิสงส์มากขึ้น เช่น การบริจาคเงินเพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ การมอบสิ่งของที่โรงพยาบาลต้องการจริงหรือการบริจาคหนังสือให้ห้องสมุด เป็นต้น

ทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่นได้อย่างไร ?

เมื่อได้ทำความดีผู้ทำบุญสามารถตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ตนระลึกถึงตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาใน 3 ขั้นตอน

  1. ตั้งสตินึกถึงความดีหรือบุญกุศลที่เพิ่งทำเสร็จ
  2. นึกถึง ชื่อ-นามสกุลหรือใบหน้าของผู้รับ
  3. กล่าวคำอุทิศเป็นภาษาไทยเข้าใจง่าย เช่น “ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่…” เป็นต้น

เปลี่ยนความคิดทำบุญใหม่ เพื่อปรับชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

การทำบุญเป็นการสร้างความดีรูปแบบหนึ่งที่ควรทำควบคู่กับการพัฒนาตนเองและการลงมือแก้ไขปัญหาในชีวิตตามแนวทางที่ถูกต้องจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน

  1. ทำบุญด้วยความเข้าใจ ไม่ยึดติดกับผลตอบแทน
  2. สร้างกรรมดีควบคู่กับการพัฒนาตนเอง
  3. ใช้หลักทาน ศีล ภาวนา เป็นแนวทางในชีวิตประจำวัน
  4. ลงมือแก้ไขปัญหา แทนการรอคอยให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงเอง
  5. ทำความดีอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่เบียดเบียนตนเอง

เมื่อคุณเริ่มทำบุญด้วยความเข้าใจและไม่กดดันตัวเอง คุณจะเริ่มเห็นคุณค่าของการให้ได้ชัดเจนขึ้น แม้ชีวิตจะยังมีอุปสรรคที่ต้องเผชิญแต่คุณสามารถเรียนรู้และลงมือจัดการสิ่งต่างๆ ได้ ซึ่ง คุณสามารถเริ่มต้นทำบุญได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ทรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก เพราะการเลือกทำสิ่งที่ดีตามกำลัง โดยไม่ทำให้ตนเองหรือครอบครัวเดือดร้อนและไม่ยึดติดว่าต้องได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังก็เพียงพอแล้ว เพราะคุณค่าของการทำบุญไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เจตนาที่ดีและการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นนั้นเอง

การทำบุญให้ได้บุญควรเริ่มต้นด้วยเจตนาที่ดีไม่ใช่การทำบุญด้วยความโลภ รู้จักลดความตระหนี่และไม่ควรทำบุญเกินกำลังของตัวเองจนเบียดเบียนตัวเองไปพร้อมกับการดำเนินชีวิตอย่างมีสติจะช่วยให้คุณสบายใจและมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น