รู้เท่าทันกลโกงทางโทรศัพท์ ที่อาจทำให้คุณเสียทรัพย์โดยไม่รู้ตัว

หากพูดถึงปัญหาหนึ่งที่คนไทยเจอในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา การถูกหลอกจากมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์คือปัญหาสำคัญที่เราเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอ หากคุณเคยได้รับสายแปลก ๆ อ้างว่าตัวคุณเคยทำผิดอะไรสักอย่าง ทั้งที่คุณไม่เคยทำ คุณคือหนึ่งคนที่เคยเจอกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางคนอาจตกเป็นเหยื่อจนต้องเสียรู้ เสียเงินไปก็มากมาย บางคนก็มีสติรู้เท่าทันและสามารถเอาตัวรอดได้ … ถ้าต้องเจอกับกลโกงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกครั้ง คุณจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้ยังไง? วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ
รวมกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พบบ่อย
1. อ้างตัวเป็นตำรวจ บอกว่าคุณมีหมายจับ
กลโกงนี้จะมีสายเข้ามาอ้างตัวว่าเป็นตำรวจ โดยอาจจะอ้างว่ามาจากสถานีตำรวจที่ไหนสักแห่ง หรืออ้างหน่วยงานอย่างเช่นกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI มิจฉาชีพจะเริ่มด้วยการพูดถึงข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของคุณได้ถูกต้อง จุดนี้จะทำให้คุณเริ่มรู้สึกกลัว จากนั้นจะอ้างถึงการมีหมายจับ คดีที่มักจะถูกยกมาคือคดีฟอกเงินและบัญชีม้า ตามด้วยการส่งต่อให้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ปลอม) อีกคน ซึ่งจะให้คุณแอดไลน์และส่งเอกสารให้เชื่อว่าเป็นตำรวจจริง จากนั้นจะให้คุณโอนเงินเข้าไป โดยอ้างว่าเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และเมื่อตรวจสอบแล้วจะโอนเงินคืนกลับมา แต่ในความเป็นจริงเมื่อมิจฉาชีพได้รับการโอนเงินจากคุณแล้ว มันก็จะบล็อกคุณในทุกช่องทางการติดต่อทันที
2. แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร
มิจฉาชีพบางกลุ่มจะอ้างว่าติดต่อมาจากธนาคาร และแจ้งว่าบัญชีของคุณกำลังมีปัญหาผิดปกติ เช่น ถูกแฮ็ก , มีการถอนเงินผิดปกติ หรือเกี่ยวข้องกับธุรกรรมต้องสงสัย พร้อมทั้งเสนอความช่วยเหลือให้คุณโอนเงินไปยังบัญชีปลอดภัย (ซึ่งเป็นบัญชีของคนร้าย)
3. แอบอ้างเป็นบริษัทขนส่ง
อีกหนึ่งรูปแบบยอดฮิตคือ อ้างตัวเป็นบริษัทขนส่ง เช่น DHL, FedEx หรือไปรษณีย์ โทรมาแจ้งว่าคุณมีพัสดุต้องสงสัย หรือพัสดุจากต่างประเทศที่ถูกยึด ซึ่งภายหลังจะพัฒนาเป็นคดีความ และเชื่อมโยงไปยังอาชญากรรมข้ามชาติ จากนั้นคุณจะได้รับการโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มมิจฉาชีพ การสอบสวนจะเป็นไปอย่างเร่งด่วน แล้วก็จะเข้าสู่รูปแบบเดิมคือการโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบ
4. แจ้งว่าได้รับสิทธิพิเศษหรือเงินคืน
ส่วนใหญ่มิจฉาชีพที่ใช้กลโกงนี้จะอ้างว่าติดต่อมาจากกรมสรรพากรหรือกรมบัญชีกลาง อ้างว่าคุณได้คืนภาษี จากนั้นจะใช้จิตวิทยาเพื่อให้คุณเปิดทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงแอพธนาคารของคุณได้ แล้วก็จะจัดการกับเงินของคุณได้ตามสบาย
5. กลโกงอื่นที่อาจพบได้
มีกลโกงอีกมากมาย เพราะมิจฉาชีพมีการปรับกลโกงใหม่อยู่ตลอดเวลาอย่างเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวว่าคอลเซ็นเตอร์ติดต่อจากการไฟฟ้าเพื่อเสนอเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเมื่อเช็คดูแล้วก็ปรากฏว่าการไฟฟ้าไม่เคยติดต่อไป

ระวังตัวยังไงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์
คำถามว่ามิจฉาชีพได้เบอร์ของเราไปได้ยังไง คงเป็นเรื่องที่ยากจะหาคำตอบได้ เพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องเป็นผู้ดำเนินการสืบรู้ให้ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และเทคนิคต่อไปนี้สามารถนำไปใช้ได้
1. ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ
สื่อนำเสนอกลโกงต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา หากเราติดตามข่าวจากสื่อที่น่าเชื่อถือก็จะรู้ว่ามิจฉาชีพมีกลโกงยังไง เหมือนเป็นการมีภูมิคุ้มกันให้เอาตัวรอดได้เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น
2. เห็นเบอร์แปลก อย่าเพิ่งรับ
นี่คือเทคนิคที่หลายคนใช้แล้วยืนยันว่าได้ผลจริง คือเมื่อเห็นเบอร์ที่เราไม่รู้จัก อย่าเพิ่งกดรับ รอให้สายตัดไปหรือกดวางสายทันทีแล้วโทรกลับ หากเป็นเบอร์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อโทรกลับไปจะโทรไม่ติด เพราะพวกนี้ไม่ได้ใช้เบอร์จริง แต่ใช้การโทรผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งหากเป็นกรณีอื่น อย่างเพื่อนเปลี่ยนเบอร์แล้วโทรมาหาเรา เมื่อโทรกลับไปก็จะโทรติดตามปกติ แต่บางคนก็จะใช้วิธีนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่สมัครงานไว้หลายที่ เมื่อเห็นเบอร์แปลกโทรมาก็จะคิดว่าเป็นเรื่องการสมัครงาน
3. จำไว้เสมอว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ขอให้เราทำธุรกรรมทางการเงิน
ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานอื่น จะไม่มีการโทรติดต่อเราโดยตรง หรือหากมีบางครั้งที่ติดต่อมาแจ้งเรื่องสำคัญก็จะไม่มีการขอให้แอดไลน์ หากหน่วยงานของรัฐต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราก็จะดำเนินการผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย โดยไม่มีการขอให้เราโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบ
4. ติดตั้งแอพคัดกรองเบอร์โทร
แอพยอดนิยมคือ Whoscall แม้จะไม่สามารถกรองได้ 100% แต่ก็ช่วยกรองเบอร์แปลกให้เราได้ ฐานข้อมูลมีการอัพเดทข้อมูลมิจฉาชีพอยู่ตลอด เป็นอีกแอพที่ควรโหลดติดโทรศัพท์ไว้

ทำยังไงเมื่อเผลอคุยอยู่กับคอลเซ็นเตอร์!
หากเผลอกดรับเบอร์แปลก แล้วเริ่มรู้ตัวว่ากำลังคุยกับมิจฉาชีพ ให้ตั้งสติและรีบตัดบทการสนทนาโดยเร็วที่สุด อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว และให้มั่นใจในตัวเองถ้าเราไม่เคยทำอะไรผิดก็อย่าหลงไปกับการใช้จิตวิทยาและคำขู่ของมิจฉาชีพ สิ่งสำคัญคือให้จำไว้เสมอว่าการโอนเงินออกจากบัญชีของเราไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใด ๆ ได้ หากเจ้าหน้าที่รัฐต้องการพิสูจน์กรณีฟอกเงิน ก็จะมีวิธีขอข้อมูลจากธนาคารได้โดยไม่ต้องให้เราโอนเงินออกไปที่บัญชีอื่น หากไม่แน่ใจว่าคนที่คุยอยู่คือมิจฉาชีพหรือไม่ (เริ่มเชื่อไปแล้วว่าคือเจ้าหน้าที่จริง) ให้ตัดบทการสนทนาแล้วรีบโทรไปถามหน่วยงานต้นทาง รับรองว่าคำตอบที่ทุกคนจะได้คือหน่วยงานไม่ได้เป็นคนติดต่อไป และสิ่งที่เจอคือมิจฉาชีพ
ทุกคนคงเห็นแล้วว่าภัยจากมิจฉาชีพอยู่ใกล้ตัวเรา กลโกงที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เลือกใช้มีมากมายและมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ตลอดเวลา สิ่งที่เราทำได้คือ ตั้งสติ ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัว ห้ามกดลิ้งก์ ห้ามโหลดแอพใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพบอกเด็ดขาด และติดตามข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกง หากทำได้แบบนี้ ต่อให้มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อมา คุณก็จะไม่ตกเป็นเหยื่ออย่างแน่นอน