ใช้แอปหาคู่ยังไง ไม่ให้โดนหลอก

เมื่อการเดตออนไลน์กลายเป็นที่นิยมของคนยุคนี้ แอปหาคู่จึงกลายเป็นช่องทางยอดนิยมโดยเฉพาะคนโสดที่ต้องการหาคนรู้ใจ เปิดโอกาสให้เราได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ ได้กว้างขวางและหลากหลายขึ้น มีหลาย ๆ คนพบเจอคนที่ใช่ พัฒนาความสัมพันธ์จนลงหลังปักฐานเข้าสู่ประตูวิวาห์ไปแล้วหลายคู่ แต่ก็มีไม่น้อยที่มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาและทำการหลอกล่อหลายวิธี เช่น ทำทีหลอกให้รักแล้วลวงให้เสียเงิน , แบล็กเมล์ด้วยการถ่ายรูปโป๊เปลือยของเหยื่อ , ข่มขู่มีเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงประทุษร้ายต่อร่างกายและทรัพย์สิน เราจึงควรใช้แอปหาคู่อย่างระมัดระวังเพื่อจะได้ไม่ถูกหลอกและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ข้อควรระวังและข้อดีข้อเสียของแอปหาคู่ออนไลน์
ข้อเสียของการหาคู่ผ่านแอปพลิเคชันก็คือเราไม่มีทางรู้ตัวตนจริง ๆ ของคนที่เรากำลังคุยด้วยเลย ไม่มีอะไรการันตีได้ว่ารูปภาพโปรไฟล์ที่อีกฝ่ายใช้ รวมไปถึงประวัติส่วนตัวต่าง ๆ ที่นำเสนอนั้นเป็นความจริงหรือปั้นแต่งขึ้นมา จุดนี้เป็นจุดที่เราควรระวังทุกครั้งที่ใช้งานแอปหาคู่ เพราะบางทีมิจฉาชีพอาจจะไปสวมรอยเอาประวัติและรูปของคนอื่นมาใช้ หรือบางทีอาจจะใช้รูปของตัวเองจริง ๆ เพื่อตั้งใจมาหลอกเลยก็มี จึงจะต้องมีวิธีสแกนให้มั่นใจในตัวตนของอีกฝ่ายในหลาย ๆ ทาง
วิธีการใช้แอปหาคู่ไม่ให้โดนหลอก
1.รีเช็กข้อมูลของอีกฝ่าย
ลองนำรูปภาพและข้อมูลโปรไฟล์ของอีกฝ่ายไปลองค้นหาในโซเชียลแพลตฟอร์มอื่น ๆ บางคนอาจจะมีแปะช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook , IG หรือ TikTok เราสามารถกดเข้าไปสำรวจดูได้ อย่างน้อยก็ช่วยสร้างความมั่นใจว่าเขามีตัวตนจริง ๆ มีไลฟ์สไตล์แบบไหน น่าเชื่อถือหรือไม่ หากเข้าไปดูแล้วโปรไฟล์ร้าง ไม่มีการเคลื่อนไหว หรือมีแนวโน้มว่าจะเป็นแอคหลุม ให้เริ่มเอะใจไว้ก่อนเลยว่าเข้าข่ายมิจฉาชีพ
2.ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว
ควรสงวนข้อมูลส่วนบุคคลจำพวกที่อยู่ , ที่ทำงาน , เบอร์โทรศัพท์ , รหัสผ่านต่าง ๆ ไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ เพราะหากเป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมา เขาก็จะสามารถนำเอาข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ในทางที่ไม่ดีได้ หรืออาจจะสะกดรอยตามมายังที่อยู่อาศัยและคุกคามความเป็นส่วนตัวของเราได้ ซึ่งอันตรายมาก ๆ ยิ่งหากเราพักอาศัยอยู่ตัวคนเดียวด้วยแล้วยิ่งไม่ควรวางใจ ซึ่งหากอีกฝ่ายคะยั้นคะยออยากจะรู้ที่อยู่ของเรา หรืออยากทราบข้อมูลส่วนตัว ให้มั่นใจไว้เลยว่าอาจเป็นมิจฉาชีพสวมรอยมา

3.บ่ายเบี่ยงไม่ยอมออกมาเจอตัว
หากเราคุยกันกับอีกฝ่ายผ่านแอปสักระยะเวลาหนึ่งแล้ว ควรจะนัดพบเจอตัวกันเพื่อให้เห็นหน้าค่าตา แต่หากเราพยายามหาทางนัดแล้วอีกฝ่ายบ่ายเบี่ยงตลอด ไม่สะดวกมาพบเจอ มีข้ออ้างสารพัด หรือแม้แต่เปิดกล้องคุยกันก็ไม่กล้า ลักษณะแบบนี้ให้ตั้งข้อสงสัย
4.พูดคุยเรื่องเงิน ธุรกิจ และการลงทุน
หากคนที่เรากำลังเดทด้วยในแอปหาคู่ชวนพูดคุยในประเด็นเงิน ๆ ทอง ๆ ชวนลงทุนทำธุรกิจ หรือส่งลิงก์ออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือมาให้เรากด แบบนี้ให้เริ่มเอะใจและสงสัยไว้เลยว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ให้หาทางปฏิเสธหรือยุติความสัมพันธ์ ไม่เช่นนั้นอาจจะถลำตัวไปไกลจนอาจถูกหลอกได้

5.นัดเจอกันครั้งแรกในสถานที่สาธารณะ
เมื่อถึงเวลาที่เราจะนัดเจอหน้ากัน ควรจะนัดพบกันที่มีผู้คนพลุกพล่าน หากเป็นมิจฉาชีพจริง เราจะได้มองหาทางนี้ที่ไล่ หรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ อาจจะชวนเพื่อนหรือคนรู้จักไปด้วย หากไปคนเดียวจะต้องไม่ให้อีกฝ่ายมารับมาส่งด้วยรถส่วนตัว ไม่รับประทานของที่อีกฝ่ายเตรียมมาให้ หากไปรับประทานอาหารที่ร้านก็ไม่ควรเผลอคลาดสายตาจากอาหาร นอกจากนั้นควรบอกเพื่อนสนิทให้ทราบล่วงหน้า เพราะหากเราเกิดติดต่อไม่ได้ เพื่อนจะได้ล่วงรู้ว่าเราอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย
การเดทออนไลน์ผ่านแอปหาคู่นั้นต้องใช้งานอย่างมีสติและระแวดระวังอยู่เสมอ เพราะคนที่อยู่หลังอินเทอร์เน็ตในโลกออนไลน์นั้นเป็นใครก็ได้ จะมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นมิจฉาชีพสวมรอยมาก็ไม่สามารถระบุได้เลย เราควรปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา และไม่ควรรีบร้อนขยับความสัมพันธ์ แม้จะนัดเจอหน้ากันในครั้งแรกแล้ว ก็ไม่ควรไว้วางใจในครั้งต่อไป ค่อย ๆ ศึกษาพัฒนาความสัมพันธ์กันไปแบบมีสติ เท่านี้ก็จะใช้แอปหาคู่ได้อย่างปลอดภัยและไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ