ซื้อบ้านหรือคอนโดดี เลือกให้เหมาะกับการอยู่อาศัยที่สุด

การซื้อบ้าน ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต มีรายละเอียดให้คิดพิจารณาหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องทำเลที่ตั้ง งบประมาณ ไปจนถึงการวางแผนเผื่ออนาคต หากกู้ซื้อบ้าน การผ่อนบ้านจะเป็นภาระไปอีกหลายปี ด้วยเหตุเหล่านี้จึงทำให้ผู้จะซื้อบ้านต้องตระหนักและคิดอย่างรอบคอบ รูปแบบของบ้านก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม คำถามสำคัญคืออสังหาริมทรัพย์แบบใดเหมาะกับเรา

คำถามสำคัญ 3 ข้อ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน

• ต้องการบ้านในทำเลไหน ?

• อยู่คนเดียว หรืออยู่เป็นครอบครัวที่วางแผนจะมีลูก ?

เมื่อตอบคำถามสามข้อนี้ได้แล้ว ก็ไปดูกันเลยว่าบ้านแบบไหนเหมาะกับใคร

1. คนที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง

คอนโดมักตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก เช่น ใกล้รถไฟฟ้า หรือหากไม่ใกล้ บางโครงการก็มีรถรับส่งไปที่สถานีรถไฟฟ้า ช่วยให้คนที่ต้องเดินทางเข้าเมืองเป็นประจำสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมาก คอนโดมิเนียมเหมาะกับคนวัยทำงาน หรือคนโสดที่ใช้ชีวิตในเมืองเป็นหลักและไม่ต้องการเสียเวลาขับรถจากบ้านไปที่ทำงาน

2. คนที่ไม่มีเวลาดูแลบ้าน 

คอนโดมีระบบดูแลพื้นที่ส่วนกลาง เช่น การรักษาความปลอดภัย , การจัดการขยะ , การทำความสะอาด ซึ่งผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง ต่างจากการอยู่บ้านที่เจ้าของต้องดูแลทุกอย่างเอง ตั้งแต่พื้นที่ในบริเวณบ้านไปจนถึงระบบไฟฟ้าและประปา ซึ่งถ้าซื้อบ้านแล้วไม่ดูแลให้ดีก็จะมีปัญหาในระยะยาวมากกว่าการซื้อคอนโด

3. คนที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในที่เดียว 

คอนโดหลายแห่งมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องทำงานส่วนกลาง (Co-working Space) ล็อบบี้ ไปจนถึงร้านขายของ และที่จอดรถภายในโครงการ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินทางไปใช้บริการนอกบ้าน สามารถใช้ชีวิตภายในโครงการได้อย่างสะดวกสบาย

4. ผู้ที่มีงบจำกัดแต่ต้องการอยู่ในทำเลดี 

การซื้อคอนโดถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในแง่ของราคา เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อบ้านเดี่ยวในทำเลใกล้ใจกลางเมือง คอนโดจะมีราคาถูกกว่า หากต้องกู้ธนาคาร การซื้อคอนโดก็มักจะกู้ได้ง่ายกว่า

5. คนที่ต้องการลงทุนปล่อยเช่า 

แม้ว่าตอนแรกอาจจะซื้ออยู่เอง แต่ถ้าวันหนึ่งต้องการปล่อยเช่าหรือขายต่อเพื่อขยับขยายไปที่อื่น การขายหรือปล่อยเช่าคอนโดก็ทำได้ง่ายกว่าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม

1. ครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน 

บ้านมีพื้นที่มากกว่า เหมาะสำหรับการเลี้ยงดูบุตร มีสนามหรือบริเวณให้เด็กได้วิ่งเล่น ทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีพื้นที่ครัวแยก หรือห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ ซึ่งคอนโดไม่สามารถตอบสนองได้ในระดับเดียวกัน

2. คนที่ไม่มีปัญหากับการขับรถไปทำงาน 

บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมในปัจจุบันมักจะอยู่ในทำเลที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยการขับรถออกมาเองก่อนจะถึงจุดเชื่อมต่อการเดินทาง จึงไม่เหมาะกับคนที่เน้นใช้ขนส่งสาธารณะเป็นหลัก

3. คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและอิสระในการใช้ชีวิต 

การอยู่บ้านหมายถึงไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ติดผนัง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเสียง หรือการปรับปรุงบ้าน เช่น การต่อเติม , การตกแต่งสวน , การเลี้ยงสัตว์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักทำได้ยากในคอนโดที่มีข้อบังคับจากนิติบุคคล 

4. คนที่วางแผนระยะยาว 

การซื้อบ้านมักเหมาะสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะอยู่อาศัยในระยะยาว แม้ว่าราคาจะสูงกว่าคอนโด แต่ถ้าตั้งใจตั้งแต่ต้นว่าวันหนึ่งจะมีลูก หรือต้องการพื้นที่จำนวนมาก การซื้อบ้านก็คือการลงทุนที่คุ้มค่า 

5. คนที่ต้องการมีพื้นที่สีเขียวหรือเลี้ยงสัตว์ 

บ้านเหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ต้องการปลูกต้นไม้ เลี้ยงหมาแมว หรือสร้างสวนหลังบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากในคอนโด

6. ผู้ที่ต้องการใช้พื้นที่ทำกิจการหรือทำงานจากบ้าน 

บ้านสามารถจัดพื้นที่ให้เหมาะสมกับการทำงาน หรือแม้กระทั่งเปิดเป็นสำนักงานขนาดเล็กได้ เช่น โฮมสตูดิโอ หรือร้านค้าเล็ก ๆ ซึ่งการใช้คอนโดในลักษณะเดียวกันมักขัดกับข้อกำหนดของโครงการและอาจถูกร้องเรียนจากเพื่อนบ้านได้

ถึงตอนนี้คุณคงตอบได้แล้วว่าบ้านแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ เมื่อรู้แล้วก็เริ่มวางแผนในส่วนอื่นได้เลย ตั้งแต่การมองหาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการ ไปจนถึงการติดต่อธนาคารสำหรับคนที่ต้องการกู้เงิน แม้ว่าการมีบ้านของตัวเองจะต้องใช้เงินมากกว่าทรัพย์สินอื่น แต่บ้านคือความมั่นคงในชีวิตที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

บทความ ประกัน MRTA คืออะไร