วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต จ่ายขั้นต่ำดีไหม รู้ก่อนสร้างหนี้ให้ตัวเอง

วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต จ่ายขั้นต่ำดีไหม รู้ก่อนสร้างหนี้ให้ตัวเอง-1

บัตรเครดิตเข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันในทุกไลฟ์สไตล์ เพราะไม่ว่าจะกิน ช้อป ใช้หรือท่องเที่ยว สามารถใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น แต่มีใครจะรู้บ้างว่าบัตรเครดิตมีวิธีการคิดดอกเบี้ยอย่างไร .. การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีคิดดอกเบี้ย นอกจากจะช่วยให้วางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการป้องกันกับดักของโปรโมชันและป้องกันดอกเบี้ยที่พอกพูนเพิ่มมากขึ้น  บทความนี้จะมาอธิบายให้เข้าใจว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิต คำนวณอย่างไร ทั้งกรณีการใช้รูดซื้อสินค้าและกดเงินสด รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจ่ายขั้นต่ำ ว่าแท้จริงแล้วการชำระขั้นต่ำนั้นดีจริงหรือไม่ ? เพื่อให้คุณวางแผนใช้จ่ายอย่างมีสติและไม่สร้างหนี้เกินตัว

ทำความเข้าใจ “ดอกเบี้ยบัตรเครดิต” คืออะไรดอกเบี้ยบัตรเครดิต คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารหรือบริษัทสินเชื่อบัตรเครดิตเป็นคนเรียกเก็บจากผู้ถือบัตร ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเรียกเก็บไม่เกิน 16% ต่อปี (ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย) โดยปกติแล้วบัตรเครดิตจะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45-55 วัน หากเจ้าของบัตรชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดจะไม่เสียดอกเบี้ย แต่มีเพียง 4 กรณี ที่ธนาคารจะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยจากผู้ถือบัตร

  • ชำระเต็มจำนวนแต่เกินเวลาที่กำหนด
  • ไม่ชำระยอดเต็มจำนวน แบ่งจ่าย
  • ชำระขั้นต่ำและเกินเวลาที่กำหนด
  • กดเงินสดจากบัตรเครดิต (จะมีค่าบริการในการกดประมาณ 3-5% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

จะเห็นว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการขาดวินัยในการชำระเงินคืน ทั้งที่ธนาคารมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยให้

วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต จ่ายขั้นต่ำดีไหม รู้ก่อนสร้างหนี้ให้ตัวเอง-1

วิธีคิดดอกเบี้ย เมื่อใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า

ธนาคารมีวิธีคิด ดอกเบี้ยบัตรเครดิต  ออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

  • วิธีคิดอัตราดอกเบี้ยเงินต้น  

ค่าใช้จ่าย X อัตราดอกเบี้ยฯ ต่อปี X จำนวนวัน (นับจากวันที่บันทึกรายการถึงวันก่อนวันชำระ 1 วัน) จำนวนวันใน 1 ปี

หากคุณซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต 20,000 บาท ณ วันที่ 18 สิงหาคม โดยมีวันที่ 17 ของทุกเดือนเป็นวันสรุปยอดบัญชี และครบกำหนดชำระทุกวันที่ 2 ของเดือน ดอกเบี้ยจะเริ่มคำนวณตั้งแต่วันแรกที่ซื้อสินค้าและบันทึกรายการก่อนถึงวันชำระ (18 สิงหาคม – 1 ตุลาคม  รวม 45 วัน) วิธีคำนวณคือ 

20,000 X 16% X 45/365 = 394.52 บาท หมายความว่า ดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายจากยอดเงินต้น 20,000 บาท คือ 394.52 บาท

  • วิธีคิดอัตราดอกเบี้ยค้างชำระ 

ค่าคงค้าง X อัตราดอกเบี้ยฯ ต่อปี X จำนวนวันจากวันที่ชำระขั้นต่ำจนถึงวันสรุปยอดบัญชีถัดไป จำนวนวันใน 1 ปี 

เป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงเหลือหรือยังไม่ได้ชำระ โดยจะถูกคำนวณตั้งแต่วันที่ชำระขั้นต่ำ ถึงวันสรุปยอดบัญชีถัดไป (2 ตุลาคม – 17 ตุลาคม = 16 วัน) นั่นหมายความว่าหากคุณจ่ายขั้นต่ำ ที่ 10% หรือ 2,000 บาท จะมีวิธีคิดดอกเบี้ยค้างชำระในยอดบิลถัดไปดังนี้ 18,000 X 16% X 16/365 = 126.24 บาท 

ทำให้รอบบิลถัดไปที่ต้องชำระในวันที่ 2 พฤศจิกายน รวมเงินต้นและดอกเบี้ยคือ 18,000 + 394.52 + 126.24  = 18,520.76 บาท 

นอกจากนี้หากชำระเกินเวลาที่กำหนดจะมีค่าบริการติดตามและทวงถามของทางธนาคาร โดยเฉลี่ย 100 บาท พร้อม Vat อีก 7% เมื่อนำไปรวมกับดอกเบี้ยเงินต้นก็จะเป็น 394.52 +107 = 501.52 บาท โดยจะนำไปรวมกับยอดของบิลในเดือนถัดไป และถ้าคุณยังคงจ่ายเพียงขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะถูกทบเพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ในอนาคต 

วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต จ่ายขั้นต่ำดีไหม รู้ก่อนสร้างหนี้ให้ตัวเอง-1

วิธีคิดดอกเบี้ย เมื่อกดเงินสดจากบัตรเครดิต 

ในกรณีที่คุณกดเงินสดจากบัตรเครดิต ดอกเบี้ยบัตรเครดิต จะเริ่มคิดทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่กดเงินออกมาโดยไม่ต้องรอรอบบิล

โดยทั่วไปประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก

1.ค่าธรรมเนียมการกดเงินสด ประมาณ 3% ของยอดที่กด

2.ดอกเบี้ยรายวัน สูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปี

ตัวอย่างการคำนวณ

จำนวนเงินสดที่กดออกมา X อัตราดอกเบี้ยฯ ต่อปี X จำนวนวัน (นับจากวันที่บันทึกรายการถึงวันก่อนวันชำระ 1 วัน)  

คุณมีการกดเงินสด 10,000 บาท ณ วันที่ 2 สิงหาคม และธนาคารมีการสรุปยอดบิลทุกวันที่ 13 ของเดือน และมีกำหนดชำระทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน โดยมีอัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปี สำหรับค่าธรรมเนียมในการกดเงินสด 3% มีจำนวนวันในการคิดดอกเบี้ยทั้งหมด 26 วัน (วันที่ 2 – วันที่ 27) 

มีการคำนวณอัตราดอกเบี้ย ดังนี้ 10,000 X 16% X 26/365 = 113.97 บาท 

ค่าธรรมเนียมกดเงินสด 3% จากยอด 10,000 บาท = 300 บาท ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = 300 x 7% = 21 บาท 

ดังนั้น ดอกเบี้ยจากการกดเงินสดและค่าธรรมเนียม = 113.97 + 300+21 = 434.97 บาท 

รวมเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายคืน = 10,000 + 434.97 = 10,434.97 บาท

จ่ายขั้นต่ำดีไหม? ทำไมอาจไม่ใช่ทางออกที่ฉลาด 

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการจ่ายขั้นต่ำก็เพียงพอแล้ว เพราะยังรักษาสถานะไม่เป็นหนี้เสีย แต่ในมุมของนักการเงิน นี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะ เพราะเมื่อคุณจ่ายขั้นต่ำ ธนาคารจะถือว่าคุณยังมียอดค้างชำระและจะนำยอดค้างนั้นไปคิด ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ต่อเนื่องทุกวัน ส่งผลให้ยอดหนี้โตขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้บัตรอีกเลย

ข้อเสียของการจ่ายขั้นต่ำ 

  • ดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน
  • ระยะเวลาชำระหนี้ยาวขึ้นหลายปี
  • คะแนนเครดิต (Credit Score) อาจลดลง
  • สูญเสียโอกาสในการขอสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคต

บัตรเครดิตไม่ใช่ตัวร้าย แต่เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลัง หากคุณเข้าใจ วิธีคิด ดอกเบี้ยบัตรเครดิต และใช้มันอย่างมีวินัย จงจำไว้ว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตคือค่าตอบแทนของเวลา ยิ่งคุณใช้เวลาคืนเงินนานเท่าไร ดอกเบี้ยก็ยิ่งพอกพูนมากขึ้นเท่านั้น