3 เรื่องที่ต้องรู้ให้ได้ ! ก่อนสมัครสอบใบขับขี่รถยนต์ปี 2565

ใบขับขี่ หรือ ใบอนุญาตขับขี่ คือเอกสารสำคัญที่ยืนยันว่าผู้ใช้ถนนได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ให้สามารถใช้รถประเภทต่าง ๆ ได้ตามกฎหมาย ซึ่งการจะได้เอกสารชุดนี้มาจำเป็นต้องผ่าน ‘การสอบใบขับขี่’ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเสียก่อน จนใครหลายคนต่างถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องเตรียมตัวอย่างไร ถึงจะสอบผ่านในรอบเดียว ?” ด้วยเหตุนี้ เราเลยมี 3 เรื่องที่คุณต้องรู้และเข้าใจก่อนสอบใบขับขี่รถยนต์ของปี 2565 มาฝาก โดยจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย !

1.เตรียมเอกสารสำหรับสอบใบขับขี่ให้พร้อม

            คุณสมบัติข้อแรกของผู้สอบใบขับขี่รถยนต์หรือรถสาธารณะแบบชั่วคราวก็คือ คุณต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และต้องเตรียมเอกสารประกอบการสอบ อันได้แก่ บัตรประชาชนฉบับจริง (สำคัญมาก) กับ ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าคุณไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (ออกก่อนวันยื่นไม่เกิน 1 เดือน) จากนั้นให้คุณเลือกสถานที่ฝึกอบรมเพื่อขอรับใบขับขี่ชั่วคราว ซึ่งมีให้เลือก 3 ช่องทาง ดังต่อไปนี้

  • สำนักงานขนส่ง (กรมการขนส่งทางบก)
  • โรงเรียนการขนส่ง (กรมการขนส่งทางบก)
  • โรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

2.การสอบใบขับขี่ ‘ภาคทฤษฎี’

            ก่อนเริ่มทำการสอบเราจะได้เข้ารับการอบรมเป็นเวลา 5 ชั่วโมงเต็ม ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ มารยาทและจิตสำนึกในการขับรถ ความปลอดภัยบนท้องถนน และความรู้เรื่องกฎจราจรต่าง ๆ

            เมื่อเสร็จสิ้นจากการอบรม ต่อมาคือการสอบใบขับขี่ภาคทฤษฎีด้วยระบบ E-exam ซึ่งเป็นข้อสอบแบบปรนัยทั้งหมด 50 ข้อ 4 ตัวเลือก ทั้งนี้คุณต้องทำคะแนนให้ได้ 45 คะแนนขึ้นไป ถึงจะสอบผ่าน

            จากนั้นให้คุณเตรียมตัวทดสอบสมรรถภาพร่างกาย โดยมีตั้งแต่ การทดสอบตาบอดสี ทดสอบสายตาสั้น-ยาว และทดสอบปฏิกิริยาการตอบสนองของเท้าบนแป้นบังคับ

3.การสอบใบขับขี่ ‘ภาคปฏิบัติ’

            มาถึงด่านทดสอบสุดท้ายก่อนที่เราจะได้ใบขับขี่รถยนต์กันแล้ว โดยการสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติมีอยู่ 7 ท่าด้วยกัน ดังนี้

  • การขับรถเดินหน้าและหยุดเทียบทางเท้า
  • การขับรถเดินหน้าหรือถอยหลังทางตรง
  • การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากซอง
  • การหยุดรถและออกตัวบนทางลาดชัน (สำหรับรถเกียร์ธรรมดา)
  • การกลับรถ
  • การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก
  • การปฏิบัติตามป้ายสัญญาณจราจร

            อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทั้ง 7 ท่าที่เราต้องทดสอบ หากแต่ให้ทดสอบแค่ 3 ท่า โดยท่าที่ 1 และ 2 เป็นภาคบังคับ ส่วนอีกหนึ่งท่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของสถานที่สอบนั้น ๆ

สรุป

            หากจะสอบใบขับขี่รถยนต์ให้ผ่านในคราวเดียว เราจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมที่ดีเสียก่อน โดยเนื้อหาที่เราได้กล่าวไปนั้น ไม่ว่าจะเรื่องคุณสมบัติและเอกสารที่จำเป็น การสอบภาคทฤษฎี รวมถึงการสอบภาคปฏิบัติ เหล่านี้ล้วนเป็นแนวทางในการเตรียมตัวที่จำเป็นสำหรับผู้สอบใบขับขี่ทั้งสิ้น

            ส่วนใครที่สอบใบขับขี่ผ่านแล้ว ก็อย่าลืมทำประกันรถยนต์กับ ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส ที่เพียบพร้อมทั้งข้อเสนอดี ๆ กรมธรรม์โดนใจกันด้วยล่ะ บอกเลยว่า คุ้มสุด ๆ !

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลของท่าน รับทราบนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save