ความร้อนขึ้นตอนรถวิ่ง รับมืออย่างไรดีให้ปลอดภัย รถไม่พัง

ความร้อนขึ้นตอนรถวิ่ง รับมืออย่างไรดีให้ปลอดภัย รถไม่พัง

Key Takeaways

  • รถความร้อนขึ้นหรือโอเวอร์ฮีท (Over Heat) เกิดจากความร้อนที่เครื่องยนต์รถสูงเกินไป เพราะระบบทำความเย็นมีปัญหา อาจเกิดจากหม้อน้ำรั่ว
  • ถ้าเจอความร้อนขึ้นตอนรถวิ่งควรจอดตรงที่ปลอดภัย เปิดฝากระโปรงระบายความร้อน เช็กและเติมน้ำในหม้อน้ำ หากเจอหม้อน้ำรั่วก็ควรเข้าศูนย์ทันที

ใครเคยมีประสบการณ์ขับรถอยู่แล้วเจอสัญญาณเตือนว่าความร้อนเกินบ้าง? ขอบอกเลยว่าอาการรถความร้อนขึ้น หรือโอเวอร์ฮีท (Over heat) เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์หนักมาก แล้วยิ่งถ้าเจอความร้อนขึ้นตอนรถวิ่งอยู่ด้วย ยิ่งทำให้การขับขี่ไม่ปลอดภัยต่มไปด้วย 

สำหรับใครที่กลัวปัญหานี้ วันนี้ TPIS มีเทคนิคดี ๆ มาแนะนำกันว่าเกิดความร้อนสูงเกินจะรับมืออย่างไรดี ให้ปลอดภัยต่อทั้งคนและรถ

รถความร้อนขึ้น หรือโอเวอร์ฮีท (Over Heat) คืออะไร?

รถความร้อนขึ้น

ภาพ: รถความร้อนขึ้น

อาการโอเวอร์ฮีท (Over Heat) คืออาการที่เครื่องยนต์รถมีความร้อนสูงเกินระดับที่ควรจะเป็น ส่วนใหญ่เกิดจากขาดน้ำระบายความร้อนในหม้อ ทำให้ระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์จนโอเวอร์ฮีทในที่สุด ซึ่งอาการนี้ถือว่าอันตรายมาก ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ จะสะสมจนทำให้รถเครื่องยนต์เสียหายก่อนเวลาอันควรได้ 

ความร้อนขึ้นตอนรถวิ่งมีสัญญาณอะไรเตือนบ้าง?

1. ไฟเตือน

ไฟสัญญาณเตือนความร้อนสูง

ภาพ: ไฟสัญญาณเตือนความร้อนสูง

“ตอนซื้อรถอย่าลืมศึกษาให้ดีว่ารถของเราขึ้นไฟเตือนแบบไหน”

รถรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่เมื่อความร้อนขึ้นตอนรถวิ่ง จะแจ้งเตือนผ่านสัญญาณไฟ ถ้าตอนที่ซื้อรถมาจึงควรศึกษารายละเอียดของรถแต่รุ่นให้ดีว่า สัญญาณจะโชว์ขึ้นมาแบบไหน โดยส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ กัน คือเป็นไฟสีแดง แสดงว่าระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงเกินไปแล้วนั่นเอง

2. เข็มมาตรวัด

เข็มมาตรวัดความร้อน

ภาพ: เข็มมาตรวัดความร้อน

“ถ้าเข็มชี้เกินครึ่งหนึ่งของแปลว่าเครื่องยนต์ร้อนไปแล้ว”

สำหรับระบบดั้งเดิม จะมีเข็มมาตรวัดเป็นตัวแจ้งเตือนเมื่อรถความร้อนขึ้น หากเห็นว่าเข็มชี้เกินกว่าครึ่งหนึ่ง แปลว่าเกิดความผิดปกติ หรืออุณหภูมิสูงเกินไปแน่ ๆ จึงต้องคอยสังเกตดูให้ดีเวลาขับรถ ยิ่งถ้าขับรถไกล ๆ ยิ่งต้องคอยดูให้ดีเลย

มั่นใจว่าหลายคนคงเริ่มคิดแล้วว่าอาการโอเวอร์ฮีทดูน่ากังวลมาก แล้วรถความร้อนขึ้นจะขับต่อได้ไหม? เป็นอันตรายหรือเปล่า เราไปดูกันต่อเลยว่าจะขับต่อได้ไหม แล้วจะรับมืออย่างไรดี

รถความร้อนขึ้นขับต่อได้ไหม? ปลอดภัยหรือเปล่า?

ถ้ารถความร้อนขึ้นควรจอดพักก่อน

ภาพ: ถ้ารถความร้อนขึ้นควรจอดพักก่อน

ถ้าความร้อนขึ้นตอนรถวิ่ง เห็นไฟสัญญาณเตือนหรือเข็มมาตรวัดดีดตัวไปเกินอุณหภูมิปกติ ไม่ควรจะฝืนขับต่อไป ควรจะจอดข้างทางแล้วเปิดกระโปรงรถระบายความร้อนทันที แต่ที่สำคัญจะต้องหาพื้นที่ปลอดภัยเสียก่อน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนั้นถ้ายังหาที่ปลอดภัยไม่ได้ ก็ค่อย ๆ ขับไปช้า ๆ จนกว่าจะเจอที่ที่เหมาะสมจะดีกว่า

รถความร้อนขึ้นรับมืออย่างไรดี? ให้ปลอดภัยทั้งรถ ทั้งคน

1. จอดรถในที่ปลอดภัย

ควรจอดรถในที่ปลอดภัย

ภาพ: ควรจอดรถในที่ปลอดภัย

ถ้าใครขับรถอยู่แล้วเห็นสัญญาณเตือนสีแดงหรือเข็มเด้งไปร้อนเกินแล้ว ก่อนอื่นเลยควรจะมองหาพื้นที่ปลอดภัยแล้วจอดเพื่อพักเครื่องยนต์ สำหรับเคล็ดลับการจอดรถกรณีฉุกเฉิน TPIS มีมาฝากกัน ทำได้เลยดังนี้

  • จอดชิดข้างทางให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรถความร้อนขึ้น ยางแตก หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ เราก็ควรจะเปิดไฟฉุกเฉิน แล้วจอดรถให้ชิดข้างทางมากที่สุด รถคันอื่นจะได้สัญจรกันง่ายขึ้น และลดอุบัติเหตุด้วย
  • เปิดไฟฉุกเฉินไว้ เมื่อจอดรถได้แล้ว ยังไม่ต้องปิดไฟฉุกเฉิน ให้เปิดค้างไว้ก่อน รถคันหลังจะได้เห็นรถของเราได้จากระยะไกล ๆ
  • ถ้ามีป้ายควรวางไว้หลังรถ ใครมีป้ายสัญญาณฉุกเฉินแบบสะท้อนแสงติดรถไว้ ก็นำไปวางไว้หลังรถให้ห่างสัก 50 เมตร เพื่อให้รถที่ผ่านมาเห็นได้ง่ายขึ้น หรือรถบางรุ่นก็มีสัญญาณนี้ติดไว้ที่กระโปรงหลัง เพียงแค่เปิดไว้ก็เรียบร้อยแล้ว

2. เปิดฝากระโปรงระบายความร้อน

เปิดฝากระโปรงรถเพื่อระบายความร้อน

ภาพ: เปิดฝากระโปรงรถเพื่อระบายความร้อน

เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว ดับเครื่องแล้วเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้น เพื่อให้ความร้อนระบายออกจากเครื่องยนต์และห้องเครื่อง รอสักพักให้เครื่องยนต์เย็นลงก่อน แล้วค่อยไปเช็กหม้อน้ำกันต่อ

3. เช็กหม้อน้ำ ระวังความร้อนด้วย

เปิดฝาเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำ

ภาพ: เปิดฝาเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำ

นอกจากรอให้เครื่องยนต์เย็นลงแล้ว ก่อนจะเปิดฝาหม้อน้ำอย่าลืมหาผ้าหรือถุงมือมาก่อนจับฝา เผื่อหม้อน้ำจะยังร้อนอยู่ และห้ามเอาหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เด็ดขาด เพราะความร้อนจากแรงดันน้ำภายใน อาจพุ่งขึ้นมาโดนหน้าจนได้รับบาดเจ็บได้ 

4. เติมน้ำลงหม้อน้ำ ให้พอดีกับที่กำหนด

เติมน้ำลงในหม้อน้ำ

ภาพ: เติมน้ำลงในหม้อน้ำ

ใครที่พบน้ำในหม้อน้ำเหลือน้อยจนรถความร้อนขึ้น ควรจะเติมน้ำเข้าไปตามที่มีเส้นกำหนด โดยค่อย ๆ เติมทุก 5 นาที สังเกตให้ดีด้วยว่าเมื่อเติมแล้วปริมาณน้ำลดลง หรือว่ามีน้ำเจิ่งนองใต้ท้องรถหรือไม่ เพราะนั่นคือสัญญาณของหม้อน้ำเสียหายนั่นเอง

5. เจอน้ำนองใต้ท้องรถ รีบนำรถเข้าศูนย์เลย

น้ำซึมจากใต้ท้องรถ

ภาพ: น้ำซึมจากใต้ท้องรถ

ถ้าเติมน้ำลงหม้อน้ำแล้วเห็นว่ามีน้ำรั่วออกมาเจิ่งนองอยู่ใต้ท้องรถ เจอแบบนี้ขอบอกเลยว่าแปลว่าหม้อน้ำแตก ควรจะโทรหาศูนย์บริการฉุกเฉินของประกัน ตอนรอก็อย่าลืมยืนด้านหน้ารถเพื่อความปลอดภัย หรือค่อย ๆ ขับรถเข้าอู่กันได้เลย ห้ามปล่อยทิ้งไว้แล้วใช้ตามปกติ เพราะเครื่องยนต์พังแน่นอน ต้องเสียค่าซ่อมอีกเพียบ 

แล้วควรจะทำอะไรบ้าง? เพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหายจากรถความร้อนขึ้น ตาม TPIS ไปดูวิธีง่าย ๆ ได้เลย แค่เช็กสภาพประจำก็หลีกเลี่ยงความเสียหายได้แล้ว!

วิธีป้องกันรถความร้อนขึ้น เสริมความปลอดภัย ดีต่อเครื่องยนต์ภายใน!

ควรเติมน้ำในหม้อน้ำเป็นประจำ

ภาพ: ควรเติมน้ำในหม้อน้ำเป็นประจำ

1. เช็กน้ำในหม้อน้ำเสมอ เพื่อให้รถทำงานได้อย่างปลอดภัยเต็มที่ ควรหมั่นตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำ ทั้งภายนอกและเครื่องยนต์ภายใน และเช็กหม้อน้ำสัปดาห์ละครั้ง ถ้าเป็นรถเก่าอายุเกิน 5 ปี ควรเช็ก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ไปเลย หากเจอความผิดปกติจะได้ซ่อมแซมได้เลยทันที

2. เช็กสภาพหม้อน้ำ ควรตรวจดูหม้อน้ำเสมอ เปลี่ยนถ่ายน้ำภายในให้เป็นน้ำสะอาดทุก 4-6 เดือน เป็นการป้องกันสิ่งสกปรกอุดตัน ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ระบายความร้อนได้ยากขึ้น

3. เติมน้ำตามปริมาณที่กำหนด ห้ามเติมน้ำเกินขีดที่กำหนดไว้บนหม้อน้ำเด็ดขาด เพราะหม้อน้ำจะขยายตัวเมื่อน้ำภายในร้อนจนเดือด หากเติมน้ำมากเกินจะทำให้หม้อน้ำแตกได้ เป็นสาเหตุของรถความร้อนขึ้นนั่นเอง

สำหรับคนมีรถปัญหารถความร้อนขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่ส่งผลต่อเครื่องยนต์โดยตรง แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคือเรื่องอุบัติเหตุ ถ้าเกิดขึ้นครั้งหนึ่งค่าใช้จ่ายตามมาเพียบ ใครที่มีประกันรถยนต์ก็จะอุ่นใจได้ว่ามีตัวช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก

ทำประกันรถไว้ เกิดอุบัติเหตุอะไรก็อุ่นใจ เลือก TPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส

ยิ่งถ้าซื้อกับโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้อย่าง TPIS ก็มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับแผนประกันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือ แถมเปรียบเทียบประกันรถออนไลน์ได้เลย เพียง 3 นาที ก็ได้แผนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้รถของแต่ละคนแล้ว ที่สำคัญยังมีสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกเพียบไม่ว่าจะเป็น

  • เบี้ยประกันภัยอัตราพิเศษจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย
  • เบี้ยประกันผ่อนได้
  • มืออาชีพคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท และบริการอีกหลากหลายด้าน

สนใจทำประกันรถยนต์ออนไลน์ กรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้ได้เลย ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ TPIS พร้อมติดต่อกลับทันที!

แจ้งข้อมูลเพื่อให้บริษัทติดต่อกลับ

TPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส ที่ปรึกษาด้านประกันภัยรถยนต์
เราพร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณได้บริษัทประกันที่ตรงใจพร้อมแบบประกันภัยที่ตอบโจทย์ แถมยังมีโปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน* สนใจสมัครประกันภัยรถยนต์กับตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

*ผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ