อัปเดต 5 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า น่าใช้ 2023

Published Nov 11, 2023

อัปเดต 5 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า น่าใช้ 2023

ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า กำลังมีแนวโน้มที่ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นโดยในช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมามีการเปิดตัว รถยนต์ไฟฟ้า หลายรุ่นหลายแบรนด์สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่มีความสนใจจะเปลี่ยนรถใช้น้ำมันไปเป็นรถพลังงานไฟฟ้าหรือคนที่ต้องการจะซื้อรถใหม่ที่เน้นในเรื่องของความประหยัด

ทั้งในส่วนของการใช้ในชีวิตประจำวันและการบำรุงรักษารวมไปถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังจะเห็นได้จากยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในงาน Motor Show 2023 ครั้งที่ 44 ที่ผ่านมาที่มากถึง 9,234 คันหรือคิดเป็น 21.5% โดย 4 อันดับแรกเป็นค่ายรถจากประเทศจีนและมีโรงงานผลิตในประเทศไทยด้วยซึ่งจะมีรุ่นใดน่าใช้บ้างไปดูกัน

5 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2023

MG ES และ MG Maxus 9

1. MG ES และ MG Maxus 9

MG เป็นค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในปี 2014 และทำยอดขายโตอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะพัฒนารถพลังงานไฟฟ้าและวางขายรุ่นแรกในปี 2019 ได้แก่ MG ZS EV

ซึ่งได้รับเสียงตอบรับไปไม่น้อยล่าสุดเปิดตัว MG ES และ MG Maxus 9 ที่เป็นรถ MPV 7 มาพร้อมเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้รถสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นชาร์จได้เร็วขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

● โดย MG Maxus 9 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้าแบตเตอรี่ความจุ 90.0 กิโลวัตต์ชั่วโมงสามารถทำระยะทางไกลสุด 540 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน NEDC) โดยราคา Model X เริ่มต้น 2,499,000 บาทและ Model V ราคาเริ่มต้น 2,699,000 บาท
● ในส่วน MG ES ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้าแบตเตอรี่ความจุ 51.0 กิโลวัตต์ชั่วโมงสามารถทำระยะทางไกลสุด 412 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน NEDC) ราคาเริ่มต้น 959,000 บาท

BYD ATTO3 จาก BYD

2. BYD ATTO3 จาก BYD

มาถึงอันดับสองของยอดการจองรถพลังงานไฟฟ้าในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมากับ รถยนต์ไฟฟ้าbyd รุ่น ATTO3 มีด้วยกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่น Standard Range ราคาเริ่มต้น 1,099,900 บาท และรุ่น Extend Range ราคาเริ่มต้น 1,199,900 บาท โดยมีการออกแบบที่ทันสมัยสวยงามทนทานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนใช้รถในปัจจุบันโดยเฉพาะ

รถยนต์ไฟฟ้า BYD รุ่น ATTO3 ที่เป็น SUV ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 กิโลวัตต์หรือ 201 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตรใช้แบตเตอรี่ Blade Battery LFP ที่มีความปลอดภัยสูงขนาดความจุ 49.92 กิโลวัตต์-ชั่วโมงในรุ่น Standard Range และ 60.48 กิโลวัตต์-ชั่วโมงในรุ่น Extend Range สามารถทำระยะทางได้ไกลสุด 410 กิโลเมตรและ 480 กิโลเมตรตามลำดับเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน NEDC)

3. ORA GOOD CAT จาก GWM

GWM เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ไฟฟ้า 2023 จากประเทศจีนที่มียอดจองในงานมอเตอร์โชว์ 2023 มาเป็นอันดับ 3 โดยรุ่นที่ได้รับการตอบรับและน่าใช้ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ORA GOOD CAT 400Pro และ 500 Ultra โดยทั้ง 2 รุ่นมีใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์หรือ 143 แรงม้าโดยในรุ่น400Pro ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตความจุ 47.788 กิโลวัตต์-ชั่วโมงสามารถทำระยะทางได้ไกลสุด 400 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน NEDC) มีราคาเริ่มต้น 828,500 บาท

ส่วนรุ่น 500 Ultra ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม Ternary ความจุ 63.139 กิโลวัตต์ ต่อ ชั่วโมง สามารถทำระยะทางได้ไกลสุด 500 กิโลเมตร เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน NEDC) มีราคาเริ่มต้น 959,000 บาท

4. NETA V จาก NETA

ถือเป็นน้องใหม่ของวงการรถพลังงานไฟฟ้าในประเทศเพียงเข้ามาตลาดไม่นานก็สามารถสร้างยอดจองเข้ามาเป็นอันดับ 4 ในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รุ่น NETA V ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังขับ 95 แรงม้าที่แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรใช้แบตเตอรี่ลิเธียมความจุ 40.7 กิโลวัตต์ ต่อ ชั่วโมง

สามารถทำระยะทางได้ไกลสุด 384 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน NEDC) ราคาปกติเริ่ม 760,000 บาท และราคาใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อยู่ที่ 549,000 บาท

5. VOLVO ALL NEW EX30

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าปัจจุบันค่ายรถยนต์ VOLVO ได้ถูกนักลงทุนในประเทศจีนซื้อกิจการไปนานแล้วแต่คงมาตรฐานยุโรปในการผลิตล่าสุดเปิดตัว รถยนต์ไฟฟ้า 2023 รุ่น EX30 ที่บอกได้คำเดียวว่าหน้าตาดูล้ำอนาคตไปอย่างมากโดยในรุ่น EX30 เป็นรถแบบ CROSSOVER 5 ที่นั่งมีให้เลือกใช้งานถึง 3 รุ่นได้แก่

– รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รุ่น Standard มอเตอร์เดี่ยว 272 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตรแบตเตอรี่ LFP 49.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมงสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 345 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน WLTP) ราคาเริ่มต้น 1,590,000 บาท
– รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รุ่น Extended มอเตอร์เดี่ยว 272 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตรแบตเตอรี่ LFP 64.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมงสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 463 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน WLTP) ราคาเริ่มต้น 1,790,000 บาท
– รุ่น Extended Twin Motors (มอเตอร์คู่) ทำให้มีแรงม้ามากถึง 428 แรงม้าแบตเตอรี่ขนาด 64.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมงแรงบิดสูงสุด 542 นิวตันเมตรแบตเตอรี่ NMC 64.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมงขับเคลื่อน 4 ล้อสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลมากถึง 463 กิโลเมตรเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่ (มาตรฐาน WLTP) ราคาเริ่มต้น 1,890,000 บาท

ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง

หลังจากรู้จักกับรถยนต์ไฟฟ้า น่าใช้ทั้ง 5 รุ่น ไปแล้วคงไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี กว่ากันเพราะแต่ละแบรนด์ก็จะมีเอกลักษณ์และการออกแบบที่แตกต่างกัน

ส่วนที่เหลือจะเป็นในส่วนของออปชันเสริมภายในที่ทุกคนจะต้องไปพิจารณาและเปรียบเทียบรุ่นต่อรุ่นกันเอง แต่ถ้าหากต้องการจะซื้อไว้ใช้จริง ๆ แล้วมีข้อควรรู้ ดังนี้

ช่วงการใช้งานของแบตเตอรี่ เป็นที่รู้กันดีว่าระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้จะแปรผันกับแบตเตอรี่ยิ่งมีกิโลวัตต์-ชั่วโมงมากขึ้นเท่าใดยิ่งวิ่งได้ไกลรวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จเต็ม โดยปกติแล้วการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มจะใช้เวลานานกว่ารถยนต์ที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิง

ควรทราบถึงโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์ รวมถึงการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและความทนทานของแบตเตอรี่ต่อการใช้งานในสภาวะอุณหภูมิสูงหรือต่ำ

ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์ เนื่องจากบางครั้งการซื้ออะไหล่หรือการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไปเช่นแบตเตอรี่

สถานที่ชาร์จแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่แห่งใดควรทราบถึงสถานที่สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ในพื้นที่ การติดตั้งที่ชาร์จที่บ้านความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่ชาร์จในพื้นที่ที่คุณใช้งานอยู่ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการชาร์จแต่ละครั้ง

สมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้ากับระยะทางที่ทำได้ หากต้องการจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ต้องรู้ถึงระยะทางว่าในรุ่นที่ใช้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสุดได้เท่าไหร่ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้ง เพื่อที่จะได้วางแผนการเดินทางได้ถูกต้อง

เตรียมพร้อมเรื่องประกันก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากค่าบำรุงรักษาส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์แล้วยังมีในส่วนของประกันภัยรถที่เจ้าของรถไม่สามารถละเลยได้เนื่องจากรถพลังงานไฟฟ้าถือเป็นสินค้าที่ใหม่ต่อตลาดรถยนต์ทำให้ชิ้นส่วนอะไหล่

โดยเฉพาะแบตเตอรี่มีราคาที่ค่อนข้างสูงและได้รับการผลิตออกมาอย่างจำกัด เจ้าของรถควรพิจารณาให้ดีเพราะประกันภัยของรถพลังงานไฟฟ้าจะมีราคาค่อนข้างสูงโดยราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 27,000 บาท ไปจนถึง 90,000 บาท โดยประมาณ

ค่าบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า

แม้ว่ามอเตอร์ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแบบรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน แต่ส่วนอื่น ๆ รถพลังงานไฟฟ้าจำเป็นที่จะต้องได้รับการบำรุงรักษาเช่นเดิม ได้แก่

ค่าบำรุงรักษาระบบแบตเตอรี่ ควรตรวจสอบและทำความสะอาดขั้วต่อแบตเตอรี่เป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งสกปรก, สารเคมีหรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ขั้วแบตเตอรี่หลุดหลวมหรือชำรุดจนไม่สามารถขับขี่ได้ซึ่งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่ต้องเปลี่ยนใหม่ราคาแบตเตอรี่ในรถบางรุ่นอาจสามารถซื้อรถ ECO CAR ที่ใช้น้ำมันได้ 1 คัน

ค่าติดตั้งที่ชาร์จ ณ ที่พักอาศัย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าซื้อรถพลังงานไฟฟ้าแล้วหากไม่มีที่ชาร์จอยู่บ้านอาจประสบปัญหาในภายหลังได้โดยแท่นชาร์จสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าแท่นหนึ่งราคาประมาณ 50,000 บาทเป็นต้นไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของผู้ผลิต

ค่าซ่อมบำรุงอื่นๆ เหมือนรถยนต์ระบบสันดาปปกติทั่วไป เช่น ล้อยาง, สายพาน, ระบบเบรก, ช่วงล่าง, ระบบหล่อลื่นบริเวณเพลาและข้อต่อต่างๆ

แม้ราคารถยนต์ไฟฟ้าจะถูกปรับลดราคาลงมาบ้างจากการสนับสนุนของภาครัฐแต่ก็ถือว่ายังมีราคาค่อนข้างสูงซึ่งจะต้องพิจารณาในส่วนของความคุ้มค่าให้ดีโดยเฉพาะการใช้งานในระยะยาวแต่ค่าบำรุงรักษาและส่วนอื่น ๆ อาจจะไม่ลดลง

เว้นเสียแต่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีนวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น ราคาถูกลงเพราะหากเทียบกันจริง ๆ สามารถช่วยประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันลงไปได้มากทั้งยังช่วยลดการปล่อยควันเสียจากรถยนต์ลงไปได้ด้วยในอนาคตหากมีการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้นคุณภาพอากาศก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ตรีเพชร อินชัวรันส์เซอร์วิส (TPIS) ที่ปรึกษาด้านประกันภัยรถยนต์ พร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณได้บริษัทประกันที่ตรงใจพร้อมราคาค่าเบี้ยประกันภัยที่ตอบโจทย์คุณ และเรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการแนะนำการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ให้เหมาะสมกับคุณ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างน่าพึงพอใจ คลิกที่เว็บไซต์เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!