สำหรับตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เองก็มีวิธีการใหม่ๆในการหลอกลวงให้มีผู้เสียหายได้ไม่เว้นวัน วันนี้ TPIS จะมาอธิบายวิธีการและการป้องกันการถูก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ มิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ หลอกกันนะครับ สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีวิธีการหลอกลวงเราแบบไหนบ้าง โดยแต่ละวิธีจะมีรายละเอียดยังไงบ้าง TPIS จะอธิบายทุกวิธีทุกขั้นตอนให้ได้รู้ไว้ จะได้ระวังตัวถูกกันนะครับ
8 วิธี หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
1. หลอกให้ดีใจ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกให้เหยื่อดีใจว่าได้รับรางวัลใหญ่ ก่อนจะให้เหยื่อโอนเงินเล็กน้อยเพื่อได้รับเงินก้อนใหญ่ภายหลัง แต่สุดท้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกให้โอนเงินเรื่อยๆ จนกว่าเหยื่อจะเงินหมดบัญชีหรือรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว
2. หลอกอายัดบัตรเครดิต
วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด มักใช้ไม่ได้ผลกับคนที่ไม่มีบัตรแต่หากใครมีบัตรจะเป็นวิธีที่ได้ผลมาก เพราะทำให้ตกใจง่าย นอกจากจะหลอกว่าต้องอายัดบัตรแล้วอาจมีผลต่อบัญชีอีกด้วย และทำให้เสียเครดิตในการผ่อนชำระสินค้าและบริการอื่นๆ ไม่ได้ด้วย
3. หลอกว่ามีคดีความ
ไม่ว่าจะเป็นคดียาเสพติด ฟอกเงิน หรือ มีสิ่งของผิดกฎหมาย ส่วนมากมักจะเกิดกับบุคคลที่มีเงินในบัญชีจำนวนมาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำการหลอกโอนเงินเพื่อทำการตรวจสอบ
4. หลอกคืนเงินภาษี
จะหลอกให้เหยื่อทำธุรกรรมผ่านเครื่องกดเงินเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ เพื่อที่จะได้รับเงินคืนภาษี แต่ความจริงเป็นการโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยวิธีนี้จะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงขอคือภาษี
5. หลอกว่าโอนเงินผิด
วิธีนี้ถือว่าเก่าแก่แต่ได้ผลสุดๆ โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกให้เราโอนเงินกลับเพราะมีการโอนผิดบัญชีหรือบางทีก็เพื่อตรวจสอบเงินก้อนนั้นว่าโอนผิดจริงหรือเปล่า
6. หลอกอนุมัติวงเงินกู้ยืม
แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกว่า มีผู้นำเอกสารของเราไปยื่นกู้เงินจำนวนมาก และให้เราโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อตรวจสอบบัญชี
7. หลอกเอาข้อมูลส่วนตัว
วิธีนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการหลอกลวงครั้งต่อๆไปของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพราะหากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ข้อมูลเราไปมากเท่าไหร่ก็สามารถคิดวิธีหลอกเราและคนใกล้ตัวได้มากเท่านั้น โดยจะหลอกว่าข้อมูลของเราหายจำเป็นต้องสอบถามข้อมูลส่วนตัวของเราเพื่อยืนยันตัวตนต่างๆ ซึ่งข้อมูลนี้อาจนำไปสู่การปลอมแปลงการเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมต่างๆ ได้ด้วย
8. วิธีหลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากกระบวนการยุติธรรม
ไม่ใช่แค่ประชาชนทั่วไปต้องระวังตัวเพรานอกจากหลอกประชาชนทั่วไปแล้วแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังสามารถหลอกหน่วยงานรัฐและเอกชนบางแห่งได้อีกด้วยเพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปหลอกเหยื่อที่เป็นประชาชนอีกต่อ
ตัวอย่างที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บ่อย
จะมีโทรศัพท์หรือ SMS ข้อความแจ้งเตือนคุณว่า
- คุณคือผู้โชคดี: คุณได้รับรางวัลใหญ่จากการที่คุยเคยไปใช้บริการมา เช่น ที่พักหรือแพ็จท่องเที่ยวฟรี ทองคำ เงินจากต่างประเทศ เป็นต้น
- คุณได้รับเงินคืน: คุณจะได้รับสายแล้วอ้างเป็นหน่วยงานของภาครัฐ แจ้งคุณว่าได้รับเงินคืนจากค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า หรือแจ้งว่าได้สิทธิ์รับเงินภาษีคืน หรือเงินได้ชดเชยจากหน่วยงานต่างๆ ของทางราชการ
- คุณได้สิทธิพิเศษ VVIP: คุณได้รับสิทธิ์กู้เงินดอกเบี้ยต่ำมากๆ หรือได้รับบัตรกำนัลช้อปปิ้งฟรีในโอกาสพิเศษ
ตัวอย่างที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดเงินจากบัญชีคุณได้ยังไง
เมื่อคุณได้รับรู้ถึงความโชคดีก็มักจะตื่นเต้นจนลืมตัว ไม่คิดว่าจะถูกหลอกจากพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมันจะใช้วิธีการต่อไป คือ
- หลอกให้จ่ายค่าธรรมเนียมก่อน: โดยมันจะอ้างว่าถ้าจะรับรางวัล หรือรับเงินกู้ ต้องโอนเงินค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือค่าธรรมเนียมดำเนินการไปให้ก่อน
- หลอกให้กดลิงก์เว็บไซต์หรือดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ มือถือ: ทางปลายสายจะอ้างว่าต้องเข้าไปกรอกข้อมูลรับสิทธิ์ผ่านลิงก์ หรือโหลดแอปพลิเคชัน ซึ่งมักจะเป็นแอปฯ ดูดข้อมูลและฝังมัลแวร์ไว้ในมือถือของคุณเพื่อควบคุมมือถือเพื่อโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารจนหมด
- หลอกขอข้อมูลส่วนตัว: หลอกถามข้อมูลตรงๆ เพื่อให้ได้ข้อมูล เช่น เลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร หรือหลอกให้คุณบอกรหัส OTP เพื่อนำไปเข้าโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของคุณจนหมด
เห็นได้ชัดว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีลูกเล่นและวิธีการใหม่ๆ มาหลอกเราได้เรื่อยๆ แต่ถ้าหากเรารู้วิธีป้องกันไม่ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะมาด้วยวิธีไหนเราก็สามารถป้องกันการถูกหลอกได้แน่นอน
วิธีป้องกันและรับมือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์
เมื่อถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก ทำยังไง
- เก็บหลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อระงับการโอนเงิน พร้อมแจ้งความกับตำรวจ และลงบันทึกประจำวัน
- แจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) https://register.dsi.go.th/
หากต้องการปรึกษาเรื่องประกันรถยนต์ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส ยินดีให้บริการครับ คลิกที่นี่