วางแผนการเงินอย่างไร ให้เป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นจริง
ก่อนเริ่มเก็บเงิน สิ่งแรกที่ควรทำคือ เช็กสถานะการเงินของตัวเองก่อน ลองดูว่าแต่ละเดือนมีรายรับเท่าไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และมีหนี้ที่ต้องผ่อนหรือจ่ายเป็นประจำหรือไม่ เพราะเมื่อรู้ว่าแต่ละเดือนต้องใช้เงินเท่าไร ก็จะรู้ว่ามีเงินเหลือสำหรับเก็บมากน้อยแค่ไหน
หลังจากเห็นภาพรวมของรายรับและรายจ่ายแล้ว ขั้นต่อไปคือกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่า อยากเก็บเงินแสนให้ได้ภายในระยะเวลาเท่าไร จากนั้นค่อยคำนวณในแต่ละเดือน หรือแต่ละวัน ต้องเก็บเงินประมาณเท่าไร เช่น ตั้งใจเก็บเงินวันละ 10 บาท ใช้เวลาประมาณ 27 ปี กว่าจะครบ 100,000 บาท ซึ่งถือว่าใช้เวลานานพอสมควร แต่ถ้าอยากให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น ก็สามารถเพิ่มจำนวนเงินที่เก็บในแต่ละวันหรือแต่ละเดือนได้
ลองดูตัวอย่างระยะเวลาในการเก็บเงินจากตาราง
| เงินเก็บต่อวัน | เงินเก็บต่อเดือน | เงินเก็บต่อปี | ระยะเวลา ที่จะครบ 100,000 บาท |
| 10 บาท | 300 บาท | 3,600บาท | 27.7 ปี |
| 20 บาท | 600 บาท | 7,200 บาท | 13.8 ปี |
| 30 บาท | 900 บาท | 10,800 บาท | 9.2 ปี |
| 50 บาท | 1,500 บาท | 18,000 บาท | 5.6 ปี |
| 100 บาท | 3,000 บาท | 36,000 บาท | 2.8 ปี |
| 200 บาท | 6,000 บาท | 72,000 บาท | 1.4 ปี |
จะเห็นว่าตัวแปรที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายเงินเก็บเงินหนึ่งแสนบาทแรกได้คือจำนวนเงินเก็บ ยิ่งเก็บได้มากก็ยิ่งใช้เวลาน้อยลง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการเก็บเงินแล้วไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

กำหนดระยะเวลาเก็บเงินให้เหมาะสมกับเป้าหมาย
เป้าหมายระยะเวลา 1 ปี
- เน้นเร็วและมีวินัยขั้นสูง เพราะต้องออมเงินประมาณ 8,340 บาท/เดือน หรือ 278 บาท/วัน
- เหมาะสำหรับ คนที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงถึงสูง หรือคนที่มีโบนัส/รายได้เสริมก้อนใหญ่ และปลอดภาระหนี้สิน
วิธีการออมเงินที่แนะนำ
- หากมีเงินก้อนจากโบนัสหรือเงินปันผล ให้แบ่งมาตัดออมก้อนใหญ่ทันที เช่น แบ่งโบนัสมาเก็บไว้ 30,000 – 50,000 บาท จะช่วยลดภาระการออมรายเดือนลงได้มาก
- หักบัญชีฝากประจำอัตโนมัติ ตั้งตัดเงินในวันเงินเดือนออกทันที 8,400 บาท เพื่อตัดความลังเล
- หารายได้เสริม เพิ่มช่องทางทำเงิน เช่น งานฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ หรือรับงานเพิ่มนอกเวลา แล้วนำรายได้ส่วนนี้เก็บเข้าบัญชีเงินเก็บ 100%
เป้าหมายระยะเวลา 2 ปี
- สร้างสมดุลรายได้กับเป้าหมาย โดยจะต้องออมเงินประมาณ 4,170 บาท/เดือน หรือ วันละ 139 บาท/วัน
- เหมาะสำหรับคนทำงานที่มีรายได้ปานกลาง หรือมีเงินเหลือเก็บต่อเดือนประมาณ 4,000 – 5,000 บาท
วิธีการออมที่แนะนำ
- ใช้เทคนิค 50-30-20 แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น 50%, ความสุขส่วนตัว 30%, และ ออมเงินหรือลงทุน 20%
- ฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน เลือกบัญชีเงินฝากประจำ 24 เดือน ที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปและบังคับออมเท่ากันทุกเดือนเพื่อสร้างวินัย
- ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น ชาไข่มุก, กาแฟแบรนด์ดัง หรือการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันอย่างน้อยวันละ 50–100 บาท จะได้เงินคืนกลับมาออมเดือนละ 1,500–3,000 บาท
เป้าหมายระยะเวลา 3 ปี
- มาตรฐานสไตล์คนทำงาน ออมเงินประมาณ 2,780 บาท/เดือน หรือวันละ 93บาท/วัน
- เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ที่ต้องการออมเงินแบบไม่ตึงจนเกินไป
วิธีการออมที่แนะนำ
- เปลี่ยนเป้าหมายเก็บเงินรายเดือนเป็นรายวัน โดยสะสมเงินวันละประมาณ 90–100 บาท ใส่กระปุกหรือโอนเข้าบัญชีแยกต่างหากในทุก ๆ วันหลังเลิกงาน
- นำเงินออมรายเดือนไปพักไว้ในบัญชีดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูง (1.5% – 2.0% ต่อปี) เพื่อให้เงินทำงานและสร้างผลตอบแทนทบต้น
- ทำชาเลนจ์เศษเงิน โดยในทุก ๆ สิ้นวัน นำเศษเงินทอนหรือเศษเงินหลักสิบที่เหลือใช้มาหยอดกระปุกออมสิน พอครบสิ้นเดือนค่อยนำไปฝากเข้าบัญชีออมเงิน
เป้าหมายระยะเวลา 4 ปี
- ค่อยเป็นค่อยไป ไม่กระทบชีวิตประจำวันโดยจะออมเงินประมาณเดือนละ 2,090 บาท/เดือน หรือ 70บาท/วัน
- เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง หรือมีภาระค่าใช้จ่ายประจำค่อนข้างมาก
วิธีการออมที่แนะนำ
- ให้ตั้งงบรายสัปดาห์ โดยแบ่งเงินที่จะเก็บสัปดาห์ ละประมาณ 520 บาท ซึ่งจะช่วยให้บริหารจัดการได้ง่ายกว่ามองเป็นยอดรายเดือน
- ยกเลิกบริการที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เช่น ยกเลิกสตรีมมิ่งออนไลน์ อย่างเนตฟลิก เปลี่ยนเน็ตมือถือแพ็กเกจที่แพงเกินจำเป็น หรือเปลี่ยนไปใช้มือถือแบบเติมเงิน นำส่วนต่างมาเป็นเงินออม
เป้าหมายระยะเวลา 5 ปี
- แผนมาราธอนสำหรับทุกคนและวัยทำงาน เพราะออมเพียง 1,670 บาท/เดือน หรือวันละ 56 บาท
- เหมาะสำหรับวัยทำงานทุกคน, พนักงานเด็กจบใหม่ ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้ผันผวน หรือผู้ที่มีภาระครอบครัวสูง เพราะเป็นยอดออมที่ไม่สร้างความกดดันทางการเงินเลย
วิธีการออมที่แนะนำ
- ตัดงบ ชา กาแฟ เพราะยอดออมวันละ 56 บาท ก็เท่ากับราคา ชา กาแฟ ประมาณ 1-2 แก้ว หากเปลี่ยนจากการซื้อเครื่องดื่มมาชงดื่มเอง หรือลดวันละ 1 แก้ว ก็จะเก็บเงินแสนได้ใน 5 ปีได้
- ออมผ่านกองทุน สำหรับวัยทำงาน ที่บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อาจให้บริษัทตั้งค่าการออมเพิ่มขึ้นจากเดิม เดือนละ 1,700 บาท ผลตอบแทนและดอกเบี้ยทบต้นระยะยาว 5 ปี จะช่วยให้แตะเป้าหมาย 100,000 บาทได้เร็วขึ้นกว่าการฝากธนาคารธรรมดา
- ใช้กฎออมเงินตามจำนวนเงินเดือนที่มีการปรับขึ้น เช่น ปีแรกอาจออมเพียงเดือนละ 1,000 บาท แล้วค่อยๆ เพิ่มยอดออมตามเงินเดือนที่ปรับขึ้นในปีที่ 2, 3, 4 และ 5 เพื่อให้เฉลี่ยแล้วครบ 100,000 บาทได้สบายๆ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงแนวทาง เพราะบางคนอาจมีรายได้พิเศษจากค่าโอที หรือเงินโบนัส ก็อาจทำให้ระยะเวลาในการเก็บสั้นลงอีกก็เป็นได้
วิธีเก็บเงิน 1 แสน ให้ได้ผลจริง

ออมก่อนใช้ เก็บทันทีที่เงินออก
- ทำอย่างไร : เมื่อมีรายได้หรือเงินเดือนเข้ามา ให้หักเงินออกไปเก็บก่อน โดยอาจกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 20% ของเงินเดือน วิธีที่สะดวกที่สุดคือการเปิด “บัญชีฝากประจำ” (เช่น ระยะเวลา 24, 36 หรือ 48 เดือน) แล้วตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติให้หักเงินจากบัญชีหลักทันทีในวันที่เงินเดือนออก
- การนำไปปรับใช้ : เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้ประจำแน่นอน และอยากสร้างวินัยโดยไม่ต้องมาคอยลังเลว่าจะออมเท่าไหร่ดีในแต่ละเดือน
แยกบัญชี เงินเก็บ กับ เงินใช้ ออกจากกันอย่างเด็ดขาด
- ทำอย่างไร : เปิดบัญชีสำหรับเก็บเงินแสนโดยเฉพาะ แยกออกจากบัญชีที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยบัญชีเงินเก็บนี้ควรเข้าถึงยากขึ้นนิดหน่อย เช่น ไม่พกบัตร ATM หรือไม่ผูกกับแอปพลิเคชันสแกนจ่าย
- การนำไปปรับใช้ : เหมาะสำหรับคนที่เห็นยอดเงินรวมในบัญชีแล้วรู้สึกว่าตัวเองยัง มีเงินเหลือเยอะ จนเผลอใจใช้จ่ายเกินจำเป็น การแยกบัญชีจะช่วยกำหนดกรอบการใช้เงินในแต่ละเดือนได้ชัดเจนขึ้น
อุดรูรั่วจาก ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ
- ทำอย่างไร : ปรับลดสิ่งที่ไม่จำเป็นลง เช่น ลดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน แล้วเปลี่ยนไปซื้อที่หน้าร้านหรือทำกินเอง เพื่อประหยัดค่าบริการและส่วนต่างราคา
- ลดการซื้อของตามอารมณ์โดยไม่ได้วางแผนไว้ก่อน
- กำหนดงบสำหรับความบันเทิงและการปาร์ตี้ให้ชัดเจนต่อเดือน
- การนำไปปรับใช้ : เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีรายได้จำกัด การลดรายจ่ายเล็กๆ น้อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ จะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายเงินแสนได้เร็วขึ้น
หัวใจสำคัญของการเก็บเงินแสนใช่ว่าจะต้องมีรายได้มากเสมอไป แต่คือการมีวินัยต่อตนเอง ไม่ว่าจะเป็นวินัยในการเก็บเงิน วินัยในการใช้จ่าย เพราะหากเราทำได้อย่างสม่ำเสมอ เป้าหมายเงินแสนที่ดูยากก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
