รีวิวบัตร Travel Card รูดใช้จ่ายต่างประเทศ บัตรไหนเรทดีสุด

การเตรียมตัวเรื่องการเงินเพื่อใช้เดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่มีบัตร Travel Card เพียงใบเดียวก็สามารถที่จะซื้อสินค้าและบริการได้โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวจำนวนมาก บัตร Travel Card สามารถทำได้ไม่ต่างจากบัตรเดบิตหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ บทความนี้จะรีวิวบัตร Travel Card ที่ได้รับความนิยม เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้บัตร Travel Card ได้ตรงใจ
บัตร Travel Card คืออะไร
Travel Card คือบัตรสำหรับใช้จ่ายเงินในต่างประเทศที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น เจ้าของบัตรสามารถใช้บัตรรูดเพื่อซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการได้ทันที รวมทั้งสามารถกดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้เหมือนบัตรเดบิตทั่วไป จุดเด่นคือผู้ใช้สามารถแลกเงินตราต่างประเทศและเก็บไว้ในแอปพลิเคชันของบัตรล่วงหน้าได้ ช่วยให้การใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก โดยทั่วไป Travel Card อยู่ในรูปแบบของบัตรเติมเงิน (Prepaid Card) ที่ผู้ใช้สามารถเติมเงินหรือแลกเป็นสกุลเงินต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร และในรูปแบบของบัตรเดบิตที่ผูกกับบัญชีเงินฝากของธนาคาร
มาดูกันว่าบัตร Travel Card ของแต่ละธนาคารมีสิทธิพิเศษอย่างไร ทำไมถึงเป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางในต่างประเทศ
1. YouTrip – ธนาคารกสิกรไทย
YouTrip ดิจิทัลวอลเล็ตแบบ Multi-Currency จากประเทศสิงคโปร์ผนึกความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย เปิดให้บริการบัตร YouTrip ในประเทศในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562
จุดเด่นของ YouTrip คือ ใช้งานง่าย สามารถจัดการเงินต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันเดียว ผู้ใช้สามารถแลกเงินล่วงหน้าและล็อกอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องการได้ทุกเวลา ช่วยให้เจ้าของบัตรสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายระหว่างทริปได้ก่อนเที่ยว พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกเพราะไม่มีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5 และฟรีค่าธรรมเนียมสมัครบัตรและค่าธรรมเนียมรายปีตามช่วงโปรโมชั่นที่กำหนด
ในด้านการใช้งาน YouTrip สามารถกดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศที่มีสัญลักษณ์ Mastercard®, Maestro® หรือ Cirrus® ได้ทั่วโลก ใช้จ่ายออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยด้วยระบบ 3DS 2.0 และยังผูกกับ Google Pay เพื่อแตะจ่ายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้แอปพลิเคชันยังมีการแจ้งเตือนทุกการใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ สามารถล็อกบัตรได้ทันทีหากกรณีบัตรสูญหาย
2. Planet SCB – ธนาคารไทยพาณิชย์
จุดเด่นของ SCB Planet คือ สามารถแลกเงินต่างประเทศผ่าน SCB EASY App ได้ตลอดเวลา พร้อมอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษที่ใกล้เคียงกับร้านแลกเงินชั้นนำ รองรับได้มากถึง 13 สกุลเงินยอดนิยมในบัตรเดียว สิทธิพิเศษของบัตรคือไม่คิดค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ช่วยให้การใช้จ่ายในต่างประเทศคุ้มค่ามากขึ้น
ด้านการใช้งานก็ครอบคลุมทั้งการ รูดซื้อสินค้า ช้อปออนไลน์ หรือกดเงินสดจากตู้ ATM ต่างประเทศที่มีสัญลักษณ์ Visa โดยสามารถถอนเงินได้สูงสุดเทียบเท่า 300,000 บาทต่อวัน และใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วโลกได้สูงสุดถึง 500,000 บาทต่อวัน
นอกจากนี้ SCB Planet ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ผู้ใช้สามารถอายัดบัตรได้เองทันทีผ่านแอปพลิเคชัน หากบัตรสูญหาย พร้อมรับสิทธิ์ประกันการเดินทางจาก AXA สูงสุด 10 วัน เมื่อใช้บัตรชำระค่าตั๋วเครื่องบิน

3. Krungthai Travel Platinum Mastercard – ธนาคารกรุงไทย
บัตร Krungthai Travel Platinum Mastercard จากธนาคารกรุงไทยถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ เพราะออกแบบมาให้ใช้งานสะดวกผ่านแอป Krungthai NEXT และรองรับการใช้จ่ายทั่วโลก
จุดเด่นของบัตรนี้คือการเชื่อมต่อกับบัญชี Global Savings ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแลกเงินต่างประเทศในเรทที่คุ้มค่าและรองรับการใช้จ่ายได้มากถึง 20 สกุลเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ช่วยให้ใช้จ่ายในต่างประเทศได้อย่างสบายใจ
ในด้านความคุ้มค่า ผู้ถือบัตรยังได้รับเครดิตเงินคืน 0.25% จากยอดใช้จ่ายในต่างประเทศ เมื่อสะสมยอดครบตามเงื่อนไขสูงสุด 2,000 บาทต่อปี นอกจากนี้เงินที่ฝากไว้ในบัญชี Global Savings ยังสามารถรับดอกเบี้ยสูงสุดถึง 2.5% ต่อปี
4. Krungsri Boarding Card – ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
Krungsri Boarding Card จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดการทุกอย่างได้ง่ายผ่าน krungsri app
จุดเด่นของบัตรนี้คือสามารถแลกเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าได้ถึง 16 สกุลเงิน ในอัตราแลกเปลี่ยนที่ใกล้เคียงร้านแลกเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ช่วยให้การรูดใช้จ่ายในต่างประเทศจ่ายตามราคาสินค้าจริง ผู้ใช้ยังสามารถตั้งราคาแลกเงินที่ต้องการไว้ล่วงหน้าในแอปเพื่อให้ระบบแลกเงินให้อัตโนมัติเมื่อถึงเรทที่ต้องการ
ด้านการใช้งาน Krungsri Boarding Card ผู้ถือบัตรสามารถรูดซื้อสินค้าช้อปออนไลน์ หรือถอนเงินสดจากตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ Visa ได้ทั่วโลก รวมถึงใช้แตะจ่ายที่ MRT ในประเทศไทยได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์ เช่น ส่วนลดร้านค้า , โรงแรม , สายการบิน และสิทธิ์รับอาหารฟรีที่สนามบินในช่วงโปรโมชัน

5. ttb all free – ธนาคารทีทีบี
บัตร ttb all free จากธนาคารทีทีบี มาพร้อมบัญชีเงินฝากที่ให้สิทธิประโยชน์ครบทั้งเรื่องการใช้จ่ายและความคุ้มครองด้านประกันอุบัติเหตุ
จุดเด่นของบัญชีและบัตร ttb all free คือ มีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ก็สามารถรับ ประกันอุบัติเหตุฟรี โดยมีความคุ้มครองชีวิตสูงสุดถึง 3 ล้านบาท และยังสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
ในด้านการใช้งาน บัตรเดบิต ttb all free สามารถ กดเงิน โอน จ่าย หรือเติมเงินได้แบบฟรีค่าธรรมเนียมที่ตู้ ATM ทุกธนาคารทั่วประเทศ รวมถึงทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายผ่านแอป ttb touch
สำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศถือว่าคุ้มค่าไม่แพ้กัน เพราะฟรีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินต่างประเทศ (FX Rate) 2.5% และค่าธรรมเนียม DCC 1% ช่วยให้รูดซื้อสินค้า ช้อปออนไลน์ หรือใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศได้ในเรทที่คุ้มค่า
Travel Card ถือเป็นตัวช่วยที่ทำให้การใช้เงินระหว่างเดินทางต่างประเทศสะดวกขึ้นมาก เพราะสามารถแลกเงิน เก็บเงิน และใช้จ่ายได้ในบัตรใบเดียว ช่วยลดการพกเงินสด และช่วยให้การจัดการค่าใช้จ่ายระหว่างทริปเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทั้งนี้ก่อนสมัครควรตรวจสอบรายละเอียดสิทธิประโยชน์และค่าธรรมเนียมของแต่ละธนาคารอย่างละเอียด เพื่อเลือกบัตรที่เหมาะกับรูปแบบการเดินทางของตัวเองมากที่สุด