เลือกอาหารสุนัขอย่างไร ป้องกันโรคไต วัยและสายพันธุ์

เลือกอาหารสุนัขอย่างไร ป้องกันโรคไต วัยและสายพันธุ์-1

สำหรับมนุษย์แล้ว สุนัขนอกจากจะเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงยอดนิยมแล้ว พวกเขายังนับเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวด้วย.. สำหรับการดูแลเอาใจใส่เรื่องของอาหารสุนัขนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ โดย อาหารสุนัข จะมีความแตกต่างกันตามช่วงอายุและสายพันธุ์ รวมถึงจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับส่วนของสารอาหาร ปริมาณอาหารที่ควรได้รับต่อวัน ตลอดจนอาหารที่เหมาะกับกิจกรรมของสุนัขในแต่ละช่วงวัยด้วย โดยในบทความนี้นี้จะขอแนะนำข้อมูลเบื้องต้นว่าการเลือก อาหารสุนัขต้องเลือกอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพสุนัขในแต่ละช่วงวัยรวมถึงเป็นอาหารที่ช่วยป้องกันโรคไตได้ด้วย

ปริมาณอาหารสุนัขตามช่วงวัย

1. สุนัขหย่านมถึง 1 ปี ในช่วงแรกเกิดลูกสุนัขจะได้สารอาหารจากนมของแม่ จนอายุประมาณ 4-6 สัปดาห์ จะเริ่มหย่านม อาหารสุนัขที่สามารถกินได้จะเป็นอาหารเปียก หรืออาหารเม็ดแช่น้ำ(ทำให้นิ่ม) เมื่อลูกสุนัขอายุประมาณ 6 สัปดาห์ สามารถหย่านมได้แล้วควรเริ่มได้รับอาหารหลักที่ให้สารอาหารครบถ้วน เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ร่างกายเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อและขน อีกทั้งยังเป็นวัยที่ใช้พลังงานสูงจากการเรียนรู้และการเคลื่อนไหวในแต่ละวันสารอาหารสำคัญที่ลูกสุนัขควรได้รับ ได้แก่

    • โปรตีน เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต ควรมีประมาณ 22–32% (ปริมาณสารอาหารเมื่อหักน้ำออกแล้ว)
    • ไขมัน เป็นแหล่งพลังงานหลัก ควรมีประมาณ 10–25% (ปริมาณสารอาหารเมื่อหักน้ำออกแล้ว)
    • วิตามินและแร่ธาตุ ควรได้รับอย่างสมดุล โดยเฉพาะแคลเซียม (Ca) และฟอสฟอรัส (P) ที่ต้องมีสัดส่วนเหมาะสม

    2. สุนัขอายุ 1 ปีขึ้นไป ถือเป็นสุนัขวัยรุ่นที่โตเต็มวัย สารอาหารที่ได้รับจึงมีหน้าที่หลักในการรักษาความแข็งแรงของร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และดูแลระบบต่าง ๆ ปริมาณสารอาหารที่แนะนำ ได้แก่

      • โปรตีน ประมาณ 15–30% (ปริมาณสารอาหารเมื่อหักน้ำออกแล้ว)
      • ไขมัน ประมาณ 10–20% (ปริมาณสารอาหารเมื่อหักน้ำออกแล้ว)
      • หากสุนัขมีแนวโน้มน้ำหนักเกิน ควรลดไขมันเหลือประมาณ 7–10% (ปริมาณสารอาหารเมื่อหักน้ำออกแล้ว)

      สุนัขสูงวัย หรือสุนัขที่มีอายุมากกว่า 7 ปี ขึ้นไป จัดเป็นสุนัขที่มีอายุมาก ระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะเริ่มเสื่อมลงและการเผาผลาญพลังงานลดลง สุนัขจึงต้องการอาหารที่ให้พลังงานน้อยลง แต่ยังคงมีสารอาหารที่จำเป็นอย่างสมดุลปริมาณสารอาหารที่เหมาะสม ได้แก่

        • โปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย ประมาณ 15–23% (ปริมาณสารอาหารเมื่อหักน้ำออกแล้ว)
        • ไขมัน ประมาณ 10–15% (ปริมาณสารอาหารเมื่อหักน้ำออกแล้ว)
        • ควรควบคุมแร่ธาตุสำคัญ เช่น โซเดียม คลอไรด์ และฟอสฟอรัส ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ปกติ
        เลือกอาหารสุนัขอย่างไร ป้องกันโรคไต วัยและสายพันธุ์-2

        ควรให้อาหารสุนัขปริมาณมากน้อยแค่ไหน

        เป็นคำถามของเจ้าของสุนัขที่เพิ่งเริ่มหัดเลี้ยงมักจะถามบ่อย เกี่ยวกับปริมาณ อาหารสุนัข และมื้ออาหารสำหรับสุนัข ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดตัว ช่วงอายุ สายพันธุ์ กิจกรรมที่ทำ โดยส่วนใหญ่สุนัขในวัยเด็ก ควรให้อาหารประมาณ 3 มื้อ เพราะเป็นช่วงที่ซนที่สุด ชอบเล่น ทำกิจกรรมเยอะ และเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง

        หลังจากลูกสุนัขมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป ให้ทำการลดมื้ออาหารลงเหลือเพียง 2 มื้อ แต่ละมื้อควรห่างกันประมาณ 8 – 12 ชั่วโมง เพื่อให้การย่อยอาหารเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่กินถี่เกินไป

        ตัวอย่างการให้อาหารสุนัขในแต่ละสายพันธุ์ 

        • สุนัขพันธุ์ทอย (น้ำหนักไม่เกิน 5 กก.) เช่น มอลทีส, พุดเดิ้ลทอย, ชิวาว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย ประมาณ 9 เดือน ปริมาณอาหารเม็ด 1/3  – 1 ถ้วย (1 ถ้วยประมาณ 100 กรัม)
        • สุนัขพันธุ์เล็ก (น้ำหนัก5–10 กก.) เช่น ชิห์สุ, ดัชชุน, กริฟฟอน บรัสเซิลส์, คาวาเลีย คิงล์ชาร์ล สแปเนียล  โตเต็มวัยประมาณ 12 เดือน ปริมาณอาหารเม็ด 1 – 1 1/3  ถ้วย
        • สุนัขพันธุ์กลาง (น้ำหนัก10–25 กก.) เช่น คอลลี่ รัฟ, กริฟฟอน เนอแวร์, คาริเลียน แบร์ ด็อก, ชาเป่ย โตเต็มวัยอายุประมาณ 12 เดือน ปริมาณอาหารเม็ด 2 – 2 2/ถ้วย
        • สุนัขพันธุ์ใหญ่ (น้ำหนัก 25–45 กก.) เช่น ดัลเมเชี่ยน, ทาทรา เชพเพิร์ด ด็อก, บลัดฮาวน์, บิลลี่ ควรให้อาหารสูตรลูกสุนัขจนถึงอายุประมาณ 18 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่โตเต็มวัย ปริมาณอาหารเม็ด 2 2/3      – 6      ถ้วย (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วยว่าเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่คาบเกี่ยวพันธุ์ยักษ์หรือไม่ อย่าง ทาทรา เชพเพิร์ด และ บลัดฮาวน์ เป็นต้น

        สุนัขพันธุ์ไจแอนท์ (45 กก. ขึ้นไป) เช่น ร็อดไวเลอร์, บลูมาสทีฟฟ์, มาสทีฟฟ์, เกรทเดน, เซนเบอร์นาร์ดจะเติบโตช้าที่สุด โดยจะโตเต็มวัยเมื่ออายุประมาณ 24 เดือน และเข้าสู่ช่วงสูงวัยค่อนข้างเร็ว  อาหารเม็ดที่แนะนำ 5 – 10  ถ้วยต่อวัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของสุนัขพันธุ์นั้น ๆ

        เลือกอาหารสุนัขอย่างไร ป้องกันโรคไต วัยและสายพันธุ์-3

        อาหารที่สุนัขเสี่ยงเป็นโรคไต

        • เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว, เนื้อหมู เนื่องจากอาหารชนิดนี้มีโปรตีนค่อนข้างสูง ทำให้ไตสุนัขทำงานหนักและเกิดการสะสมของเสียในร่างกาย
        • นมและผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากนม เช่น ชีส เนย เพราะเป็นอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง หากกินในปริมาณมากและต่อเนื่องอาจทำให้ไตขับโพแทสเซียมออกไม่หมด เกิดการสะสมจนนำไปสู่การเต้นของหัวใจที่ผิดปกติและเกิดภาวะหัวใจวายได้
        • ตับและเครื่องในสัตว์ เป็นอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ทำให้การขับออกจากร่างกายต้องใช้แคลเซียมสูง หากไตเสื่อม ทำให้ร่างกายไปสลายแคลเซียมจากกระดูกออกมา เพื่อจับกับฟอสเฟตสำหรับขับออกจากร่างกาย เมื่อร่างกายนำแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ในปริมาณมาก ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง 
        • ขนมปัง เบเกอรี่ต่าง ๆ มีโซเดียมสูง ทำให้เกิดภาวะความดันเลือดสูง เมื่อสุนัขกินเข้าไปบ่อย ๆ ก็จะทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมลงได้
        • ไข่แดง มีฟอสฟอรัสและไขมันสูง ไม่ควรกินบ่อย ๆ หรือเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยง
        • ไส้กรอก ลูกชิ้น อาหารแปรรูป มีปริมาณโซเดียมสูง ส่งผลกับไต จึงควรหลีกเลี่ยง 

        การเลือกอาหารสุนัขที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ ในปริมาณที่เหมาะกับช่วงวัย ขนาดตัวในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ทั้งนี้การเลือกอาหารนั้นเพื่อช่วยให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต อย่างไรก็ตามเจ้าของควรระวังไม่ให้อาหารมากเกินไป เพราะอาจทำให้สุนัขมีภาวะน้ำหนักเกิน ควรหลีกเลี่ยงอาหารของคนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุนัขและเมื่อต้องการเปลี่ยนสูตรอาหารก็ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ควรมีน้ำสะอาดให้สุนัขดื่มตลอดเวลา เพื่อให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปได้อีกยาวนาน