เลี้ยงแมวระบบปิดอย่างไร ไม่ให้น้องเครียดและสุขภาพดี

เลี้ยงแมวระบบปิดอย่างไร ไม่ให้น้องเครียดและสุขภาพดี-1

กินหรู อยู่สบาย คำนี้คงไม่เป็นการพูดเกินความเป็นจริงนัก สำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างน้องแมวทั้งหลาย จนบรรดาเจ้าของยอมตกเป็นทาสให้เจ้านายได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ปนเปรอด้วยทั้งของเล่นและขนมมากมาย รวมถึงแก็ตเจดที่ช่วยให้แมวใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ไม่ยอมให้ออกไปใช้ชีวิตลำบากนอกบ้าน ,, แต่ทาสแมวทั้งหลายจะรู้ไหมว่า การเลี้ยงแมวภายใต้ระบบปิด ไม่ยอมให้นายน้อยได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างมีทั้งผลดีและผลเสีย วันนี้จะนำข้อมูลมาฝากเกี่ยวกับการเลี้ยงระบบปิดว่ามีผลดีผลเสียอย่างไร พร้อมวิธีการ เลี้ยงแมว โดยไม่ให้สัตว์เลี้ยงที่คุณรักเกิดความเครียด

การเลี้ยงแมวระบบปิด คืออะไร

การ เลี้ยงแมว ระบบปิด คือการเลี้ยงโดยจำกัดพื้นที่ภายที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงกำหนด ไม่ว่าจะเป็นภายในห้อง ภายในตัวบ้าน หรือภายในห้องคอนโด เพื่อป้องการอุบัติเหตุ ป้องกันการบาดเจ็บ สูญหายจากโดนขโมย ป้องกันโรคภัยจากแมวด้วยกันเองจากการติดเชื้อผ่านการกัดกัน สัมผัสกัน รวมถึงเป็นการป้องกันแมวไม่ให้ถูกทำร้ายจากสัตว์อื่น ๆ เช่น สุนัข หรืองู เป็นต้น

เลี้ยงแมวระบบปิดอย่างไร ไม่ให้น้องเครียดและสุขภาพดี-2

ข้อดีของการเลี้ยงแมวด้วยระบบปิด

  • มีความปลอดภัยและไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือโดนทำร้ายจากสัตว์ต่างสายพันธุ์
  • สามารถป้องกันการติดโรคจากแมวจร หรือสัตว์สายพันธุ์อื่นจากภายนอกได้
  • ป้องกันการสูญหาย ถูกขโมย จากผู้ไม่ประสงค์ดี เพราะแมวบางสายพันธุ์มีราคาสูงมาก
  • ป้องกันการท้องไม่มีพ่อ โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีแมวสาว หากได้หลงออกไปด้านนอกเพียงชั่วข้ามคืน ทาสแมวอาจได้เลี้ยงหลานโดยไม่ทราบหัวนอนปลายเท้าของพ่อแมวก็เป็นได้ 

ข้อเสียของการเลี้ยงแมวระบบปิด

  • อาจมีภาวะเครียด ด้วยธรรมชาติของสัตว์แล้ว พวกเขาชอบที่จะวิ่งเล่นซุกซนในพื้นที่กว้าง ๆ เมื่อโดนจำกัดพื้นที่อาจทำให้เกิดภาวะเครียดและทำร้ายทาสในบางเวลาได้
  • เกิดภาวะตื่นตระหนกเมื่อได้ออกนอกบ้าน 
  • อาจก่อให้เกิดโรคบางชนิด เช่น โรคอ้วน เนื่องจากอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้มีกิจกรรมทำมากนักนอกจากนอนอุตุตลอดวัน
เลี้ยงแมวระบบปิดอย่างไร ไม่ให้น้องเครียดและสุขภาพดี-3

เผยเคล็ดลับวิธีเลี้ยงแมวภายใต้ระบบปิดโดยที่แมวไม่เครียดและมีสุขภาพดี

ถึงแม้การอยู่ในพื้นที่จำกัดอาจส่งผลเสียบางอย่างต่อสุขภาพของแมวเหมียว แต่ทาสก็สามารถช่วยให้แมวไม่เครียดและมีสุขภาพดีได้แม้เลี้ยงในระบบปิด โดยเคล็ดลับการเลี้ยงแมวระบบปิดที่จะช่วยให้แมวมีสุขภาพกายและใจที่ดีได้นั้น ทำได้โดย

1. จัดพื้นที่และสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสม

การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับเจ้านายตัวน้อย ๆ คงไม่ลำบากมากนักหากศึกษาและเข้าใจถึงพฤติกรรมของแมวอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อน มุมปีนป่าย มุมสำหรับลับเล็บ และมุมสำหรับขับถ่าย ซึ่งทุกมุมพักผ่อนของเจ้านายจะต้องสะอาด ปลอดภัย และควรมีมุมให้เจ้านายได้เห็นโลกภายนอกด้วย สำหรับพื้นที่ที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษคือมุมขับถ่ายที่เหล่าทาสจะต้องคอยจัดเก็บและดูแลมิให้เกิดของเสียสะสมจนมีกลิ่นเหม็นและสกปรกอันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจของเจ้านายได้โดยตรง เนื่องจากกลิ่นที่เหม็นจะส่งผลให้แมวเครียด เพราะการมีอุจจาระทิ้งไว้จะทำให้แมวรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะศัตรูจะสามารถตามล่าพวกเขาได้จากกลิ่นที่หลงเหลืออยู่ซึ่งนี่นับเป็นสัญชาติญาณของสัตว์นักล่าในการป้องกันตัวเอง

2. มีเวลาให้กับเจ้านายบ้าง 

แม้ว่าจะจัดพื้นที่ เลี้ยงแมว ได้พักผ่อนหย่อนใจ แต่ทาสแมวทั้งหลายควรแบ่งเวลามาเล่นสนุกสนานให้กับแมวบ้างเพื่อเป็นการผ่อนคลายและสร้างความผูกพันที่ดีให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง 

3. กระตุ้นสัญชาตญาณนักล่า

เป็นที่รู้กันดีว่าแมวเป็นสัตว์นักล่าโดยธรรมชาติ ดังนั้นควรหาของเล่นที่ช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณเดิม หรือพาออกกำลังกายด้วยของเล่น สำหรับแมว อาทิ ไม้ตกแมว หนูวิ่ง ลูกบอล หรือการซ่อนอาหารที่น้องแมวชอบตามจุดต่างๆ เพื่อให้แมวได้ออกกำลังกายและเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายและกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้เป็นอย่างดี 

4. ฝึกวินัยให้กับแมวให้เป็นกิจวัตร 

    การสร้างวินัยให้กับสัตว์เลี้ยง ถือเป็นหนึ่งในวิธีการเลี้ยงที่เจ้าของควรใส่ใจและให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกให้กินอาหารนำและขนมตรงตามเวลา การฝึกให้ขับถ่าย ณ สถานที่ที่กำหนดให้ เพื่อเป็นการรักษาความสะอาดและรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย    

    5. ควบคุมอุณหภูมิและระบบอากาศให้ถ่ายเทได้สะดวก 

      แมวบางสายพันธุ์มีขนหนาและนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งไม่เหมาะต่อการเลี้ยงในบ้านที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพราะอาจทำให้แมวเกิดภาวะเครียด ขนหลุดล่วง จนนำไปสู่การเกิดโรคผิวหนังในแมวได้ สำหรับทาสแมวที่มีเจ้านายเป็นแมวขนยาวจึงจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศและมีระบบระบายอากาศที่ถ่ายเทสะดวก เพราะสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะช่วยให้แมวไม่เครียดและไม่รู้สึกอัดอัดกับสภาพอากาศที่ร้อน

      6. หมั่นพาไปตรวจสุขภาพและรับวัคซีนตามที่กำหนด 

        แมวทุกตัวต้องได้รับการฉีดยาและวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคและร่างกายที่แข็งแรง โดยเฉพาะการได้รับยาถ่ายพยาธิและวัคซีนประจำปี 

        จะเห็นว่าการ เลี้ยงแมว เองก็ไม่ต่างกับการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ต้องการความปลอดภัยและปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การศึกษาถึงพฤติกรรมธรรมชาติของแมว การดูแลและเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงแสนรัก จะช่วยให้แมวไม่เครียด มีความสุข และสุขภาพดีทั้งทางกายและใจ