14 โรคของสุนัขที่พบบ่อย อาการ วิธีป้องกันและค่ารักษา

สุนัข มิได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง แต่คือเพื่อนแท้ที่อยู่เคียงข้างมนุษย์ตั้งแต่ในยุคโบราณ มีความฉลาด ซื่อสัตย์และสามารถที่จะเรียนรู้คำสั่งได้ดี แต่การเลี้ยงสุนัขไม่ใช่แค่ให้อาหารและพาเดินเล่น มันคือความรับผิดชอบต่อสุขภาพของเขาตลอดชีวิต เจ้าของจำนวนไม่น้อยเพิ่งรู้ว่าสุนัขป่วยเมื่ออาการเริ่มรุนแรง ซึ่งในหลายกรณีอาจสายเกินไป ความรู้เรื่องโรคที่พบได้บ่อยจึงเป็น เกราะป้องกันด่านแรก ที่ช่วยให้คุณสังเกตความผิดปกติได้เร็ว พาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันท่วงทีและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อย่างมาก
บทความนี้ได้รวบรวม 14 โรคของสุนัขที่พบบ่อย พร้อมอาการเบื้องต้น วิธีป้องกันและค่ารักษาโดยประมาณ เพื่อช่วยให้เจ้าของเตรียมตัวรับมือได้อย่างมืออาชีพ
โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
1. โรคลำไส้อักเสบติดต่อ (Canine Parvovirus)
ถือเป็นเพชฌฆาตอันดับหนึ่ง ของลูก สุนัข ไวรัสชนิดนี้มีความทนทานในสิ่งแวดล้อมสูงมากและทำลายระบบทางเดินอาหารอย่างรุนแรง
อาการ : ซึม อาเจียนอย่างหนัก ถ่ายเหลวเป็นเลือดมีกลิ่นคาวจัดและขาดน้ำรุนแรง
วิธีป้องกัน : ฉีดวัคซีนรวมสุนัข (Core Vaccines) ตามกำหนดตั้งแต่อายุ 6-8 สัปดาห์
ค่ารักษา : 3,000 – 15,000+ บาท (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องนอนโรงพยาบาล)
2. ไข้หัดสุนัข (Canine Distemper)
เป็นโรคไวรัสรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อระบบหายใจ ทางเดินอาหารและระบบประสาท
อาการ: มีขี้ตาเขียว มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล ผิวหนังฝ่าเท้าหนาตัวขึ้น ในระยะสุดท้ายจะมีอาการชักหรืออัมพาต
วิธีป้องกัน : โดยส่วนใหญ่ สุนัข เลี้ยงจะต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนตามโปรแกรม เพราะสามารถช่วยป้องกันได้เกือบ 100%
ค่ารักษา : ค่ารักษาพยาบาลประมาณ 5,000–30,000 บาท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
3. โรคไอคอกวัว หรือ หลอดลมอักเสบติดต่อ (Kennel Cough)
เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจที่แพร่กระจายเร็วมากในสถานที่ที่มีสุนัขรวมตัวกันหนาแน่น
อาการ : ไอแห้งเสียงดังเหมือนมีอะไรติดคอ (Honking cough) อาจมีอาเจียนร่วมด้วยหลังไอ
วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดและอับชื้น พร้อมกับฉีดวัคซีนป้องกัน
ค่ารักษา : 1,000–3,000 บาท
4. โรคพยาธิหนอนหัวใจ (Heartworm Disease)
มี ยุง เป็นพาหะนำโรค เมื่อ สุนัข ถูกกัด ตัวอ่อนพยาธิจะชอนไชเข้าสู่กระแสเลือดและไปเจริญเติบโตจนเต็มวัยในหัวใจและปอด
อาการ : ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย ท้องมาน (เนื่องจากหัวใจล้มเหลว) และอาจเสียชีวิตเฉียบพลัน
วิธีป้องกัน : การให้ยาป้องกันรายเดือน (กิน/หยด) หรือฉีดยาป้องกันรายปี
ค่ารักษา : 5,000 – 15,000 บาท (กระบวนการกำจัดตัวแก่มีความเสี่ยงสูงและค่าใช้จ่ายยาสูง)
5. โรคฉี่หนู (Leptospirosis)
โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonosis) ที่สุนัขมักได้รับเชื้อจากแหล่งน้ำขังหรือพื้นดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะหนู
อาการ : มีไข้สูงตัวเหลือง (ดีซ่าน) อาเจียน ไตวายหรือตับวายเฉียบพลัน
วิธีป้องกัน: ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนู (มักรวมอยู่ในวัคซีนรวม)
ค่ารักษา : 3,000 – 10,000+ บาท
6. โรคตับอักเสบติดต่อ (Canine Hepatitis)
เกิดจากเชื้อ Adenovirus ชนิดที่ 1 ส่งผลกระทบต่อตับ ไต และผนังหลอดเลือด
อาการ : ไข้สูง เบื่ออาหาร ท้องเสีย อาเจียน บางตัวอาจมีภาวะ “ตาฟ้า” (Corneal Edema)
วิธีป้องกัน : อยู่ในชุดวัคซีนหลักที่ลูกสุนัขควรได้รับ
ค่ารักษา : 2,000 – 7,000 บาท

7. โรคพยาธิในเม็ดเลือด (Blood Parasites)
มี “เห็บ” เป็นพาหะสำคัญ เป็นโรคที่พบมากที่สุดในสุนัขที่เลี้ยงในประเทศไทย
อาการ : เหงือกซีด มีจุดเลือดออกตามตัว ไข้ขึ้นๆ ลงๆ ซึม ขาหลังไม่มีแรง
วิธีป้องกัน : ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บหมัดที่ได้มาตรฐาน (ยากิน, ยาหยด, ปลอกคอ)
ค่ารักษา : 1,500 – 5,000 บาท (รวมค่าตรวจเลือดและยากระตุ้นเลือด)
8. โรคผิวหนังจากเชื้อรา/กลาก (Ringworm)
เกิดจากเชื้อราที่กัดกินเคราตินในเส้นขนและผิวหนัง สุนัขจะคันและขนร่วง
อาการ : ขนร่วงเป็นวงกลม ผิวหนังมีสะเก็ดแดง อาจพบการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
วิธีป้องกัน : รักษาความสะอาดของที่พักอาศัยและเช็ดตัวให้แห้งหลังอาบน้ำ
ค่ารักษา: 500 – 2,500 บาท (แชมพูยาและยากิน)
9. โรคขี้เรื้อน (Mange)
แบ่งเป็นขี้เรื้อนแห้ง (Sarcoptic) ที่คันมากและติดคนได้และขี้เรื้อนเปียก (Demodectic) ที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
อาการ : ผิวหนังหนาตัว มีตุ่มหนอง ขนร่วงเป็นบริเวณกว้าง และมีกลิ่นสาบจัด
วิธีป้องกัน : ดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและใช้ยากลุ่ม Ivermectin หรือยากินรุ่นใหม่ (Isoxazoline)
ค่ารักษา : 1,000 – 4,000 บาท
10. โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia)
มักพบในสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีการเจริญเติบโตเร็วเกินไป หรือสุนัขที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
อาการ : ลุกนั่งลำบาก เดินกะเผลก ขาหลังชิดกันขณะวิ่ง (Bunny Hopping)
วิธีป้องกัน : ควบคุมน้ำหนักสุนัขและเลือกสุนัขจากสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดกรองพันธุกรรม
ค่ารักษา: 2,000 (ยารักษาข้อ) จนถึง 50,000+ บาท (หากต้องผ่าตัด)
11. โรคเชอร์รี่อาย (Cherry Eye)
อาการต่อมหนังตาที่สามอักเสบและโผล่ออกมา มักพบในสุนัขพันธุ์หน้าสั้นหรือลูกสุนัข
อาการ : มีเนื้อเยื่อสีชมพูแดงคล้ายลูกเชอร์รี่โผล่ที่หัวตา
วิธีป้องกัน : ป้องกันไม่ได้ 100% เนื่องจากเป็นโครงสร้างทางกายภาพ
ค่ารักษา : 3,000 – 8,000 บาท (มักต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเย็บเก็บต่อม)
12. การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI)
เกิดจากแบคทีเรียแทรกซึมเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ พบได้บ่อยในสุนัขตัวเมียหรือสุนัขที่ชอบอั้นปัสสาวะ
อาการ : พยายามเบ่งปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย มีเลือดปน หรือปัสสาวะผิดที่
วิธีป้องกัน : มีน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา และพาสุนัขไปขับถ่ายบ่อยๆ
ค่ารักษา : 800 – 3,000 บาท (ค่าตรวจปัสสาวะและยาปฏิชีวนะ)

13. ภาวะภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)
การตอบสนองที่ไวเกินไปต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรืออาหารสุนัขบางชนิด
อาการ : แทะอุ้งเท้า เลียหน้าท้อง เกาหูบ่อย ผิวหนังแดงอักเสบเรื้อรัง
วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และเสริมโอเมก้า 3 เพื่อบำรุงผิวหนัง
ค่ารักษา : 1,000 – 5,000 บาทต่อเดือน (กรณีเป็นเรื้อรังที่ต้องใช้ยาระงับคัน)
14. พยาธิในทางเดินอาหาร (Intestinal Parasites)
พยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ และโปรโตซัวอย่าง Giardia ที่แย่งสารอาหารจากสุนัข
อาการ : ท้องป่องแต่ซี่โครงโหนก ถ่ายเหลว อาจพบตัวพยาธิปนออกมากับอุจจาระ
วิธีป้องกัน : ถ่ายพยาธิเป็นประจำทุก 3-6 เดือนค่ารักษา : 200 – 1,000 บาท
โรคส่วนใหญ่ใน สุนัข สามารถป้องกันได้ด้วย การฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในช่วงที่สุนัขยังเล็ก และ การป้องกันปรสิตภายนอก อย่างมีระเบียบวินัย การลงทุนกับค่าวัคซีนเพียงหลักพันบาทต่อปี สามารถช่วยประหยัดค่ารักษาหลักหมื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตหากคุณรัก สุนัข เหมือนสมาชิกในครอบครัว การลงทุนกับการป้องกันย่อมคุ้มค่ากว่าการรักษาเสมอ เพราะสุขภาพที่ดี คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เจ้าของสามารถมอบให้เขาได้ตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามค่ารักษาสุนัข เป็นเพียงค่าประมาณการเบื้องต้น ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามสถานประกอบกิจการสำหรับรักษาสัตว์ น้ำหนักตัวของสุนัขและความรุนแรงของโรค ดังนั้นหากพบสุนัขมีอาการผิดปกติเกิน 24 ชั่วโมง ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที