หากพูดถึงประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว แต่มีอีกหนึ่งมหานครที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และกำลังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย นั่นก็คือ “ฉงชิ่ง” (Chongqing) หนึ่งในเมืองใหญ่สุดมหัศจรรย์ที่มีการเจริญเติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน ที่นี่มีทั้งธรรมชาติสุดอลังการ ความทันสมัยของมหานคร และวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนในอดีตกับปัจจุบันได้อย่างลงตัว จนได้รับฉายาว่า “เมืองจีนย่อส่วน” นั่นเพราะหากนักท่องเที่ยวมา เที่ยวฉงชิ่ง ก็เหมือนได้สัมผัสจีนในหลายมิติแบบครบจบในเมืองเดียว การเดินทางจากไทยบินตรงไปฉงชิ่งใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายที่เดินทางสะดวกและใกล้ ใครที่อยากหาประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ฉงชิ่งจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน
ทำความรู้จัก “ฉงชิ่ง” มหานครแห่งความมหัศจรรย์
ฉงชิ่งเป็น มหานครระดับเทศบาลนคร (Municipality) ที่มีสถานะเทียบเท่ากับ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเทียนจิน เมืองนี้มีภูมิประเทศที่พิเศษมาก เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อน มีแม่น้ำสายสำคัญอย่าง แม่น้ำแยงซีเกียง และ แม่น้ำเจียหลิง ไหลตัดผ่าน ฉงชิ่งได้รับฉายา “เมืองภูเขา” (Mountain City) และยังขึ้นชื่อเรื่องสะพานนับร้อยที่เชื่อมโยงเมืองทั้งสองฝั่งแม่น้ำ อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของที่นี่และเป็นต้นกำเนิดของอาหารรสจัดจ้านที่คนไทยรู้จักกันดี นั่นคือ หม้อไฟ (Hotpot) และหมาล่าของจีนที่ให้รสชาติเผ็ดร้อนและเข้มข้น ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ไม่ว่าใครไปถึงก็ต้องลองสักครั้ง สิ่งที่จะทำให้ทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจมากที่สุดเมื่อมาเยือนมหานครฉงชิ่งนี้คือการถ่ายรูปหรือคลิปวีดีในขณะที่รถไฟวิ่งทะลุตึก นับเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ฉงชิ่งยังเป็นเมืองที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมเก่าแก่กับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ตึกระฟ้าสุดล้ำสมัยตั้งอยู่เคียงคู่กับตรอกโบราณที่ยังคงบรรยากาศคลาสสิกไว้ได้ครบทุกกระเบียดนิ้ว

ก่อนไปเที่ยวฉงชิ่งเตรียมตัวอย่างไร
การเดินทางไปฉงชิ่งไม่ยากอย่างที่คิด ปัจจุบันมี ไฟลต์บินตรงจากไทย (กรุงเทพฯ และภูเก็ต) ไปยังสนามบินนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย (Chongqing Jiangbei International Airport) ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
วีซ่าเข้าจีน
นักท่องเที่ยวไทยต้องทำวีซ่าก่อนเดินทาง ปกติสามารถยื่นได้ที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าจีนในกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ 4–5 วันทำการ
Visit China App/Health Declaration
ปัจจุบันจีนมีการปรับระบบให้สะดวกขึ้น ควรดาวน์โหลดแอปที่ใช้แสดง QR Code สำหรับการกรอกข้อมูลผู้โดยสาร (คล้าย Visit Japan Web) เพื่อความสะดวกที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
สภาพอากาศ
เนื่องจากฉงชิ่งตั้งอยู่บนภูเขาทำให้ภูมิอากาศชื้นและมีหมอกหนา โดยเฉพาะฤดูหนาวที่อากาศเย็นจัด (ธ.ค.–ก.พ.) ส่วนฤดูร้อน (ก.ค.–ส.ค.) ร้อนมากจนติดอันดับร้อนสุดในจีน ควรเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าครองชีพถูกกว่าเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่งเล็กน้อย อาหารต่อมื้อเริ่มที่ 30–60 หยวน (ประมาณ 150–300 บาท) ค่ารถไฟใต้ดินเริ่มต้น 2 หยวน (ประมาณ 10 บาท)
การสื่อสารภาษาที่ใช้
ผู้คนชาวฉงชิ่งพูดจีนกลางได้ แต่สำเนียงท้องถิ่นค่อนข้างเฉพาะตัว หากมีแอปแปลภาษา เช่น Google Translate หรือ WeChat Translate จะช่วยได้มาก

5 ที่เที่ยวฉงชิ่งห้ามพลาด
ฉงชิ่งเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรมสุดล้ำ มาดูไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้กัน
1. หงหยาต้ง (Hongya Cave)
แลนด์มาร์กชื่อดังริมแม่น้ำเจียหลิง โดดเด่นด้วยอาคารไม้สไตล์โบราณที่สร้างลดหลั่นไปตามหน้าผา ปัจจุบันภายในเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และบาร์ แนะนำให้มาเที่ยวตอนกลางคืนเพื่อชมไฟประดับที่สวยงามอลังการ โดยเฉพาะตอนค่ำเพื่อชมความงามของแสงไฟในยามค่ำคืน ซึ่งอาจจะพลุกพล่านไปด้วยผู้คนจำนวนมาก
2. พิพิธภัณฑ์ 3 ผา (Three Gorges Museum)
เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่เป็นศูนย์กลางในการจัดแสดงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและธรรมชาติของภูมิภาคแม่น้ำแยงซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการเขื่อนสามผา (Three Gorges Dam Project) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการวิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความน่าสนใจคือตัวอาคารมีสถาปัตยกรรมทันสมัย คล้ายระฆังโบราณ มีพื้นที่จัดแสดงกว่า 40,000 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งโบราณวัตถุ ศิลปะ วัฒนธรรมพื้นบ้านและธรรมชาติ จัดแสดงโบราณวัตถุมากกว่าหมื่นชิ้น ตั้งแต่ของใช้โบราณ จิตรกรรม จนถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับโครงการเขื่อนและมีนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของเมืองฉงชิ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้ได้ศึกษาด้วย

3. ถนนเป่ยช่าง (Beicang Street) Beicang Cultural & Creative Park
บริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเป็นสตรีทอาร์ต ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นโรงงานสิ่งทอ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟและเบเกอรี่ ซึ่งมีมุมสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้ถ่ายรูป เช็คอินได้อย่างจุใจ
4. สมาคมหูกวง (Huguang Guild Hall)
Huguang Guild Hall ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1759) เดิมทีเป็นศูนย์รวมของพ่อค้าและชาวบ้านที่อพยพมาจากมณฑลหูหนาน, หูเป่ย์, กว่างซี และกว่างตง จึงได้ชื่อว่า หูกวง (Huguang) หมายถึงภูมิภาคทางใต้ของจีนที่ผู้คนเหล่านี้มาจากที่นี่เคยเป็นทั้ง สมาคมการค้า , สถานที่ติดต่อธุรกิจ และศูนย์รวมจิตใจของชาวต่างถิ่น ปัจจุบันได้รับการจัดอันดับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ AAAA ความน่าสนใจอยู่ที่
- ตึกเก่าสวย อาคารสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิม สวยงามด้วยไม้แกะสลัก ลวดลายมงคล และโครงสร้างโบราณที่ยังคงรักษาไว้อย่างดี
- โรงละครงิ้วโบราณ (Chinese Opera Stage) ที่ยังจัดแสดงอยู่บางโอกาส ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมเก่าแก่
- นิทรรศการหาดูยาก ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวิถีชีวิต การอพยพ และประวัติศาสตร์ของผู้คนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในฉงชิ่ง
แนะนำให้เดินชมอาคารโบราณและถ่ายรูปกับบรรยากาศย้อนยุค พิเศษสุดขึ้นลิฟท์เพื่อไปบนสะพานข้ามแม่น้ำแล้วมองลงมาจะเห็นตัวอาคารสีเหลืองเด่นชัดและบริเวณโดยรอบ
5. รถไฟทะลุตึก Liziba Station
Liziba Station ตั้งอยู่ในเขต Yuzhong ของเมืองฉงชิ่ง เปิดใช้งานเมื่อปี 2004 เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟฟ้า Chongqing Rail Transit (CRT) ความพิเศษคือ เส้นทางรถไฟฟ้าวิ่งทะลุผ่านตึกสูง 19 ชั้น โดยบริเวณที่รถไฟฟ้าผ่านจะเป็นพื้นที่ชั้น 6 – 8 ของอาคาร กลายเป็นแลนด์มาร์กที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตัวสถานีถูกสร้างให้สอดคล้องเชื่อมโยงเข้ากับอาคารที่พักอาศัย โดยที่ผู้อยู่อาศัยในตึกยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ รถไฟวิ่งด้วยเสียงเงียบมาก เพราะมีการติดตั้งอุปกรณ์ลดเสียงชนิดพิเศษ จึงไม่รบกวนคนในอาคาร เป็นหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่โดดเด่นของจีนในการผสานการคมนาคมเข้ากับเมืองอย่างชาญฉลาด กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวะที่รถไฟวิ่งพุ่งเข้า–ออกตึก

6 เคล็ดลับ เที่ยวฉงชิ่งให้สนุกและคุ้มค่า
1. กินอาหารท้องถิ่น
ลองหม้อไฟฉงชิ่งต้นตำรับ เผ็ด ชา ร้อนแรง คือรสชาติที่แท้จริงของหม้อไฟฉงชิ่ง อย่าลืมสั่ง “เนื้อวัว, ไส้หมู, ผักสด” มาลอง รับรองว่าฟิน
2. นั่งรถไฟทะลุตึก
นั่งรถไฟรางเดี่ยว (Monorail) สาย 2 ของฉงชิ่งมีฉากขบวนรถไฟลอดทะลุอาคารที่โด่งดังไปทั่วโซเชียล ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง
3. หมอกหนาในฤดูหนาว
เช็กสภาพอากาศหากไปช่วงฤดูหนาว เนื่องจากเมืองมีหมอกเยอะ ควรพกเสื้อกันฝนหรือร่มติดตัวเสมอ
4. ความสวยยามค่ำคืน
เที่ยวกลางคืน ฉงชิ่งสวยที่สุดยามค่ำคืน ตึกสูงและสะพานต่าง ๆ จะเปิดไฟประดับสวยงาม เหมาะกับการถ่ายรูปมาก
5. แต่งกายให้พร้อมลุย
รองเท้าสำหรับเดินเที่ยว ควรนำรองเท้าสำหรับเดินเที่ยวที่เป็นระยะทางไกล ๆ ได้ เพราะบางพื้นที่อาจต้องขึ้นลงบันไดหลายขั้น หากมิใช่รองเท้าสำหรับเดินเที่ยวโดยเฉพาะอาจทำให้ปวดเท้าและหมดสนุกได้
6. เงินสดควรติดตัวไปหน่อย
แม้เมืองจีนจะนิยมจ่ายด้วย WeChat Pay หรือ Alipay แต่ในบางร้านเล็ก ๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องใช้เงินสดหยวน

ฉงชิ่ง เป็นเมืองที่มีครบทุกมิติ ทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ วัฒนธรรมโบราณ อาหารสุดเผ็ดร้อนและความทันสมัยของมหานคร ทำให้ได้รับฉายา “เมืองจีนย่อส่วน” ที่ใครไปเยือนจะได้สัมผัสจีนหลายรสชาติในที่เดียว การเดินทางจากไทยก็ง่าย บินตรงเพียง 3 ชั่วโมง เตรียมเอกสารให้พร้อม ศึกษาที่เที่ยวล่วงหน้า แล้วคุณจะได้ทริปที่คุ้มค่าและเต็มไปด้วยความประทับใจ
ถ้าคิดถึงเรื่องประกัน TPIS ตรีเพชรอินชัวรันส์ โบรกเกอร์ประกันภัย เป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัยรถยนต์ ประกันการเดินทาง และประกันด้านสุขภาพ