เบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าev แพงกว่ารถใช้น้ำมันจริงหรือไม่ ?

ปัจจุบันเริ่มมีรถยนต์ไฟฟ้าev เข้ามาตีตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้น ผนวกกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้าก็เริ่มมีให้เห็นกันบ้างแล้ว ซึ่งนี่ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้ยานพาหนะบนท้องถนนเลยทีเดียว และถึงแม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าev ก็ยังต้องทำประกันรถยนต์ด้วยเช่นกัน จนหลายคนอาจสงสัยว่าเบี้ยประกันของรถยนต์พลังไฟฟ้า ถูกหรือแพงกว่ารถยนต์ทั่ว ๆ ไปที่ใช้น้ำมันกันแน่ ? ซึ่งข้อคำถามนี้ เรามีคำตอบ แต่ก่อนจะไปดูเฉลย เรามาทำความรู้จักกับรถยนต์ชนิดนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า !!

นิยามของ “รถยนต์ไฟฟ้าev

            รถ EV (Electric Powered Vehicle) คือ รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนแบบ 100 % ปราศจากการเผาไหม้น้ำมันโดยสิ้นเชิง รถยนต์คันนี้จึงมีส่วนช่วยลดปริมาณมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากเลยทีเดียว อีกทั้งขุมกำลัง อัตราเร่ง หรือระบบการทำงานต่าง ๆ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารถยนต์ทั่วไปเลย แถมในเวลานี้ยังไม่ต้องเสียภาษีใด ๆ ดังนั้น ผู้คนจึงเริ่มหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้าev กันมากขึ้น รวมถึงผู้ผลิตยานยนต์หลาย ๆ ค่ายต่างก็เริ่มพัฒนารถ EV ออกสู่ท้องตลาดกันอย่างดุเดือด เพื่อหวังจะเป็นผู้ครองตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้าแต่เพียงผู้เดียว

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าev มีอะไรบ้าง ?

            แน่นอนว่าจากที่อ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าev คันนี้ ไม่ต้องใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนแต่อย่างใด ส่งผลให้เมื่อใช้งานจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกมากมายที่คุณควรรู้ โดยจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

  • ประหยัดค่าน้ำมัน : ตัวรถไม่ใช้น้ำมัน โดยเราสามารถชาร์จไฟจากที่บ้านได้เลย
  • ไร้เสียงปลอดควัน : เครื่องยนต์ของรถยนต์ไฟฟ้าev ต่างจากเครื่องยนต์สันดาปของรถทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะไม่มีทั้งเสียงรบกวนและควันเลยแม้แต่น้อย
  • ขับขี่สบาย : ไม่กระชากตอนออกตัว ขณะเร่งความเร็ว หรือตอนเปลี่ยนเกียร์

เบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าev Vs. รถยนต์ทั่วไป อย่างไหนถูกหรือแพงกว่ากัน ?

            เนื่องจากรถยนต์เครื่องสันดาปได้รับความนิยมในประเทศไทยมากกว่า รถยนต์ไฟฟ้าev อีกทั้ง ณ ตอนนี้ก็มีอัตราส่วนน้อยบนท้องถนน เพราะฉะนั้นรถยนต์พลังไฟฟ้าจึงมีค่าเบี้ยประกันภัยค่อนข้างสูงกว่ามาก เมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไปที่ใช้กันอย่างดาษดื่นตามท้องถนน แต่ทว่าภายในอนาคต หากรถยนต์พลังไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่า เบี้ยประกันภัยจะถูกลงกว่ารถยนต์ทั่วไปได้ด้วยเช่นกัน

สรุป

            ด้วยความที่ในประเทศไทย รถยนต์ไฟฟ้าev ยังไม่ได้รับความนิยมมากเท่ากับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่ว ๆ ไป ดังนั้น จึงไม่ค่อยมีบริษัทประกันให้ความสนใจสักเท่าไหร่ แถมเบี้ยประกันภัยยังสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปหลายเท่าตัว แต่หากในอนาคตผู้คนหันมาใช้รถยนต์พลังไฟฟ้ากันมากขึ้น ค่าเบี้ยประกันภัยจะต้องถูกลงอย่างแน่นอน และถ้าคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ ก็สามารถสอบถามเข้ามาได้ที่ ตรีเพชรอินชัวรันส์เซอร์วิส เราพร้อมให้คำตอบคุณเสมอ !

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลของท่าน รับทราบนโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save